“ผู้ชำนาญเรื่องเครื่องปรับอากาศ” เน้นจุดแข็งเชิงวิศวกรรมและเทคโนโลยีที่ทันสมัย เดินหน้ารุกตลาดเครื่องปรับอากาศขนาดใหญ่ในกิจการเชิงพาณิชย์
"ยูนิแอร์" เครื่องปรับอากาศแบรนด์ไทยเก่าแก่ที่สุด ก้าวสู่ปีที่ 45 ประกาศจุดยืน “ผู้ชำนาญเรื่องเครื่องปรับอากาศ” เน้นจุดแข็งเชิงวิศวกรรมและเทคโนโลยีที่ทันสมัย เดินหน้ารุกตลาดเครื่องปรับอากาศขนาดใหญ่ในกิจการเชิงพาณิชย์ และโรงงานอุตสาหกรรมอย่างต่อเนื่อง พร้อมเตรียมขยายฐานลูกค้าสู่ตลาดเออีซี มั่นใจปี 2560 มีอัตราเติบโตเพิ่มขึ้นอีก 15% จากยอดรวมปีที่ผ่านมา 400 ล้านบาท ขณะเดียวกันยังทยอยส่งผลิตภัณฑ์ขนาดเล็กลงตลาดตอบโจทย์ลูกค้าที่พักอาศัยแบบครบวงจร
นายณรัณ ศิริสันธนะ กรรมการผู้จัดการ บริษัท ยูนิแอร์ คอร์ปอเรชั่น จำกัดผู้ผลิตและจำหน่ายเครื่องปรับอากาศภายใต้แบรนด์ “ยูนิแอร์” (UNI-Aire) ได้จัดงานแถลงข่าว “ก้าวสู่ปีที่ 45 ยูนิแอร์ ผู้ชำนาญเรื่องเครื่องปรับอากาศ (Air Conditioning Experts)” ณ โรงแรม S 31 ถนนสุขุมวิท
นายณรัณ ศิริสันธนะ กรรมการผู้จัดการ ได้เปิดเผยถึงการดำเนินกิจการที่ผ่านมาว่า แบรนด์ “ยูนิแอร์” มุ่งเน้นการผลิตเครื่องปรับอากาศขนาดใหญ่ สำหรับกิจการเชิงพาณิชย์ และโรงงานอุตสาหกรรม ซึ่งสืบเนื่องมาจากผู้ก่อตั้งกิจการของ “ยูนิแอร์” เป็นกลุ่มวิศวกรไทยที่ร่วมกันบุกเบิก จึงให้ความสำคัญกับงานวิศวกรรมและเทคโนโลยีเป็นหลัก
โดยระยะแรกของการก่อตั้งกิจการ บริษัทฯ เน้นการผลิตชิ้นส่วนเพื่อทดแทนการนำเข้าจากต่างประเทศสำหรับเครื่องปรับอากาศขนาดใหญ่ ต่อมาด้วยประสบการณ์และความชำนาญที่เพิ่มมากขึ้น จึงได้ขยายกิจการมาสู่การผลิตสินค้าภายใต้แบรนด์ “ยูนิแอร์” ให้บริการครบวงจรตั้งแต่การออกแบบและพัฒนาสินค้าตามความต้องการใช้งานของลูกค้าแต่ละประเภท เช่นโรงแรม โรงงานอุตสาหกรรม อาคารสำนักงาน อาคารพาณิชย์ ฯลฯ
ผลิตภัณฑ์ของ “ยูนิแอร์”ได้รับการยอมรับจากผู้บริโภคว่าเป็น “แอร์พันธุ์อึด”เพราะผลิตจากวัสดุที่ทนทานมีเทคโนโลยีทันสมัย ประหยัดพลังงาน ไม่ทำลายสิ่งแวดล้อม ซึ่งปัจจัยเหล่านี้ช่วยลดต้นทุนทางธุรกิจ จึงสอดคล้องกับความต้องการของผู้ประกอบการ อย่างไรก็ตาม บริษัทฯ ก็มีการผลิตเครื่องปรับอากาศขนาดเล็ก สำหรับที่พักอาศัยด้วย เพื่อตอบสนองความต้องการของลูกค้าทั่วไป
ปัจจุบัน บริษัทฯ มีลูกค้าทั้งตลาดภายในประเทศและต่างประเทศ มีผลประกอบการในปี 2559 ประมาณ 400 ล้านบาท แบ่งสัดส่วนเป็น ตลาดในประเทศ 75% และตลาดต่างประเทศอีก 25% และตั้งเป้าการเติบโตสำหรับปี 2560 ไว้เพิ่มขึ้น 15% ของรายได้ที่ผ่านมา โดยการรักษาฐานตลาดเดิม และขยายตลาดไปยัง กลุ่มประเทศเพื่อนบ้านในกลุ่มเออีซี
