COSMEX 2017 ร่วมกับแล็บประชารัฐและกลุ่มคลัสเตอร์เครื่องสำอาง

COSMEX 2017 ร่วมกับแล็บประชารัฐและกลุ่มคลัสเตอร์เครื่องสำอาง

 

COSMEX 2017 ร่วมกับแล็บประชารัฐและกลุ่มคลัสเตอร์เครื่องสำอาง แถลงความพร้อมยกระดับSMEs เครื่องสำอางแบรนด์ไทย สู่มาตรฐานโลก

อุตสาหกรรมเครื่องสำอางไทยดาวรุ่ง คงโตต่อเนื่องกว่า 10 % เร่งยกระดับSMEs เครื่องสำอางแบรนด์ไทยที่ได้มาตรฐานสู่ตลาดโลก  // เจ้าของเทคโนโลยีการผลิตและโซลูชั่น ธุรกิจการผลิต-รับจ้างผลิตและการออกแบบบรรจุภัณฑ์ชั้นนำผนึกจัดงานCOSMEX 2017ระหว่างวันที่31 ตุลาคม2 พฤศจิกายนนี้ ณ ไบเทค บางนาคาดผู้ประกอบการกว่า10,000 ราย จากทั่วโลกเข้าชมงาน เงินสะพัดไม่ต่ำกว่า4.5 พันล้านบาท

นายสุรชัย กำพลานนท์วัฒน์ กรรมการผู้อำนวยการบริษัท ห้องปฏิบัติการกลาง(ประเทศไทย) จำกัด หรือ“แล็บประชารัฐ”เผยนับเป็นแล็บของรัฐแห่งเดียวในประเทศไทยที่ผ่านการรับรองจากแล็บกลางของสหภาพยุโรป (EURL) ติดต่อกันถึง 3 ปี ตั้งแต่ปี 2557-2559  ในปัจจุบันแล็บประชารัฐได้ดำเนินการตรวจวิเคราะห์ กลุ่มเครื่องสำอางใน 2 ด้านหลักๆ คือ การตรวจโลหะหนัก เช่น  อาซินิกแคดเมียม  ปรอท ตะกั่ว  สเตียรอยด์  และ ตรวจด้านเชื้อจุลินทรีย์ โดยในปี 2559 ให้บริการตรวจวิเคราะห์กลุ่มสินค้าประเภทเครื่องสำอางกว่า 7,123  รายการ อาทิ แชมพูสมุนไพร  สบู่ก้อน  โลชั่น  ผลิตภัณฑ์ขัดผิว และในปี 2560 มีผลิตภัณฑ์เข้ามาทดสอบแล้วกว่า 8,432 รายการ ส่วนใหญ่เป็น สบู่ก้อน สบู่เหลว แชมพู เซรั่ม ผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดและผลิตภัณฑ์บำรุงผิวหน้า การตรวจวิเคราะห์ผลิตภัณฑ์นับเป็นเครื่องมือในการยกระดับมาตรฐานสินค้า และเพื่อปกป้องผู้บริโภค  โดยเฉพาะกลุ่ม SMEs ซึ่งมาตรฐานสินค้ามีความสำคัญในการสร้างความน่าเชื่อถือ และช่วยยกระดับตราสินค้าเครื่องสำอางแบรนด์ไทยไปสู่สากลได้

นายสมประสงค์ พยัคฆพันธ์ ประธานกลุ่มคลัสเตอร์เครื่องสำอางไทย กรมส่งเสริมอุตสาหกรรมเผยมูลค่าอุตสาหกรรมเครื่องสำอางไทย ปี 2560 คาดโตต่อเนื่องกว่า 10% มูลค่าประมาณ 3.08แสนลบ. สัดส่วนตลาดในประเทศ 45 % และต่างประเทศ 55 %   โดยเปรียบเทียบครึ่งปีแรก ปี 2559 มูลค่า 1.35แสนล้านบาท และครึ่งปีแรกปีนี้ มูลค่าประมาณ 1.5 แสนล้านบาท ทั้งนี้ อุตฯเครื่องสำอางไทยส่งออกจัดอยู่ในอันดับที่ 1 ของอาเซียน อันดับที่ 3 ของเอเชีย และนับเป็นอันดับที่ 17 ในภาคการผลิตเครื่องสำอางของโลก// ปัจจุบันภาครัฐให้การสนับสนุนอย่างมากในส่วนงานวิจัยและพัฒนาและการโครงการงานวิจัยมหาวิทยาลัยต่างๆ ด้วยตลาดเครื่องสำอางมีการเปิดกว้างอย่างมากในอาเชียนและคู่แข่งในประเทศรายใหม่ที่เห็นโอกาส ผู้ประกอบการ SMEs จึงต้องพัฒนาสินค้า นวัตกรรม ให้มีความแตกต่างและมีคุณภาพมากขึ้น 

