วันอาทิตย์ ที่ 18 ตุลาคม 2569

Login
Login

SWIFT เปิดตัวระบบติดตามรายการชำระเงินสากลแบบเรียลไทม์

ชำระเงินที่ส่งข้ามเครือข่าย ทำให้ธนาคารซึ่งรองรับ gpi สามารถติดตามคำสั่งชำระเงินผ่าน SWIFT ทั้งหมดได้ตลอดเวลา และเห็นรายละเอียดการชำระเงิน

SWIFT เพิ่มขีดความสามารถของ gpi Tracker ให้ครอบคลุมคำสั่งชำระเงินที่ส่งข้ามเครือข่าย ทำให้ธนาคารซึ่งรองรับ gpi สามารถติดตามคำสั่งชำระเงินผ่าน SWIFT ทั้งหมดได้ตลอดเวลา และเห็นรายละเอียดการชำระเงินทั้งหมดอย่างครบถ้วน

Tracker ซึ่งเปิดให้บริการตั้งแต่เดือนพฤษภาคม พ.ศ.2560 ช่วยให้ธนาคารที่เข้าร่วมใช้บริการสามารถติดตามการชำระเงินผ่าน gpi ได้ทันทีแบบเรียลไทม์ และตั้งแต่เดือนพฤศจิกายนที่ผ่านมา ได้มีการเพิ่มข้อมูลอ้างอิงเฉพาะสำหรับธุรกรรมตั้งแต่ต้นทางจนถึงปลายทางลงในคำสั่งชำระเงินทั้งหมดที่ส่งผ่าน SWIFT ทำให้ธนาคารซึ่งรองรับ gpi สามารถติดตามคำสั่งชำระเงินทั้งหมดที่เกิดขึ้นตั้งแต่ต้นทางถึงปลายทางระหว่างลูกค้าของ SWIFT กว่า 11,000 ราย ทั่วทั้ง 200 ประเทศและอาณาเขตได้ตลอดเวลา

Mr. Navinder Duggal, DBS Group Head of Cash Product Management กล่าวว่า "การขยาย gpi ไปสู่สมาชิกที่ไม่ใช่ gpi ถือเป็นนวัตกรรมที่ก้าวกระโดด การเพิ่มความสามารถของ Tracker ให้รองรับการชำระเงินที่ไม่ได้ผ่าน gpi จะช่วยเพิ่มความโปร่งใสให้แก่ธุรกรรมได้มากขึ้น และยังช่วยผลักดันให้มีธนาคารเข้าร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการริเริ่มนวัตกรรมครั้งนี้มากขึ้น อันจะทำให้ gpi กลายเป็น "บริการสามัญรูปแบบใหม่" ในการชำระเงินระหว่างประเทศ"

"ความสามารถในการติดตามคำสั่งชำระเงินทั้งหมดตั้งแต่ต้นทางจนถึงปลายทางถือเป็นปัจจัยที่พลิกโฉมหน้าธุรกิจครั้งใหญ่" Lars Sjogren, Global Head of Transaction Banking, Danske Bank กล่าว "ก่อนหน้าปีที่ผ่านมา ธนาคารไม่สามารถรวบรวมข้อมูลดังกล่าวในนามของลูกค้าของตนเองได้ แต่หลังจากที่เปิดให้บริการ gpi Tracker ที่เข้ามาแก้ปัญหานี้โดยตรง ก็ทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ในการชำระเงินระหว่างประเทศ และทำให้ธนาคารสามารถให้บริการลูกค้าได้ดียิ่งขึ้นภายใต้ค่าใช้จ่ายที่ประหยัด"

