ปัญหาท่องเที่ยวไทยจีนกับวิกฤติอุตสาหกรรมไทย

ปัญหาท่องเที่ยวไทยจีนกับวิกฤติอุตสาหกรรมไทย

ประเทศไทยที่บังคับใช้กฎหมายกับกลุ่มธุรกิจที่ประกอบกิจการทัวร์ไม่ได้คุณภาพมาใช้ โดยบูรณาการร่วมกับกรมสรรพากร กรมศุลกากร กรมธุรกิจการค้าของจีน

 

รายงานข่าวแจ้งว่า นางจาง ซิน หง ผู้อำนวยการท่องเที่ยวจีน มีความต้องการขอความช่วยเหลือจาก ตำรวจท่องเที่ยวไทยเพราะจากการสำรวจของกระทรวงการท่องเที่ยวจีน พบว่าตั้งแต่วันที่ 1 พฤษภาคม 2558 ถึงวันที่ 20 กันยายน 2560 เมื่อนักท่องเที่ยวจีนที่มาเที่ยวประเทศไทยและกลับไปยังประเทศของตน ได้ร้องเรียนที่ประเทศจีนทั้งหมด 2,671 คดี คิดเป็นสัดส่วนร้อยละ 18.97 ของจำนวนนักท่องเที่ยวจีนทั้งหมดที่เดินทางออกนอกประเทศ และมีการชดใช้แล้วเป็นเงินทั้งสิ้น 5,064,500 หยวน หรือประมาณ 25 ล้านบาท จากร้านค้าในประเทศไทย คดีส่วนใหญ่จากมาจากมณฑลเจียงซู จำนวน 377 คดี ปักกิ่ง จำนวน 303 คดี และเซี่ยงไฮ้ 301 คดี เรื่องดังกล่าวเปิดเผย โดย นางจาง ชิน หง ผอ.การท่องเที่ยวจีน ให้สัมภาษณ์ต่อสื่อมวลชนจีน โดยกล่าวว่า “การมาเยือนของ ตำรวจท่องเที่ยวไทยในวันนั้นทางตำรวจเป็นฝ่ายขอเข้าพบเพื่อหารือเรื่องความปลอดภัยของนักท่องเที่ยวจีน ซึ่งตนก็ได้ให้ข้อมูลไปว่าเรื่องร้องเรียนที่พบมากที่สุดคือ 70% ของเรื่องที่ร้องเรียนมาจากกลุ่มนักท่องเที่ยวเดินทางมาเที่ยวด้วยตัวเอง (FIT) ที่ประสบปัญหาที่มีต่อโรงแรม ร้านอาหาร และแท็กซี่ ส่วนที่เหลืออีก 30 % ของเรื่องร้องเรียนนั้น มาจากนักท่องเที่ยวที่มาเป็นกรุ๊ปทัวร์

ซึ่งส่วนใหญ่ประสบปัญหาที่มาจากเรื่องของราคาของการจ่ายโปรแกรมทัวร์ที่ขายเพิ่ม (ออปชั่น)การบังคับซื้อสินค้าและบริการตามร้านค้าชายหาดท้องถิ่นเช่น การเช่าเจ็ทสกี เป็นต้น ไม่มีการพูดถึงเรื่องทัวร์ศูนย์เหรียญ ไม่เข้าใจว่าไปโยงเกี่ยวกับทัวร์ศูนย์เหรียญไม่มีนักท่องเที่ยวจีนร้องเรื่องเรียนเรื่องทัวร์ศูนย์เหรียญ สำหรับหน่วยงานของเราคือ CNTO หรือกระทรวงการท่องเที่ยวจีน ประจําประเทศไทย โดยมีที่ตั้ง ตึกโอลิมเปีย ทาวเวอร์ ชั้น 22 ซึ่ง CNTO เปรียบเสมือนเป็นหน่วยงานที่เป็นสาขาของ CNTA (กระทรวงการท่องเที่ยวจีน) ซึ่ง CNTO จะมีประจำอยู่ทั่วโลก เพื่อดูแลนักท่องเที่ยวจีน ในแต่ละประเทศ ขณะนี้ทางการท่องเที่ยวจีนประจำประเทศไทยหรือ CNTA ได้ยกโมเดลของประเทศไทยที่บังคับใช้กฎหมายกับกลุ่มธุรกิจที่ประกอบกิจการทัวร์ไม่ได้คุณภาพมาใช้ โดยบูรณาการร่วมกับกรมสรรพากร กรมศุลกากร กรมธุรกิจการค้าของจีนในการตรวจสอบคุณภาพของบริษัททัวร์ในจีนเช่นกัน

ดร.สังศิต พิริยะรังสรรค์ คณบดีวิทยาลัยนวัตกรรมสังคม มหาวิทยาลัยรังสิต ให้ความเห็นกรณี “ทัวร์ศูนย์เหรียญ" ของบริษัทโอเอ ถูกจับกุมในข้อหา มีการกระทำเป็นอั้งยี่ มีความผิดในกฎหมายฟอกเงิน ถูกอายัดทรัพย์สิน ถูกคุมขังในเรื่อจำกว่า 5 เดือน แต่แล้วศาลอาญามีคำพิพากษายกฟ้องแบบไร้มลทิน ให้ครอบครัวโรจน์รุ่งรังสี ว่า  โชคดีที่ความยุติธรรมยังมีอยู่จริงในกระบวนการยุติธรรมของไทย เพราะศาลชั้นต้นได้ยกฟ้องบริษัทโอเอ เพราะไม่มีหลักฐานที่แสดงให้เห็นว่าบริษัทโอเอมีพฤติกรรมเป็นอั้งยี่ หรือการฟอกเงินตามที่ตำรวจท่องเที่ยวกล่าวหา ผมได้มีโอกาสพูดคุยกับนายกสมาคมท่องเที่ยวและอดีตนายกสมาคมจิวเวลรี่ นักธุรกิจด้านท่องเที่ยวพวกเขาบอกว่า  นักธุรกิจรู้สึกสับสนกับการทำธุรกิจในอนาคตว่าควรวางตัวอย่างไร? นอกจากนี้ นักธุรกิจเหล่านี้เห็นว่ารัฐบาล ควรทบทวนนโยบายด้านการท่องเที่ยวใหม่ เพราะเป็นที่ทราบกันดีว่า บริษัทโอเอคือบริษัทแรกสุดของคนไทยที่ไปดึงนักท่องเที่ยวจากจีนเข้ามาเป็นจำนวนมหาศาล