วันอาทิตย์ ที่ 18 ตุลาคม 2569

Login
Login

ถนนไฮเทค หนทางแห่งความก้าวหน้าของเวียดนาม

การจัดการการจราจรอัจฉริยะนี้จะเป็นส่วนสำคัญในระบบโครงสร้างพื้นฐานทางสังคมให้แก่ประเทศกลุ่มตลาดใหม่ต่อไปอย่างแน่นอน

 

หากมองลึกลงไปในฉากหลังแห่งโลกาภิวัฒน์ ความสามารถและประสบการณ์อันเลื่องลือของประเทศญี่ปุ่นเป็นตัวแปรสำคัญในการก่อร่างสร้างเสริมโครงสร้างพื้นฐานของประเทศซึ่งหมุนตามความเจริญเติบโตอย่างรวดเร็วทางเศรษฐกิจไม่ทัน ดังเช่น ในประเทศเวียดนาม ซึ่งเป็นหนึ่งในประเทศที่มีอัตราขยายตัวของ GDP ตั้งแต่ปีค.ศ. 1990อย่างรวดเร็วที่สุดในโลก

ในเวียดนาม ทางพิเศษเชื่อมต่อสู่ทางใต้ของประเทศ ความยาว 1,811 กิโลเมตร กำลังอยู่ในขั้นตอนการก่อสร้าง นอกจากนี้ยังมีเส้นทางพิเศษระยะทาง55กิโลเมตร ซึ่งเชื่อมต่อระหว่าง นครโฮจิมินห์ สู่ใจกลางเมืองอุตสาหกรรม ในเมืองด๋องนาย (Đồng Nai)อันเป็นการย่นระยะเวลาการเดินทางสามชั่วโมงเหลือเพียงชั่วโมงเดียว เส้นทางพิเศษเหล่านี้จะมี ระบบ ITS (Intelligent Transportation Systems)หรือ ระบบขนส่งและจราจรอัจฉริยะ ซึ่งผ่านกระบวนการคิดและติดตั้งจากพันธมิตรญี่ปุ่น

ระบบขนส่งและจราจรอัจฉริยะสำหรับ องค์กรการทางพิเศษแห่งเวียดนาม (Vietnam Expressway Corporation) เป็นหนึ่งในโครงการความร่วมมือระหว่างบริษัทญี่ปุ่น ซึ่งเป็นการร่วมกันครั้งแรกเพื่อสรรสร้างระบบขนส่งและจราจรอัจฉริยะอันครอบคลุมในทุกด้านแก่ลูกค้าต่างประเทศ ในส่วนของอุปกรณ์ต่างๆได้รับการตรวจสอบและติดตั้งอย่างเข้มงวดในประเทศญี่ปุ่น และมีการเปิดตัวไปอย่างเป็นทางการเมื่อเดือนมีนาคม ปี 2017 ที่ผ่านมา

ผลลัพธ์ครบวงจรสำหรับการใช้เส้นทางสัญจรที่สะดวกสบาย

รถจักรยานยนต์ และ รถจักรยาน เป็นรถโดยสารหลักของผู้คนชาวเวียดนามมาเป็นเวลาช้านาน แต่ความเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจอย่งรวดเร็วก็ทำให้มีการเปลี่ยนไปใช้รถยนต์และรถเอนกประสงค์ (SUV) มากขึ้น ทำให้เส้นทางถนนสัญจรมีความแออัดมากขึ้นกว่าเดิม ซึ่งเวียดนามก็ประสบกับปัญา รถติด การจราจรติดขัดในทุกๆวันมาเป็นเวลายาวนานอยู่แล้ว การนำเอาระบบขนส่งและจราจรอัจฉริยะมาใช้เพื่อทำให้การสัญจรมีประสิทธิภาพมากขึ้นและเป็นการเพิ่มจำนวนเส้นทางสัญจรมากขึ้น เช่น ทางด่วน ทางด่วนพิเศษ และเส้นทางการเดินทางอื่นๆ เป็นเรื่องที่ต้องทำอย่างเร่งด่วน

