วันอาทิตย์ ที่ 18 ตุลาคม 2569

Login
Login

เครดิต สวิส จัดงานสัมมนาแนวโน้มตลาดในกรุงเทพฯ

งานสัมมนาประจำปีเกี่ยวกับแนวโน้มตลาด บรรดาผู้เชี่ยวชาญด้านการลงทุนของเครดิตสวิสได้นำเสนอทัศนะด้านตลาดการเงินโลกแบบครอบคลุมให้แก่ลูกค้า

 

เครดิต สวิส จัดงานสัมมนาประจำปีเกี่ยวกับแนวโน้มตลาดเมื่อวันที่ 7 มีนาคมที่ผ่านมา ณ โรงแรมอนันตรา สยาม กรุงเทพฯ โดยมีลูกค้าชาวไทยและแขกผู้มีเกียรติเข้าร่วมงานกว่า 200 คน เพื่อรับฟังทัศนะด้านตลาดการเงินโลกแบบครอบคลุมจากผู้เชี่ยวชาญด้านการลงทุนของเครดิต สวิส ทั้ง 4 ท่าน ได้แก่ จอห์น วูดส์ ประธานฝ่ายงานลงทุนภูมิภาคเอเชียแปซิฟิค โรเบิร์ต พาร์คเกอร์ ที่ปรึกษาอาวุโสฝ่ายกลยุทธ์และผลิตภัณฑ์ด้านการลงทุน เหิง คุนฮ่าว นักยุทธศาสตร์อาวุโสด้านการลงทุน เอเชียแปซิฟิค (ตลาดแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศ: FX) และแดน ไฟน์แมน หัวหน้าฝ่ายวิเคราะห์การลงทุนประจำประเทศไทย

 

ในปี 2560 ตลาดการเงินมีแนวโน้มที่จะพบอุปสรรค และคาดว่าอัตราการเติบโตทางเศรษฐกิจโลกจะเพิ่มขึ้นเล็กน้อยจากร้อยละ 3.1 เป็นร้อยละ 3.5 ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับความแตกต่างในแต่ละภูมิภาค ด้วยภาวะเงินเฟ้อที่ปรับตัวเพิ่มขึ้นเล็กน้อยและภาวะเงินตึงตัวในบางตลาด สินทรัพย์ส่วนใหญ่น่าจะให้ผลตอบแทนที่ต่ำ ตลอดจนความกดดันทางสังคมและเศรษฐกิจพื้นฐานทำให้นักลงทุนขาดความเชื่อมั่น

เบนจามิน คาวาลลี หัวหน้าส่วนธุรกิจ Private Banking ประจำภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ และประธานเจ้าหน้าที่บริหารประจำประเทศสิงคโปร์ของเครดิต สวิส กล่าวว่า “ปี 2559 เต็มไปด้วยเหตุการณ์ต่าง ๆ มากมาย อีกทั้งมีสภาพแวดล้อมที่ไม่เอื้อแก่การลงทุน ตลาดการเงินจะยังคงพบอุปสรรคต่อไปในปี 2560 ลูกค้าของเราหลายรายพบว่าพวกเขาตัดสินใจลงทุนอย่างมั่นใจได้ยากมากขึ้น เราเชื่อว่าสภาวะอันท้าทายนี้จะเปิดโอกาสให้เราทำงานกับลูกค้าได้อย่างใกล้ชิดมากขึ้น และให้คำปรึกษาด้านพอร์ตการลงทุนแก่พวกเขา โดยมีจุดประสงค์ที่จะส่งมอบผลตอบแทนที่มั่นคงยิ่งขึ้นและคงรักษาเงินทุนในภาวะตลาดผันผวน ซึ่งจะช่วยให้ลูกค้ามีโอกาสเข้าไปลงทุนและเก็บเกี่ยวผลกำไรได้ตลอดเวลา”

 

