วันอาทิตย์ ที่ 18 ตุลาคม 2569

Login
Login

ชาวนนท์ช่วยชาวนา มหกรรมช่วยเหลือชาวนาไทยตัวจริง

มหกรรมจำหน่ายข้าวสารราคาพิเศษจากพี่น้องชาวนาไทย ซึ่งภายในงานพี่น้องชาวนาตัวจริงจากทั่วประเทศจะเดินทางมาร่วมจำหน่ายข้าวสารได้ด้วยตนเอง

เมื่อเวลา 13.30 น. ของเมื่อวานนี้ (30 พ.ย.59) ที่ลานหงษ์ทอง หน้าบริษัท บางซื่อโรงสีไฟเจียเม้ง จำกัด อำเภอเมือง จ.นนทบุรี นายนิสิต จันทร์สมวงศ์ ผู้ว่าราชการ จ.นนทบุรี ได้เดินทางมาเป็นประธานเปิด งาน “ชาวนนท์ช่วยชาวนา” ซึ่งได้จัดขึ้นร่วมกับเทศบาลนครนนทบุรี และบริษัท เจียเม้งมาร์เก็ตติ้ง จำกัด ผู้ผลิตและจำหน่ายข้าวตราหงษ์ทอง โดยได้กล่าวว่า “เพื่อเป็นการช่วยเหลือและบรรเทาความเดือดร้อนของชาวนาที่ปัจจุบันผลผลิตข้าวเปลือกอยู่ในภาวะราคาตกต่ำ ในรอบหลายปี ทางจังหวัดจึงได้จัดงานชื่อ ชาวนนท์ช่วยชาวนา โดยจะเป็นมหกรรมจำหน่ายข้าวสารราคาพิเศษจากพี่น้องชาวนาไทย ซึ่งภายในงานพี่น้องชาวนาตัวจริงจากทั่วประเทศจะเดินทางมาร่วมจำหน่ายข้าวสารได้ด้วยตนเอง โดยไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายใดๆ ทั้งสิ้น นอกจากนี้ก็ยังมีสินค้าและผลผลิตด้านการเกษตรมาร่วมจำหน่ายอีกหลายอย่าง โดยผู้สนใจสามารถเดินทางมาเลือกซื้อหรือร่วมงานได้ ในระหว่างวันพุธที่ 30 พฤศจิกายน – วันอาทิตย์ที่ 4 ธันวาคม พ.ศ.2559 ณ บริเวณลานหงษ์ทอง หน้าบริษัท บางซื่อโรงสีไฟเจียเม้ง จำกัด อ.เมือง จ.นนทบุรี  ด้านนางโสพรรณ มานะธัญญา กรรมการผู้จัดการ บริษัท เจียเม้งมาร์เก็ตติ้ง จำกัด ผู้ผลิตและจัดจำหน่ายข้าวตราหงษ์ทอง ซึ่งเป็นผู้ร่วมในการจัดงานครั้งนี้กล่าวว่า

จากสถานการณ์ในปัจจุบันที่ผลผลิตข้าวเปลือกหอมมะลิปี 59/60  เกษตรกรต้องเผชิญกับภาวะข้าวเปลือกราคาตกต่ำ ซึ่งเป็นผลจากกลไกตลาดที่เกิดการชะลอซื้อแต่ในขณะที่ผลผลิตได้ออกมาสู่ตลาดแล้ว ข้าวตราหงษ์ทองซึ่งเป็นผู้รับซื้อและจัดจำหน่ายข้าวหอมมะลิทั้งภายในประเทศและต่างประเทศจึงได้เข้าให้การช่วยเหลือ ด้วยการเร่งระดมซื้อข้าวจากเกษตรกรชาวนาในพื้นที่ด้วยราคาที่เป็นธรรมที่สุด  และเพื่อให้ชาวนาได้มีโอกาสขายข้าวโดยตรงถึงตัวผู้บริโภค  จึงได้ร่วมจัดงานฯ ครั้งนี้ขึ้นมา ซึ่งมีระยะเวลาจำนวน 5 วัน เพื่อเป็นอีกหนึ่งช่องทางในการช่วยเหลือเกษตรกร และนอกจากนี้ยังได้เชิญเกษตรกรชาวนาตัวจริงมาร่วมงาน พร้อมทั้งได้นำข้าวสารจากแปลงนามาขายโดยตรงถึงมือผู้บริโภคอีกด้วย โดยเกษตรกรที่มาร่วมงานครั้งนี้นั้นมาจากจังหวัดสุรินทร์ 4 ราย จังหวัดศรีสะเกษ 6 ราย จังหวัดยโสธร 1 ราย จังหวัดมหาสารคาม 1 ราย จังหวัดกาญจนบุรี 1 ราย และจังหวัดชัยนาท 2 ราย รวมเป็นชาวนาที่มาจากจังหวัดต่างๆ ทั้งสิ้น 15 ราย และนำข้าวสารมาจำหน่ายรวมกว่า 20,000 กิโลกรัม

