เอออน ฮิววิทและศศินทร์ร่วมแถลงข่าวพร้อมเปิดตัวโครงการค้นหาสุดยอดนายจ้างดีเด่นครั้งที่ 9 ประจำปี 2560
เอออนฮิววิทบริษัทที่ปรึกษาด้านการบริหารงานบุคคลร่วมกับสถาบันบัณฑิตบริหารธุรกิจศศินทร์แห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ได้จัดงานแถลงข่าวเปิดตัวโครงการค้นหาสุดยอดนายจ้างดีเด่นครั้งที่9ประจำปี 2560 (Best Employers –Thailand 2017)ที่สถาบันบัณฑิตบริหารธุรกิจศศินทร์แห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ในวันที่22พฤศจิกายน 2559 โดยมีคุณกานติมาเลอเลิศยุติธรรมหัวหน้าคณะผู้บริหารด้านทรัพยากรบุคคลบริษัทแอดวานซ์อินโฟร์เซอร์วิส(เอไอเอส)ผู้คร่ำหวอดในแวดวงบริหารมานานกว่าทศวรรษและและคุณนันทศักดิ์ จุลตระกูลผู้อำนวยการด้านทรัพยากรสำนักงานใหญ่ ธุรกิจวัสดุทดแทนไม้และธุรกิจต่างประเทศ กลุ่มบริษัทมิตรผล มาร่วมแบ่งปันประสบการณ์การบริหารองค์กรให้ก้าวสู่การเป็นสุดยอดนายจ้างดีเด่น
ศาสตราจารย์ดีพัค ซี เจน ผู้อำนวยการสถาบันบัณฑิตบริหารธุรกิจศศินทร์ฯได้แถลงถึงความร่วมมือระหว่างศศินทร์และเอออนฮิววิทในโครงการค้นหาสุดยอดนายจ้างดีเด่นแห่งประเทศไทยซึ่งเป็นความร่วมมือที่ต่อเนื่องยาวนานกว่า 17ปี พร้อมทั้งให้มุมมองที่น่าสนใจว่า“เราอยู่ในยุคที่คนให้ความสำคัญกับทรัพยากรมนุษย์ ซึ่งความต้องการและการรักษาคนเก่งในองค์กรถือกุญแจหลักในการขับเคลื่อนองค์กรให้ประสบความสำเร็จ กว่า 16ปี ที่ศศินทร์ร่วมกับ เอออน ฮิววิท ในการจัดทำโครงการสุดยอดนายจ้างดีเด่นที่ไม่เพียงแต่มอบรางวัลให้แก่องค์กรที่เป็นสุดยอดนายจ้างดีเด่นเท่านั้น แต่ยังร่วมแบ่งปันแนวทางวิธีปฏิบัติที่เป็นเลิศในการบริการจัดการทัพยากรมนุษย์ในองค์กรให้กับผู้เข้าร่วมโครงการทุกคน ซึ่งถือเป็นการประสานกันที่ดีระหว่างข้อมูลเชิงลึก และการนำข้อมูลไปใช้อย่างเกิดประโยชน์สูงสุด”
รศ.ดร.ศิริยุพารุ่งเริงสุขผู้อำนวยการหลักสูตรการบริหารงานบุคคลสถาบันบัณฑิตฯศศินทร์ได้แบ่งปันมุมมองเกี่ยวกับแนวโน้มโลกยุคใหม่ปี 2025 อันมี 6 ประเด็นหลักคือโลกาภิวัฒน์ 2.0 (การขับเคลื่อนอำนาจและการเติบโตจากตะวันตกสู่เอเชีย) การเปลี่ยนแปลงทางเทคโนโลยีแบบทบต้นการเปลี่ยนแปลงรูปแบบของความสัมพันธ์และโครงสร้างของสังคมและองค์กรความเชื่อมโยงกันของโลกและตลาดแรงงานคนเก่งและวิกฤติการณ์ทางสิ่งแวดล้อมซึ่งส่งผลกระทบต่อสภาพแวดล้อมทางธุรกิจทำให้เกิดความต้องการโมเดลใหม่ในการบริหารธุรกิจและกลยุทธ์การบริหารบุคคล