จอห์น วูดส์ ประธานฝ่ายงานลงทุน ภูมิภาคเอเชียแปซิฟิค กล่าวว่า “ในปี 2560 ภูมิภาคเอเชียจะมีการเติบโตที่มั่นคง การลงทุนที่ได้รับความนิยมในเอเชียแปซิฟิคทั้ง 3 ด้านของเรา ได้แก่ ตราสารทุนในโครงสร้างพื้นฐานทั่วโลก ตราสารทุนในประเทศจีน และการลงทุนในสภาวะดอกเบี้ยขาขึ้น กำลังไปได้ดี และเรายังคงแนะนำให้ลูกค้าสร้างพอร์ตการลงทุนให้หลากหลายด้วยการลงทุนใน 3 ด้านนี้”

 

 

 

สามธีมการลงทุนที่ได้รับความนิยมในเอเชียแปซิฟิคของเครดิต สวิส มีดังนี้

  • ธีมที่หนึ่ง: ภาพรวมตราสารทุนในโครงสร้างพื้นฐานทั่วโลกมีความแข็งแกร่งภายใต้นโยบายการคลังแบบขยายตัว

หุ้นตราสารทุนในโครงสร้างพื้นฐานทั่วโลกได้รับประโยชน์จากเทรนด์การลงทุนด้านโครงสร้างพื้นฐานทั้งในประเทศที่พัฒนาแล้วและกำลังพัฒนา คาดการณ์ว่า ภูมิภาคอาเซียนจะลงทุนมากกว่าล้านล้านเหรียญดอลล่าร์สหรัฐจนถึงปี 2573 การลงทุนด้านสาธารณูปโภคเป็นปัจจัยขับเคลื่อนสำคัญของรัฐบาลในกลุ่มประเทศอาเซียนเพื่อกระตุ้นการเติบโตทางเศรษฐกิจ

 

  • ธีมที่สอง: ภาพรวมตราสารทุนในประเทศจีนยังคงสดใส

ในด้านตราสารทุน เราเลือกประเทศจีน ด้วยเศรษฐกิจภายในประเทศที่เติบโตขึ้นอย่างเหลือเชื่อ เรายังคงเชื่อมั่นในตราสารทุนของประเทศจีนจากการประเมินค่าที่ดึงดูดใจ สถานการณ์การเมืองที่ค่อนข้างมั่นคง และแนวโน้มเศรษฐกิจที่ดีขึ้น ในขณะที่ดัชนีราคาภาคการผลิต การค้าปลีก การผลิตภาคอุตสาหกรรมและการส่งออกสะท้อนถึงการฟื้นตัวทางเศรษฐกิจที่ดี

 

  • ธีมที่สาม: การลงทุนในภาวะดอกเบี้ยขาขึ้น: ผลตอบแทนที่แท้จริงลดลงผลักดันให้ธนาคารกลางต้องกำหนดอัตราดอกเบี้ยใหม่

เส้นกราฟคาดการณ์สำหรับการขึ้นอัตราดอกเบี้ยน่าจะแกว่งตัวในระดับแคบ ซึ่งชี้ให้เห็นว่าตราสารหนี้จะให้ผลตอบแทนได้ดีกว่าหลักทรัพย์ประเภทอื่น เราคิดว่าเงินกู้ด้อยสิทธิน่าจะให้ผลตอบแทนได้ดี เนื่องจากมีการคุ้มครองจากการปรับตัวสูงขึ้นของผลตอบแทนตราสารหนี้ด้วยสภาวะลอยตัว ซึ่งเป็นกลยุทธที่ยังดูดึงดูดใจเมื่อคิดเป็นสกุลเงินดอลลาร์สหรัฐ อีกประการหนึ่งคือ เราคาดการณ์ว่า ระดับความน่าเชื่อถือการลงทุนด้วยสกุลเงินดอลลาร์สหรัฐในเอเชีย จะให้ผลตอบแทนรวมราวร้อยละ 3-6 ในปี 2560 จากความต้องการผลตอบแทนที่เหมาะสม