“โตชิบามีประสบการณ์ทางการเส้นทางการสัญจรและถนนหนทางมากกว่า 50 ปี” กล่าวโดย นายอัตสุชิ คาวามิ (Atsushi Kawami)(จากแผนกวิศวกรระบบทางหลวงและการจราจร หน่วยงานทางระบบบริการ และโครงสร้างพื้นฐาน ณ วันที่ 30 มิถุนายน 2017) “แต่ความอิ่มตัวของตลาดญี่ปุ่น ทำให้เราต้องเสาะแสวงหาโอกาสใหม่ๆในต่างประเทศ การสำรวจตลาดทำให้เราตระหนักว่าตลาดอย่างประเทศเวียดนามเป็นตลาดที่มีศักยภาพมาก ซึ่งการสร้างถนนและเส้นทางสัญจรกำลังเป็นประเด็นหลัก”

 

จากคำกล่าวของนายคาวามิ การที่ประเทศเวียดนามมีแพลนจะสร้างถนนสัญจรเพิ่มขึ้นจำนวนมาก จึงกลายเป็นโอกาสของทางโตชิบา ในการเข้ามาช่วยดูแลจัดการระบบควบคุมการจราจรและระบบเก็บค่าผ่านทาง “หัวใจของระบบขนส่งและจราจรอัจฉริยะ คือเทคโนโลยีการประมวผลข้อมูลอันล้ำหน้า สำหรับใช้ในการประมวลผลแบบคบวงจรในข้อมูลส่วนของจำนวนประชากรเส้นทางการจราจรจำนวนยานพาหนะ และอื่นๆ เพื่อช่วยลดการติดขัดบนเส้นทางการเดินรถอันก่อให้เกิดความไม่สะดวกแก่ผู้ใช้ อันได้แก่ การเฉี่ยวชน อุบัติเหตุต่างๆ และ อุปสรรคอื่นๆในการขับขี่” นายคาวามิกล่าว “ระบบขนส่งและจราจรอัจฉริยะ จะประกอบไปด้วยระบบรองอันหลากหลาย รวมไปถึงระบบควบคุมการจราจรและระบบเก็บค่าผ่านทาง ซึ่งในระบบนี้ ทางกิจการค้าร่วมรับผิดชอบในส่วนขององค์ประกอบทุกชิ้นในระบบ ไม่ว่าจะเป็นในส่วนกลางหรือส่วนนอกทั้งหมดของทางด่วนระยะทาง 55 กิโลเมตรนี้”

โครงการนี้เกี่ยวข้องกับระบบจัดเก็บค่าผ่านทาง และกระบวนการติดตั้งเครื่องตรวจจับยานพาหนะ เพื่อตรวจวัดการเคลื่อนตัวของการจราจรและบันทึกข้อมูลอัตโนมัติทันที 52จุด นอกจากนี้ยังมีการติดตั้งกล้องเพื่อคอยเฝ้าระวังใน 16พื้นที่ มีการติดตั้งเซนเซอร์ตรวจวัดสภาพอากาศ และ เครื่องมือสื่อสารแบบไร้สาย สำหรับเจ้าหน้าที่ที่ควบคุมระบบบนทางด่วน

เอาชนะความแตกต่างเพื่ออนาคตอันสดใส

ระบบขนส่งและจราจรอัจฉริยะเป็นที่รู้จักกันดีในประเทศญี่ปุ่น จึงทำให้มีผู้เชี่ยวชาญทางด้านนี้อยู่เป็นจำนวนมาก อย่างไรก็ตามในตลาดต่างประเทศเช่น เวียดนาม ระบบนี้ยังคงเป็นสิ่งใหม่และยังไม่เป็นที่รู้จัก แต่ถึงแม้จะมีอุปสรรคทีคาดไม่ถึงบ้าง ผู้ร่วมโปรเจคทั้งหมดยังคงมีพลังบวกและความเชื่อมั่นอยู่เต็มเปี่ยม

“ผมคิดว่า จุดแข็งของบริษัทญี่ปุ่นคือ ความเข้มงวดในคุณภาพ” นายคาวามิกล่าว “พวกเราต้องมองที่ภาพรวมและประเมินผลงานให้ครอบคลุม นอกจากนี้ ทางโตชิบาเองก็มีความรู้ความชำนาญในด้านถนนหนทางและเส้นทางการจราจร จากประสบการณ์การทำงานด้านนี้มามากกว่า 50ปี ในทางตรงกันข้าม จุดแข็งของบริษัททางเวียดนาม คือ ความมีประสิทธิภาพและความสร้างสรรค์ เนื่องด้วยบุคลากรที่ยังอายุน้อยและกระตือรือร้น ทีมงานทางเวียดนามสามารถนำเสนอแนวความคิดที่เยี่ยมยอดบางอย่างซึ่งพวกเราก็นึกไม่ถึง เช่น การตัดสินใจใช้ โดรน (drone) ในการเลือกสถานที่ที่จะติดกล้องวงจรปิด”