เป็นเวลากว่าทศวรรษที่เอออนฮิววิทและศศินทร์ร่วมกันศึกษาและพัฒนาทฤษฎีแนวทางปฏิบัติและงานวิจัยจากข้อมูลที่ได้จากกลุ่มบริษัทผู้เข้าร่วมโครงการกรณีศึกษาและแนวโน้มธุรกิจทั่วโลกรวมไปถึงจากผู้ตัดสินซึ่งเป็นผู้เชี่ยวชาญการบริหารจากทุกแผนกงานแล้วนำมาบูรณาการร่วมกันเพื่อให้มั่นใจว่าเกณฑ์ที่ใช้ในการประเมินโครงการสุดยอดนายจ้างดีเด่นระดับภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกและประเทศไทยครอบคลุมความท้าทายทางธุรกิจและการบริหารบุคคลทุกมิติกลุ่มบริษัทผู้ได้รับรางวัลสุดยอดนายจ้างดีเด่นประเทศไทยเช่นกลุ่มไมเนอร์ฟู้ดโรงแรมแมริออทแมคโดนัลด์ (ประเทศไทย) เอไอเอสและกลุ่มมิตรผลเป็นตัวอย่างที่แสดงให้เห็นถึงธุรกิจที่ประสบความสำเร็จอย่างมั่นคงและยั่งยืนจากความแข็งแกร่งในการบริหารบุคคลโดยเฉพาะการที่มีองค์กรสนใจเข้าร่วมการสำรวจทุกครั้งนับตั้งแต่ปี 2003 เป็นต้นมาเช่นกลุ่มไมเนอร์ฟู้ดโรงแรมแมริออทแมคโดนัลด์ (ประเทศไทย) และองค์กรอื่นๆอีกมากมายย่อมเป็นพิสูจน์ที่ดีถึงมาตรฐานของโครงการสุดยอดนายจ้างดีเด่น
ทั้งนี้รศ.ดร.ศิริยุพากล่าวเสริมว่า“บริษัทที่เป็นสุดยอดนายจ้างดีเด่นคือบริษัทที่มีประสิทธิภาพสูงในการกำหนดกลยุทธ์และวางระบบของการบริหารงานบุคคลซึ่งส่งผลต่อความผูกพันของพนักงานและเครื่องมือประเมินผลของโครงการสุดยอดนายจ้างดีเด่นจะเป็นกุญแจสำคัญในการปลดล็อกสู่ความสำเร็จ”
ดร.อดิศักดิ์จันทรประภาเลิศในฐานะกรรมการผู้จัดการใหญ่บริษัทเอออนฮิววิทประเทศไทยได้กล่าวว่าโลกธุรกิจยุคใหม่เป็นโลกของการเปลี่ยนแปลงVolatile, Uncertain, Complex, and Ambiguous (VUCA) ซึ่งสภาพแวดล้อมเหล่านี้ส่งผลกระทบโดยตรงต่อองค์กรองค์กรต้องขับเคลื่อนให้รวดเร็วกว่าที่เคยหากกล่าวถึงผลกระทบการเปลี่ยนแปลงในประเทศไทยปัจจุบันได้เปลี่ยนจากความท้าทายในเชิงระบบเป็นความท้าทายที่ขึ้นอยู่กับเศรษฐกิจมากขึ้น (Thailand 4.0) ทั้งในเรื่องของการเปลี่ยนแปลงผลิตภัณฑ์เดิมให้มีนวัตกรรมใหม่ๆการนำเทคโนโลยีเข้ามาใช้ในเรื่องของการคิดค้นผลิตภัณฑ์การเปลี่ยนรูปแบบธุรกิจและมุ่งเน้นไปที่การบริการมากขึ้นดร.อดิศักดิ์ได้เผยถึงผลการศึกษาของโครงการสุดยอดนายจ้างดีเด่นปีที่ผ่านมาว่าหากองค์กรมีเป้าหมายในการเป็นสุดยอดนายจ้างดีเด่นควรที่จะให้ความสำคัญใน 3 เรื่องคือ