โดยบริษัทฯ ได้เป็นผู้จัดการในเรื่องสถานที่และคอยอำนวยความสะดวกให้แก่ชาวนา  สำหรับสถานการณ์ที่ข้าวมีราคาตกต่ำในรอบหลายปีนั้น มีผลกระทบที่เกิดขึ้นโดยตรงกับบริษัทฯ คือมูลค่าการขาย เนื่อง จากราคาข้าวหอมมะลิได้ลดลง 20-30 บาท เฉลี่ยต่อ 5 กก. ในส่วนปริมาณการขายจะไม่มีผลกระทบ แม้ชาวนาจะนำข้าวสารออกมาขายเองโดยตรงถึงผู้บริโภค แต่ก็ยังมีสัดส่วนที่น้อย  อีกทั้งข้าวตราหงษ์ทองเองก็ได้จัดรายการส่งเสริมการขายต่างๆ ทั้งด้านการลดราคา หรือการแถมเพิ่มปริมาณฟรีให้กับผู้บริโภคเป็นประจำอยู่แล้ว ซึ่งเป็นการจัดกิจกรรมส่งเสริมการขายที่ได้มีมาอย่างต่อเนื่อง จึงอยากเชิญชวนให้ทุกคนมาร่วมซื้อข้าวจากชาวนาโดยตรง ถ้าประชากรใน จ.นนทบุรีที่มีมากกว่า 1 ล้านคน  ช่วยกันซื้อข้าวคนละ 10-20 กิโลกรัม เพียงเท่านี้เกษตรกรก็จะสามารถฝ่าวิกฤติในครั้งนี้ไปได้

นอกจากนี้ก็ยังมีช่องทางการซื้ออื่นๆ เพื่อช่วยเหลือชาวนาอีกหลายช่องทาง เช่น การสั่งซื้อข้าวทางสื่อ Online ซึ่งเป็นอีกทางหนึ่งที่น่าสนใจค่ะ มาที่ ดร.มนัส ชูผกา ผู้จัดการอาวุโสทั่วไปสายบริหารทรัพยากรมนุษย์และองค์กร บริษัท บางซื่อโรงสีไฟเจียเม้ง จำกัด กล่าวว่า “นอกจากการจัดงานฯ ข้างต้นแล้ว ปัจจุบันบริษัทฯ ยังได้มีการจัดทำโครงการหงษ์ทองนาหยอด มีวัตถุประสงค์เพื่อรักษาพันธุ์ข้าวหอมมะลิ ซึ่งได้สอดคล้องกับพระราชดำรัสของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ที่ได้พระราชทานแก่ผู้นำกลุ่มชาวนา เมื่อวันศุกร์ที่ 19 มีนาคม 2508 ซึ่งเป็นพระราชดำรัสเปิดการชุมนุมกลุ่มผู้นำชาวนาทั่วประเทศ ครั้งที่ 3 และโครงการฯ ดังกล่าวยังช่วยลดต้นทุนในการทำนา ซึ่งที่ผ่านมาทางบริษัทฯ ได้พยายามหาวิธีการตอบโจทย์ด้วยการทำนาหลายหลายวิธี จนในที่สุดก็ได้ค้นพบว่าการทำนาหยอดแบบแห้ง เป็นวิธีการที่เหมาะสมกับการปลูกข้าวหอมมะลิในพื้นที่ภาคอีสาน เพราะจะช่วยลดต้นทุนการปลูกข้าวเนื่องจากใช้เมล็ดพันธุ์น้อยเพียง 10 กิโลกรัมต่อไร่ จากเดิมในอดีตที่เกษตรกรทำนาหว่าน จะต้องใช้เมล็ดพันธุ์ถึง 25-35 กิโลกรัมต่อไร่ และยังต้องเสียค่ายาปราบศัตรูพืชและค่าปุ๋ยอีกเป็นจำนวนมาก ทำให้เกษตรกรมีต้นทุนในการปลูกข้าวที่สูง

นอกจากนี้การทำนาหยอดก็ยังช่วยให้เมล็ดพันธุ์มีอัตราการงอกที่ดี ข้าวที่ฝังไว้ในดินไม่ถูกทำลายโดยสัตว์และแมลง เมื่อฝนตกลงมาก็จะมีอัตราการงอกที่สูง และการทำนาหยอดก็ใช้หลักการเดียวกับนาดำ ผลผลิตที่ได้จึงเติบโตขึ้นเรียงกันเป็นแนว สามารถบริหารจัดการวัชพืชได้ง่าย มองเห็นต้นข้าวและคำนวณการใช้ปุ๋ยได้ชัดเจน นอกจากนี้ต้นข้าวยังแตกกอได้ดีเพราะไม่ได้ปลูกแน่นจนเกินไป ปริมาณข้าวออกรวงสูงและมีเมล็ดที่สวยงาม ซึ่งจากผลทดลองโครงการปลูกข้าวนาหยอดของบริษัทฯ ได้พบว่าช่วยลดต้นทุนการปลูกจาก 3,060 บาทต่อไร่ เป็น 2,575 บาทต่อไร่ หรือลดลงเป็นจำนวน 485 บาทต่อไร คิดเป็นเงินที่จ่ายน้อยลงถึง 16% และเพิ่มผลผลิตจาก 451 กก.ต่อไร่ เป็น 559 กก.ต่อไร่ หรือเพิ่มขึ้นเป็นจำนวน 108 กิโลกรัมต่อไร่ คิดเป็นเพิ่มขึ้น 24% จึงน่าจะเป็นอีกหนึ่งทางเลือกให้เกษตรกรชาวนาได้ทดลองนำไปใช้ปลูก เพื่อลดต้นทุนและเพิ่มผลผลิตข้าวเปลือกได้มากขึ้น โดยเกษตรกรชาวนาที่มาเข้าร่วมในโครงการฯ หรือนำขายข้าวให้กับหงษ์ทองในฤดูกาลเก็บเกี่ยวนี้ ทางบริษัทฯ ยินดีรับซื้อในราคาที่สูงกว่าตลาดกิโลกรัมละ 50 สตางค์ ครับ”                                  

สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่

ทีมประชาสัมพันธ์   โทรศัพท์ 063-3584503