เทรนด์การผลิตเครื่องสำอาง ลูกค้าทั่วโลกต่างให้ความสำคัญกับผลิตภัณฑ์จากธรรมชาติมากขึ้นโดยเฉพาะพืชและสมุนไพร และการลดการใช้สารเคมีอันตราย สำหรับในอาเซียนยังคงเป็นเรื่องสินค้าสำหรับผิวขาว และการป้องกันริ้วรอย เนื่องจากเป็นความนิยมสำหรับชาวเอเชียที่ชอบมีผิวขาวใสเนียนละเอียด ตลอดจนตลาดกลุ่มประชากรผู้สูงอายุเพิ่มมากขึ้น ผลิตภัณฑ์ที่การแก้ปัญหาเรื่องริ้วรอยจึงเติบโตมากขึ้นเช่นกัน

นายสุทธิศักดิ์ วิลานันท์ รองกรรมการผู้จัดการ รี้ด เทรดเด็กซ์ กล่าวถึงการจัดงานเอ็กซิบิชั่นว่ามีส่วนช่วยในการผลักดันอุตฯเครื่องสำอางไทยสู่ระดับภูมิภาค นับเป็นช่องทางการตลาดหนึ่งที่ช่วยให้ภาคการผลิตเครื่องสำอาง บรรจุภัณฑ์ เจ้าของแบรนด์และตัวแทนจำหน่ายรายใหญ่ในระดับภูมิภาค ได้มารวมตัวเพื่อนำเสนอบริการ ผลิตภัณฑ์และกระจายสินค้า เป็นเวทีที่สร้างโอกาสและหาพันธมิตทางธุรกิจในวงการความงามและส่งเสริมให้เกิดการเติบโตต่อเนื่องกันทั้งระดับห่วงโซ่อุปทาน

COSMEX 2017และCOSMEXPLUS+ 2017 แสดงเทคโนโลยี โซลูชั่น สำหรับการผลิตเครื่องสำอาง อาหารเสริม และบรรจุภัณฑ์ความงามครบวงจร  เพื่อตอบโจทย์ทุกกลุ่มผลิตภัณฑ์ Skin Care/Hair Care/Color Cosmetics ตั้งแต่ต้นน้ำจนถึงปลายน้ำ เพื่อพัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่ๆในงานพบกับOEM ที่ได้มาตรฐานระดับสากลGMP FDA HALAL ISO ที่สร้างสรรค์ผลิตภัณฑ์ให้แบรนด์ชั้นนำทั้งไทยและนานาชาติการนำเสนอบรรจุภัณฑ์ที่มีดีไซน์โดดเด่น เพื่อสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับสินค้า นวัตกรรมระบบ Security Printing ที่ทันสมัยป้องกันสินค้าปลอมไม่ได้มาตรฐาน และนวัตกรรมที่น่าสนใจ อาทิ แป้งพัฟข้าวสาลี และครีมผสมทองคำอนุภาคนาโน เป็นต้น

พร้อมด้วยสัมมนาจากผู้เชี่ยวชาญในวงการ อาทิ เทรนด์การใช้สี เทคโนโลยีในการพัฒนาผลิตภัณฑ์การดีไซน์บรรจุภัณฑ์ และกลยุทธ์การสร้างแบรนด์และต่อยอดธุรกิจ เป็นต้น พบการจับคู่ธุรกิจจริงกับผู้จัดจำหน่ายสินค้าความงามรายใหญ่ในประเทศ อาทิ วัตสัน บูทส์ และผู้แทนการค้าด้านเครื่องสำอางในกลุ่มประเทศ CLMVฟิลลิปปินส์ มาเลเซียและอินโดนีเซีย เป็นต้นคาดกลุ่มผู้ผลิตชั้นนำระดับโลกและเจ้าของแบรนด์ต่างๆ เข้าร่วมชมงานกว่า 10,000 รายเงินสะพัดไม่ต่ำกว่า 4.5 พันล้านบาท                                                                                                                                                                                                                          

ลงทะเบียนออนไลน์ภายใน 29 ต.ค. รับบัตรเข้าชมงาน 300 บาทฟรี! www.cosmexshow.com