สนช. เปิดตัวหนังสือภาพ “ถึง...ฅนในอนาคต”

สนช. เปิดตัวหนังสือภาพ “ถึง...ฅนในอนาคต”

จัดกิจกรรมเปิดตัวหนังสือภาพ “ถึง...ฅนในอนาคต” เพื่อเปิดมุมมองใหม่ด้านนวัตกรรมผ่าน “รูปภาพ” การสื่อสารที่เข้าใจง่าย

ดร. พันธุ์อาจ ชัยรัตน์ ผู้อำนวยการ สนช. กล่าวว่า “นวัตกรรมสื่อ (Media Innovation) เป็นสิ่งหนึ่งที่ สนช.ให้ความสำคัญ เพื่อสร้างสรรค์เนื้อหาในรูปแบบใหม่ออกสู่สาธารณะ ทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงด้านความรู้ ทัศนคติ และพฤติกรรมของผู้ส่งและรับสาร ทั้งในระดับบุคคลและสังคม ที่ผ่านมา สนช. จึงได้ริเริ่มโครงการประกวดภาพถ่ายนวัตกรรม “Innovation Thailand Photo Contest” ภายใต้หัวข้อ “นวัตกรรม...ในมุมมองของคุณ” (What is your Innovation?) และ “รอ…นวัตกรรมมาเปลี่ยนแปลง” (Innovation for Change) ร่วมกับสมาคมถ่ายภาพแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ เพื่อกระตุ้นให้เกิดความตื่นตัวด้านนวัตกรรมขึ้นในประเทศ โดยอาศัยการถ่ายภาพเป็นเครื่องมือในการเปิดมุมมองความเข้าใจเกี่ยวกับนวัตกรรมที่มีอยู่รอบตัว และสร้างความมีส่วนร่วมต่อสังคม ในการช่วยกันนำเสนอปัญหาและโอกาสในการนำนวัตกรรมมาช่วยสร้างการเปลี่ยนแปลงให้ดีขึ้นต่อสังคม ชุมชน และประเทศได้ต่อไป โดยเปิดกว้างให้ผู้ที่มีใจรักการถ่ายภาพได้มีโอกาสฝึกฝนทักษะด้านการถ่ายภาพ อีกทั้งยังเป็นการส่งเสริมและพัฒนาวงการถ่ายภาพในเมืองไทยให้ก้าวหน้ายิ่งขึ้น ซึ่งมีนักถ่ายภาพทั้งมืออาชีพและมือสมัครเล่นสนใจส่งภาพเข้าร่วมประกวดทั้งสิ้น 758 ภาพ โดยภาพถ่ายบางส่วนได้ถูกนำมารวมรวมไว้ในหนังสือภาพเล่มนี้เพื่อเผยแพร่ผลงานและประชาสัมพันธ์โครงการสู่สาธารณะในวงกว้าง สนช. หวังว่าภาพถ่ายเหล่านี้จะสร้างแรงบันดาลใจให้กับบุคคลทั่วไป ผู้มีความคิดริเริ่ม ตลอดจนผู้จัดทำนโยบายในการค้นหา คิดค้น และผลิตนวัตกรรมเพื่อสร้างสังคมไทยที่เข้มแข็งกว่าเดิม”

 

“ปัจจุบัน การสร้างนวัตกรรมโดยปัจเจกยังถูกมองว่าเป็นเพียงกลุ่มเล็กๆ เช่น กลุ่มนักวิทยาศาสตร์พลเมือง กลุ่มถ่ายภาพ กลุ่มขี่จักรยาน และสารพัดกลุ่มที่ทำงานอดิเรกต่างๆ ซึ่งนวัตกกรมอยู่ในวิถีชีวิตของพวกเขา กลุ่มเหล่านี้มีการพัฒนาการไปเรื่อยๆ และมีโอกาสที่เขาจะขยายตัวออกไป ผมอยากเห็นภาพอนาคตของนวัตกรรมไทยเป็นสิ่งที่คนทั่วไปเขาทำกันในชีวิตประจำวัน ดูเหมือนมันไม่พิเศษ ไม่วิเศษ นวัตกรรมไม่ควรจะมีมิติการแข่งขันเพียงอย่างเดียว ควรมีมิติการอยู่ร่วมกัน ถ้าเราไม่ทำนวัตกรรมที่ไม่พ้นจากมิติแข่งขัน ทุกคนจะแข่งกันจนนวัตกรรมกลายเป็นแต้มต่อที่ทำให้ทุกคนเอาเปรียบกันและกัน ซึ่งจะสำเร็จได้หรือไม่นั้น ต้องมีการสนับสนุนและมีการคิดค้นโดยผู้สร้างนวัตกรรมอย่างต่อเนื่อง นอกจากนี้ นวัตกรรมไทยควรถูกผลิตออกมาเพื่อลดความเหลื่อมล้ำ เพิ่มความสามารถในการเข้าถึงโอกาส การบริการภาครัฐ สร้างศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ ซึ่งฟังดูเหมือนเป็นเรื่องจับต้องไม่ได้ มันไม่อยู่ในสมการการทำนวัตกรรมแบบเดิมซึ่งเน้นเรื่องการแข่งขันและการวิจัยและพัฒนาที่ใช้ต้นทุนสูง แต่นั่นควรเป็นภาพอนาคตของนวัตกรรมไทย ซึ่งคิดว่าคงใช้เวลาอีกสักพักใหญ่ แต่ไม่ใช่ว่ามันจะเป็นไปไม่ได้” ดร.พันธุ์อาจ กล่าวทิ้งท้าย