สำหรับทิศทางในการดำเนินธุรกิจในระยะต่อไปนั้น บริษัทฯ ยังคงเน้นความเป็นผู้ชำนาญการเรื่องเครื่องปรับอากาศ (Air Conditioning Experts)และมุ่งทำตลาดเครื่องปรับอากาศขนาดใหญ่ สำหรับกลุ่มลูกค้าเชิงพาณิชย์โดยให้ความสำคัญกับการพัฒนานวัตกรรมและผสมผสานเทคโนโลยีสมัยใหม่มาใช้ เช่น พัฒนาระบบ Internet of Things ซึ่งเป็นการควบคุมเครื่องปรับอากาศผ่านระบบ Cloud Network, การนำเทคโนโลยี Invertor ช่วยประหยัดพลังงานซึ่งเป็นคุณสมบัติที่กลุ่มลูกค้าอุตสาหกรรมต้องการนอกจากนี้ยังใช้สารทำความเย็น R 32 หรือที่เรียกว่า น้ำยาแอร์รุ่นใหม่ที่รักษ์สิ่งแวดล้อมและไม่ทำลายชั้นบรรยากาศโอโซนสำหรับเครื่องปรับอากาศเชิงพาณิชย์เป็นรายแรกในประเทศไทย
ทั้งนี้ ที่ผ่านมา ผลิตภัณฑ์ของบริษัทฯ ได้รับรางวัลด้านมาตรฐานสินค้ามาโดยตลอด โดยเฉพาะ รางวัลล่าสุด Thailand Energy Award 2015 จากกระทรวงพลังงาน ซึ่งเป็นรางวัลทางด้านผลิตภัณฑ์ประหยัดพลังงานส่วนตลาดต่างประเทศซึ่งมีอยู่กว่า 70 ประเทศทั่วโลก เป็นการส่งออกผลิตภัณฑ์ทั้งภายใต้แบรนด์ “ยูนิแอร์” และในรูปแบบอุปกรณ์ OEM โดยมีฐานลูกค้าหลักอาทิได้แก่ กลุ่มเอเชียใต้ เช่น ปากีสถาน บังกลาเทศ ศรีลังกา กลุ่มตะวันออกกลาง เช่น สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ อิหร่าน และกลุ่มประเทศในอเมริกากลาง
ในปีนี้บริษัทฯ ยังเตรียมขยายฐานลูกค้าในกลุ่มเออีซีเพิ่ม ซึ่งเป็นตลาดที่มีแนวโน้มการเติบโตที่ดี โดยนำผลิตภัณฑ์ไปออกบูธแสดงสินค้าและร่วมมือกับพันธมิตรในแต่ละประเทศ เช่น กัมพูชา,เมียนมาร์ ,ลาว และเวียดนาม ฯลฯ ซึ่งประเทศเหล่านี้มีความต้องการสินค้าและมีกำลังซื้อสูง ชื่นชอบสินค้าไทย
นายณรัณ ยังกล่าวถึงแนวโน้มพฤติกรรมการใช้เครื่องปรับอากาศในชีวิตประจำวันของผู้บริโภคว่ามีแนวโน้มใช้เครื่องปรับอากาศเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง เนื่องจากประเทศไทยเป็นเมืองร้อน โดยปัจจัยในการเลือกซื้อสินค้ามาจากตัวเลือกต่างๆ เช่น ราคา ความเย็น ความเงียบ เน้นประหยัดพลังงาน รักษาสุขภาพและความบริสุทธิ์ของอากาศบริเวณที่ใช้เครื่องปรับอากาศ ซึ่งบริษัทฯ เองได้พยายามนำเสนอนวัตกรรมเพื่อตอบสนองความต้องการของกลุ่มลูกค้าให้ได้อย่างครบถ้วน ในราคาที่สมเหตุสมผล
บริษัทฯ ยังให้ความสำคัญเรื่องความรับผิดชอบต่อสังคมและสิ่งแวดล้อมตลอดมา ด้วยการจัดโครงการต่างๆ เช่น กิจกรรมอนุรักษ์ธรรมชาติร่วมกับชุมชน ,สนับสนุนระบบการศึกษาโดยร่วมเป็นทวิภาคีให้การอบรมประสบการณ์วิชาชีพแก่นักเรียนนักศึกษาระดับอาชีวศึกษาจากสถาบันต่างๆ ระยะเวลา 6-10 เดือน เพื่อผลิตบุคลากรรุ่นใหม่ให้มีฝีมือในการออกไปประกอบอาชีพ อันเป็นกำลังสำคัญให้วงการอุตสาหกรรมไทยต่อไป และเนื่องในโอกาสครบรอบ 45 ปี ได้เตรียมจัดกิจกรรม "ปันประสบการณ์ งานเครื่องปรับอากาศ" ให้ความรู้เรื่องเทคโนโลยี การตลาดและการเป็น มืออาชีพเรื่องเครื่องปรับอากาศ แก่นักเรียนใน 10 สถาบันอาชีวศึกษาทั่วประเทศ โดยจะเริ่มโครงการในเดือนพฤษภาคมนี้เป็นต้นไป