Tracker จะแสดงสถานะธุรกรรมล่าสุดโดยอัตโนมัติไปยังธนาคารในเครือข่าย gpi ทุกแห่งที่เกี่ยวข้องกับเส้นทางการชำระเงิน gpi และทำให้ธนาคารสามารถยืนยันความเสร็จสิ้นสมบูรณ์ของการชำระเงินดังกล่าวได้ นอกจากนี้ Tracker ยังช่วยในการพิสูจน์ยอดชำระเงินและใบแจ้งหนี้ได้ถูกต้องยิ่งขึ้น ช่วยปรับปรุงสภาพคล่องด้วยการประเมินกระแสเงินสดได้ดีขึ้น และลดความเสี่ยงด้านอัตราแลกเปลี่ยนด้วยการประมวลผลธุรกรรมภายในวันเดียวกันตามเขตเวลาของผู้รับผลประโยชน์ นอกจากนั้น Tracker ยังเป็นบริการบนคลาวด์ และสามารถใช้บริการผ่าน API ได้ ดังนั้นจึงรองรับการใช้งานกับระบบของธนาคารได้ทั่วโลก

"SWIFT gpi ได้มอบคุณประโยชน์มหาศาลให้แก่ธนาคารและลูกค้าของธนาคารนับตั้งแต่การเปิดตัวเมื่อปีที่ผ่านมา และการเพิ่มความสามารถในการติดตามธุรกรรมให้ครอบคลุมการชำระเงินทั้งหมดบนเครือข่ายในครั้งนี้ ถือเป็นการปฏิรูประบบครั้งใหญ่อย่างแท้จริง" Piyada Chittangwong , Country Manager – Thailand, Lao & Cambodia ของ SWIFT กล่าว "การเพิ่มขีดความสามารถในการติดตามธุรกรรมครั้งนี้เป็นส่วนหนึ่งในแผนบริการ gpi ของ SWIFT ที่พร้อมเปิดตัวในปี พ.ศ.2561 เพื่อยกระดับประสบการณ์ด้านการชำระเงินระหว่างประเทศ ช่วยให้ธนาคารต่างๆ สามารถให้บริการแก่ลูกค้าได้ดียิ่งขึ้น และยังช่วยผลักดันให้ธนาคารอื่นๆ มาร่วมใช้บริการมากขึ้นในเร็ววันด้วย"

นับตั้งแต่การเปิดตัวเมื่อช่วงต้นปี พ.ศ.2560 เป็นต้นมา บริการ gpi ได้ยกระดับความคาดหวังด้านบริการ จัดการธุรกรรมได้เร็ว โปร่งใส และน่าเชื่อถือมากขึ้น โดยปัจจุบันคิดเป็นราว 10% ของรายการ SWIFT ทั้งหมด และการชำระเงินผ่าน gpi กว่า 50% นั้นเสร็จสมบูรณ์ภายในเวลาไม่ถึง 30 นาที ขณะที่รายการอีกจำนวนมากใช้เวลาเพียงหลักวินาทีเท่านั้น นอกจากนี้ยังมีธนาคารมากกว่า 150 แห่ง ซึ่งคิดเป็นกว่า 78% ของธุรกรรมการชำระเงินระหว่างประเทศบน SWIFT ที่ได้ลงนามเข้าร่วมใช้บริการดังกล่าวแล้ว

การเปิดใช้ข้อมูลอ้างอิงเฉพาะสำหรับธุรกรรมตั้งแต่ต้นทางจนถึงปลายทางจะมีผลบังคับตามกำหนดปรับปรุงมาตรฐานประจำปีในเดือนพฤศจิกายน พ.ศ.2561 นี้ ดังนั้นหลังจากช่วงเวลาดังกล่าว ลูกค้าของ SWIFT ทุกรายจะต้องระบุข้อมูลอ้างอิงเฉพาะสำหรับธุรกรรมตั้งแต่ต้นทางจนถึงปลายทางในคำสั่งชำระเงิน ไม่ว่าจะเป็นธนาคารซึ่งรองรับ gpi หรือเป็นธนาคารที่ดำเนินการชำระเงินผ่าน gpi ก็ตาม ทั้งนี้ สถาบันการเงินในกำกับบนเครือข่าย SWIFT สามารถเข้าร่วมใช้บริการ gpi ได้เช่นกัน