1. การปรับประสบการณ์ของพนักงานในองค์กรให้พนักงานมีประสบการณ์ในการทำงานที่ดีโดยการปรับเปลี่ยนวัฒนธรรมในการทำงานให้มีประสิทธิภาพมากขึ้นมีการเชื่อมโยงคนรุ่นเก่าและรุ่นใหม่เข้าด้วยกันและออกแบบองค์กรให้รองรับอนาคตซึ่งก็พบว่าองค์กรที่เป็นสุดยอดนายจ้างดีเด่นนั้นทำได้ดีกว่าองค์กรทั่วๆไปในทุกด้าน 2. การนำข้อมูลที่มีอยู่มาใช้ให้เกิดประโยชน์องค์กรสุดยอดนายจ้างดีเด่นสามารถที่จะใช้ข้อมูลต่างๆในการช่วยเสริมสร้างประสิทธิภาพในการทำงานของพนักงานและใช้ข้อมูลเพื่อเชื่อมโยงระหว่างพนักงานกับผลการทำงานขององค์กร 3. การปรับเปลี่ยนวัฒนธรรมขององค์กรเพื่อให้สอดรับกับกลยุทธ์ทางธุรกิจโดยองค์กรสุดยอดนายจ้างดีเด่นมีการปรับเปลี่ยนมิติของคนในส่วนต่างๆให้เข้ากับวัฒนธรรมขององค์กรในภาพใหญ่อีกทั้งพิจารณาถึงทิศทางที่องค์กรมุ่งหน้าจะไปในการปรับเปลี่ยนวัฒนธรรมอีกด้วย
คุณกานติมาเลอเลิศยุติธรรมหัวหน้าคณะผู้บริหารด้านทรัพยากรบุคคลบริษัทแอดวานซ์อินโฟร์เซอร์วิส (เอไอเอส)ซึ่งได้รับรางวัลที่สุดของสุดยอดนายจ้างดีเด่นประจำปี 2559เชื่อว่าในโลกยุคดิจิตอลมีความจำเป็นที่องค์กรจะต้องเข้าใจพนักงานอย่างลึกซึ้ง เพื่อที่จะสามารถออกแบบกลยุทธ์ทรัพยากรบุคคลที่สอดรับกับยุคปัจจุบันได้ นอกจากนี้คุณกานติมายังเผยว่าในช่วงระหว่างการเปลี่ยนแปลงที่สำคัญนี้ผู้จัดการฝ่ายทรัพยากรมนุษย์จำเป็นที่จะต้องก้าวไปข้างหน้าพร้อมๆกับสร้างความผูกพันของพนักงานให้เกิดขึ้นกับองค์กรทั้งนี้การจะทำให้พนักงานผูกพันกับองค์กรเป็นสิ่งที่จะต้องเริ่มต้นจากผู้บริหารระดับบน โดยในวันนี้บริษัทแอดวานซ์อินโฟร์เซอร์วิส (เอไอเอส) ยังได้ทิ้งท้ายถึงจุดเด่นและเส้นทางที่ทำให้เอไอเอสก้าวมาเป็นที่สุดของสุดยอดนายจ้างดีเด่น
คุณนันทศักดิ์ จุลตระกูลผู้อำนวยการด้านทรัพยากรสำนักงานใหญ่ ธุรกิจวัสดุทดแทนไม้และธุรกิจต่างประเทศ กลุ่มบริษัทมิตรผลกล่าวว่า ปรัชญาการดำเนินธุรกิจที่สำคัญของกลุ่มมิตรผลตั้งแต่เริ่มก่อตั้งคือคำว่า “ร่วมอยู่ ร่วมเจริญ” ซึ่งปรัชญานี้ไม่เพียงใช้แต่กับกลุ่มพนักงานของมิตรผลเท่านั้น แต่ยังรวมไปถึงกลุ่มผู้ถือผลประโยชน์ร่วมทุกภาคส่วนของมิตรผล ไม่ว่าจะเป็น ชุมชน ลูกค้า หรือผู้จัดส่งวัตถุดิบ เป็นต้น ในปี 2559 มิตรผลเข้าร่วมโครงการสุดยอดนายจ้างดีเด่นโดยมีเป้าหมายในการนำองค์กรไปสู่ระดับโลก และเพื่อที่จะประเมินว่าการดำเนินงานด้านบริหารงานบุคคลของกลุ่มมิตรผลมีประสิทธิภาพมากน้อยเพียงใด ซึ่งเป็นที่น่ายินดีว่าทางมิตรผลได้รับรางวัลถึง 2 รางวัลคือ รางวัลสุดยอดนายจ้างดีเด่นประจำปี 2559 และรางวัลสุดยอดนายจ้างดีเด่นสำหรับกลุ่มคนเจนเนอร์เรชั่น วาย ซึ่งรางวัลที่ได้ทำให้มิตรผลมั่นใจได้ว่าปรัชญาในการดำเนินงานของมิตรผลนั้นมีประสิทธิภาพและช่วยให้องค์กรเติบโตได้อย่างยั่งยืน