เพื่อเป็นการนำเอาจุดแข็งของทั้งสองประเทศมาใช้ สมาชิกผู้ร่วมโปรเจคทั้งหมดพยายามที่จะให้มีการแบ่งงานอย่างเหมาะสม ตัวอย่างเช่น เมื่อทีมงานฝั่งญี่ปุ่นออกแบบซอฟแวร์ควบคุมระบบส่วนกลาง ซึ่งเปรียบได้เป็นหัวใจของระบบทั้งหมดแล้ว ทางทีมงานฝั่งเวียดนามก็จะ เริ่มออกแบบและจัดหา อุปกรณ์ฮาร์ดแวร์ และระบบส่วนนอก ซึ่งเป็นการก่อให้เกิดระบบคุณภาพสูงที่ครอบคลุมการใช้งานและเหมาะสมกับการนำไปติดตั้งได้ทันภายในระยะเวลาที่กำหนดและประหยัดงบประมาณ ทั้งยังเหมาะสมในแง่การดูแลรักษา ซึ่งเป็นผลดีกับการทำระบบเพื่อให้เกิดการใช้อย่างยาวนานและยั่งยืน

นายคาวามิกล่าวถึงความสำเร็จในอนาคตว่า “กระบวนการของเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร (ICT)ยังคงพัฒนาและก้าวหน้าต่อไปไม่หยุดยั้ง นั่นหมายถึง การพัฒนาในความแม่นยำในการระบุพื้นที่ท้องถิ่นผ่าน GPSและการส่งผ่านข้อมูลที่รวดเร็วขึ้น ดังนั้น ผมก็คาดหวังจะเห็นความก้าวหน้าในโครงสร้างพื้นฐานทางการสัญจร จากการพัฒนาในความแม่นยำของการคาดคะเนความต้องการใช้ทางสัญจรผ่านทางระบบวิเคราะห์ข้อมูลขนาดใหญ่ เฉกเช่นเดียวกับเทคโนโลยีเปลี่ยนแปลงโลกอื่นๆ มันคงจะยอดเยี่ยมมากถ้าหากเราสามารถมีส่วนช่วยเหลือในแง่ความปลอดภัยและความมั่นคงของผู้คนทั่วโลกในการใช้รถใช้ถนน ผ่านทางการพัฒนาเครือข่ายเส้นทางสัญจรซึ่งเป็นรากฐานแห่งความอยู่ดีมีสุขและความเจริญรุ่งเรือง”

แน่นอนว่าความสำเร็จในเวียดนามจะกลายเป็นฐานรากแห่งความก้าวหน้าของบริษัทญี่ปุ่นในการจัดการกับความต้องการในโครงสร้างพื้นฐานในสังคมอันแผ่ขยายเป็นวงกว้างมากขึ้นในประเทศตลาดเศรษฐกิจใหม่ทั้งหลาย

■สรุป

ทางพิเศษ ความยาว 1,811กิโลเมตรในประเทศเวียดนาม กำลังอยู่ในขั้นตอนการก่อสร้าง และ ระบบ ITS (Intelligent Transportation System)หรือ ระบบขนส่งและจราจรอัจฉริยะ ซึ่งพัฒนาโดยบริษัทญี่ปุ่น ได้ถูกนำมาใช้ในโครงการทางด่วน ระยะทาง 55กิโลเมตร ศาสตร์แห่งศิลป์ของระบบการจัดการการจราจรอัจฉริยะนี้จะเป็นส่วนสำคัญในระบบโครงสร้างพื้นฐานทางสังคมให้แก่ประเทศกลุ่มตลาดใหม่ต่อไปอย่างแน่นอน

 

สำหรับข้อมูลเพิ่มเติม โปรดติดต่อ:                                   

บริษัท นิโอ ทาร์เก็ต จํากัด

คุณสมศรี หาญศิริสวัสดิ์ โทร 081-174-5182 E-mail: [email protected]

คุณอริสา ไชยเดช โทร 081-806-6637 E-mail: [email protected]