งานแคนตันแฟร์ ครั้งที่ 122 เปิดฉากแล้วที่จีน

งานแคนตันแฟร์ ครั้งที่ 122 เปิดฉากแล้วที่จีน

งานแสดงสินค้านำเข้าและส่งออกที่ใหญ่ที่สุดของจีน หรือ งานแคนตันแฟร์ ครั้งที่ 122

- คาดจำนวนผู้ร่วมงานเพิ่มขึ้น เนื่องจากตลาดโลกฟื้นตัว

งานแสดงสินค้านำเข้าและส่งออกที่ใหญ่ที่สุดของจีน หรือ งานแคนตันแฟร์ ครั้งที่ 122 ได้เริ่มต้นขึ้นแล้วเมื่อวันที่ 15 ตุลาคมที่ผ่านมา โดยมีผู้จัดแสดงสินค้าทั้งสิ้น 60,466 ราย จาก 34 ประเทศและภูมิภาค ตบเท้าเข้าร่วมจัดแสดงสินค้า 160,000 รายการ บนพื้นที่ 1,185,000 ตารางเมตร (12.8 ล้านตารางฟุต)

https://photos.prnasia.com/prnvar/20171017/1967952-1

ตัวเลขดังกล่าวสะท้อนให้เห็นถึงการฟื้นตัวอย่างต่อเนื่องของเศรษฐกิจโลก อีกทั้งยังแสดงให้เห็นว่าตลาดจีนมีความคึกคักและมีบทบาทสำคัญเพิ่มมากขึ้น ทั้งในฐานะที่เป็นแหล่งสินค้าและเป็นแหล่งบริโภค โดยผู้แสดงสินค้า 341 รายมาจากประเทศที่เข้าร่วมโครงการ "Belt and Road" (B&R) ของจีน ซึ่งคิดเป็นสัดส่วน 55% ของจำนวนผู้จัดแสดงทั้งหมดในอินเตอร์เนชันแนล พาวิลเลียน

กำหนดการของงานแคนตันแฟร์ ปีนี้ มีดังนี้

ช่วงการจัดงาน วันที่ ผลิตภัณฑ์หลัก

ช่วงที่ 1 15-19 ต.ค. สินค้าอิเล็กทรอนิกส์และเครื่องใช้ไฟฟ้าในครัวเรือน อุปกรณ์ส่องสว่าง
ยานยนต์และชิ้นส่วน เครื่องจักร วัสดุก่อสร้าง เคมีภัณฑ์ ทรัพยากรพลังงาน

ช่วงที่ 2 23-27 ต.ค. สินค้าอุปโภคบริโภค ของขวัญและของตกแต่งบ้าน

ช่วงที่ 3 31 ต.ค.-4 พ.ย. สิ่งทอและเครื่องนุงห่ม รองเท้า เครื่องใช้สำนักงาน กระเป๋า อุปกรณ์สันทนาการ
อุปกรณ์การแพทย์และผลิตภัณฑ์เพื่อสุขภาพ อาหาร

คุณสวี่ ปิง โฆษกของงานแคนตันแฟร์ กล่าวว่า เศรษฐกิจโลกปีนี้เป็นไปในทิศทางขาขึ้น โดยการชะลอตัวทางเศรษฐกิจของประเทศหลักๆ ที่เกิดขึ้นนับตั้งแต่ภาวะเศรษฐกิจถดถอยครั้งใหญ่นั้นได้เข้าสู่ภาวะมีเสถียรภาพ และเกือบทุกรายเริ่มกลับมาขยายตัวอย่างมั่นคงและยั่งยืน ดังนั้น งานแคนตันแฟร์ ครั้งที่ 122 จะมีผู้ซื้อเข้าร่วมงานเป็นจำนวนมากขึ้น เนื่องจากการค้าโลกอยู่ในช่วงฟื้นตัวอย่างต่อเนื่อง

"แคนตันแฟร์ทำหน้าที่เป็นแรงขับเคลื่อนและผลักดันการพัฒนาเศรษฐกิจโลกที่เปิดกว้างมาอย่างต่อเนื่อง" คุณสวี่กล่าว "เราจะยังคงเดินหน้าสนับสนุนการพัฒนาที่ยั่งยืนของการค้าโลกต่อไป ด้วยการแนะนำสินค้าใหม่และกลุ่มผู้จัดแสดงสินค้ารายใหม่แก่บรรดาผู้ซื้อ รวมทั้งเปิดเวทีให้กับผู้จัดแสดงสินค้าที่เป็นกำลังสำคัญต่อการขยายตัวทางเศรษฐกิจของประเทศที่เข้าร่วมในโครงการ B&R"