ปพิชญาวะนะสุขผู้จัดการโครงการนายจ้างดีเด่นประจำปี 2560 ยังเสริมเพิ่มเติมจากทางดร.อดิศักดิ์ว่าจากการที่สภาพแวดล้อมของธุรกิจมีการเปลี่ยนแปลงทำให้ความต้องการของธุรกิจ (Business Needs) เปลี่ยนแปลงควบคู่ไปกับแนวโน้มคนเก่ง (Talent Trends) ที่เปลี่ยนแปลงตามไปด้วยซึ่งปัจจัยหลักทั้ง 2 ปัจจัยที่กล่าวมานี้ส่งผลให้ฝ่ายทรัพยากรบุคคลต้องกลับมาทบทวนถึงรูปแบบการทำงานใหม่คือต้องมีความเข้าใจถึงบริบทของธุรกิจเข้าใจว่าองค์กรต้องเติบโตไปในทิศทางไหนและมีการเตรียมความพร้อมในการจัดการและพัฒนากำลังคนเพื่อให้องค์กรสามารถขับเคลื่อนธุรกิจได้ดียิ่งขึ้นคำถามที่เกิดขึ้นคือทำอย่างไรให้เข้าใจถึงบริบทขององค์กรและสามารถเตรียมความพร้อมในเรื่องของการจัดการกำลังคนได้อย่างมีประสิทธิผล? โครงการสุดยอดนายจ้างดีเด่นของเอออนฮิววิทนั้นเป็นเครื่องมือที่ช่วยสะท้อนให้ฝ่ายทรัพยาบุคคลเข้าใจภาพองค์กรในปัจจุบันครบทุกมิติทั้งจากในของทิศทางธุรกิจจากผู้บริหารระดับสูงนโยบายและความพร้อมของการบริหารทรัพยากรบุคคลและความพึงพอใจและการรับรู้จากพนักงานโดยจะวิเคราะห์เทียบออกมาเป็น 4 มิติเทียบกับองค์กรที่เป็นสุดยอดนายจ้างดีเด่นมี 4 มิตินั้นคือความผูกพันของพนักงานในองค์กรสูงผู้นำองค์กรมีประสิทธิภาพสูงภาพลักษณ์ขององค์กรที่โดนเด่นและวัฒนธรรมองค์กรที่ส่งเสริมประสิทธิภาพ
คุณปพิชญายังกล่าวทิ้งท้ายว่า“องค์กรหลายแห่งกลัวที่จะเข้าร่วมโครงการลักษณะนี้เพราะคิดว่าเป็นการประกวดแข่งขันและรู้สึกว่าจะเข้าร่วมต่อเมื่อพร้อมแล้วเท่านั้นซึ่งคำว่า‘พร้อม’เป็นคำที่วัดผลได้ยากมากแต่อยากให้มองว่าการเข้าโครงการนี้เป็นเพื่อเข้าใจตนเองมากยิ่งขึ้นและการที่องค์กรทราบว่าปัจจุบันของตนเองอยู่ณจุดไหนและต้องปรับปรุงพัฒนาเรื่องอะไรนั่นคือหนทางสู่ความสำเร็จของการเป็นสุดยอดนายจ้างดีเด่นสำหรับพนักงานแล้ว”
ช่องทางติดต่อ เอออน ฮิววิท:
ปพิชญา วะนะสุข, ผู้จัดการโครงการ ชนิสรา สมมติวงศ์, ผู้ประสานงานโครงการ
อันทิกา ชวดชุม, ผู้ประสานงานโครงการ
โทร. 02.305.4700