 

เหิงคุน ฮ่าวนักยุทธศาสตร์อาวุโสด้านการลงทุนของเครดิต สวิส กล่าวว่า “เราคาดว่าปีนี้ เงินสกุลดอลลาร์สหรัฐจะยังคงแข็งค่า เนื่องจากธนาคารกลางสหรัฐจะค่อยๆ ขยับอัตราดอกเบี้ยขึ้นและรัฐบาลของทรัมป์จะเดินหน้านโยบายกระตุ้นการคลังต่อไป ในเอเชีย สกุลเงินส่วนใหญ่น่าจะอ่อนตัว จากการอ่อนตัวของค่าเงินหยวนที่อาจจะเกิดขึ้นอีก ในประเทศไทย เนื่องด้วยการค้าที่แข็งแกร่งและดุลบัญชีเดินสะพัดเกินดุล ค่าเงินบาทจึงเริ่มแข็งตัวตั้งแต่ต้นปี อย่างไรก็ตาม การอ่อนตัวของค่าเงินบาทจะยังเกิดขึ้นต่อไปอีก เศรษฐกิจของไทยยังไม่ฟื้นตัวอย่างมีนัยสำคัญ การฟื้นตัวของภาคการส่งออกยังไม่ชัดเจน และการบริโภคภายในประเทศยังคงอ่อนแอ โดยรวมแล้วด้วยความแข็งแกร่งของค่าเงินดอลลาร์สหรัฐ เราเชื่อว่าเงินบาทจะยังคงอ่อนค่าต่อไป”

 

บ๊อบ พาร์คเกอร์ที่ปรึกษาอาวุโสฝ่ายกลยุทธ์และผลิตภัณฑ์ด้านการลงทุน กล่าวว่า “การเติบโตทั่วโลกน่าจะดีขึ้น โดยสหรัฐอเมริกาจะเติบโตราวร้อยละ 2.5 ยุโรปร้อยละ 1.7 และญี่ปุ่นกว่าร้อยละ 1 และเราจะได้เห็นการเติบโตที่ดีขึ้นในประเทศเศรษฐกิจเกิดใหม่ จากภาพนี้ เราคิดว่า ปัจจัยเสี่ยงหลักคือการขึ้นอัตราดอกเบี้ยและเงินสกุลดอลลาร์สหรัฐที่แข็งตัว สถานการณ์การเมืองในยุโรป การแข็งค่าของเงินเยนและการหมุนเวียนของเงินทุนในประเทศเศรษฐกิจใหม่ หากพิจารณาความเสี่ยงและผลตอบแทนนี้ โอกาสการลงทุนจะเน้นไปที่ตราสารหนี้ระยะสั้นที่มีความเสี่ยงด้านเครดิต ความเสี่ยงของเงินสกุลดอลลาร์สหรัฐ อัตราการแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศในตลาดเกิดใหม่ และสินทรัพย์ตราสารหนี้คงที่ กลุ่มตราสารทุนในประเทศสหรัฐอเมริกา ผู้ส่งออกนอกสหรัฐอเมริกา และกลุ่มอุตสาหกรรมไอที การดูแลสุขภาพ และสาธารณูปโภคทั่วโลก”

 

 

 

หากต้องการข้อมูลเพิ่มเติม กรุณาติดต่อ

เอ็ดนา แลม

โทรศัพท์ +65 6212 6702 / +6596352747 อีเมล์ [email protected]

ซาบรีนา ฉั่ว

โทรศัพท์ +6563068881 / +6596695590 อีเมล์ [email protected]

ประเทศไทย

บริษัท แฟรนคอม เอเซีย จำกัด

ณิรดา แก้วไทย

โทรศัพท์02 233 4329 – 30 และ 02 233 4338– 39 ต่อ 14มือถือ 098-546-5144 อีเมล์ [email protected]