เครื่องบินแบบใหม่โบอิ้ง 777-300ERกรุงเทพฯเป็นจุดหมายปลายทางแห่งแรกในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ในเครือข่ายเส้นทางการบินของสายการบินสวิส
สายการบินสวิสเพิ่มความสามารถในการรองรับผู้โดยสารเส้นทางกรุงเทพฯด้วยเครื่องบินแบบใหม่โบอิ้ง 777-300ER
กรุงเทพฯเป็นจุดหมายปลายทางแห่งแรกในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ในเครือข่ายเส้นทางการบินของสายการบินสวิสที่ได้รับมอบเครื่องบินรุ่นนี้
เมื่อวันที่ 16 กรกฎาคมที่ผ่านมาสายการบินสวิสได้เริ่มให้บริการเที่ยวบินทุกวันสู่กรุงเทพฯด้วยเครื่องบินลำใหม่รุ่นโบอิ้ง 777-300ER แทนเครื่องบินแอร์บัสเอ340-300 โดยจะทำให้สามารถรองรับผู้โดยสารเพิ่มขึ้นจากเดิมในอัตรากว่าหนึ่งในสามของสายการบินสวิสในเส้นทางกรุงเทพฯ
“เครื่องบินลำใหม่นี้นับเป็นอีกหนึ่งก้าวสำคัญในประวัติศาสตร์ของสายการบินสวิส และเรารู้สึกภูมิใจเป็นอย่างยิ่งที่ได้นำก้าวแห่งความสำเร็จนี้มาสู่ผู้โดยสารและพันธมิตรของเราในประเทศไทย”นายปีเตอร์ พูลเลม รองประธานฝ่ายการขายและการตลาดระหว่างประเทศของสายการบินสวิส กล่าว “ด้วยเครื่องบินรุ่นอันโดดเด่นลำล่าสุดที่จะเพิ่มเข้ามาประจำการในฝูงบินของเรา ทำให้เราสามารถมอบความเป็นส่วนตัว ความสบาย พื้นที่กว้างขวาง และความบันเทิงให้แก่ผู้โดยสารของเราได้มากขึ้น ในฐานะสายการบินประจำชาติของสวิตเซอร์แลนด์ สายการบินสวิสนั้นได้ผสมผสานค่านิยมดั้งเดิมของประเทศเอาไว้และยังมีความมุ่งมั่นที่จะส่งมอบคุณภาพการบริการและผลิตภัณฑ์ในระดับสูงสุด”
นายเดิร์ก โกรสมันน์ ผู้จัดการทั่วไปประจำประเทศไทยและภูมิภาคลุ่มแม่น้ำโขงของกลุ่มลุฟท์ฮันซ่า กล่าวว่า “โอกาสนี้ถือเป็นข่าวดีอีกครั้งของกลุ่มลุฟท์ฮันซ่าในประเทศไทย ที่สายการบินสวิสได้นำเครื่องบินที่มีความสำคัญลำใหม่รุ่นโบอิ้ง 777-300ERมาให้บริการ หลังจากที่เราประสบความสำเร็จในการแนะนำสายการบินยูโรวิงส์ให้กับตลาดในประเทศไทยเมื่อปลายปีที่แล้ว” เขากล่าวเสริมว่า “นี่ถือเป็นข้อพิสูจน์ว่าเรามีการเติบโตและยังคงเป็นที่ต้องการอย่างมั่นคงและแข็งแกร่งอย่างต่อเนื่องในภูมิภาคนี้และกรุงเทพฯยังคงเป็นศูนย์กลางการบินที่สำคัญในเอเชียของกลุ่มลุฟท์ฮันซ่า”
เครื่องบินโบอิ้ง 777-300ER ลำใหม่ของสายการบินสวิสให้บริการที่นั่งผู้โดยสารจำนวน 340 ที่นั่ง โดยแบ่งเป็น 8 ที่นั่งในห้องโดยสารชั้นหนึ่ง 62 ที่นั่งในห้องโดยสารชั้นธุรกิจ และอีก 270 ที่นั่งในห้องโดยสารชั้นประหยัดนอกจากนี้ การตกแต่งภายในห้องโดยสารใหม่ทั้งหมดของเครื่องบินลำใหม่ที่มีความสำคัญต่อสายการบินสวิสลำนี้ยังจะนำเสนอมอบความสบายและความสุนทรีย์เพื่อตอบสนองความต้องการได้อย่างตรงจุดมากที่สุดในทั้งสามชั้นโดยสาร ซึ่งรวมถึงการให้บริการการเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตไร้สายด้วย
เพื่อตอบสนองความต้องการที่แตกต่างและหลากหลาย สายการบินสวิสได้นำเสนอแพ็คเกจอินเทอร์เน็ตบนเที่ยวบินในสามรูปแบบ ได้แก่ แพ็คเกจการเชื่อมต่อข้อมูลขนาด 20 เม็กกะไบท์ในราคา 9 ฟรังก์สวิส ซึ่งแพ็คเกจสำหรับผู้ที่ต้องการตรวจสอบอีเมล์และเยี่ยมชมเว็บไซต์ต่างๆในปริมาณไม่มากนัก แพ็คเกจ 50 เม็กกะไบท์ในราคา 19 ฟรังก์สวิสนั้นเหมาะสำหรับนักเดินทางที่ต้องการจะเชื่อมต่อเพื่อการใช้งานโซเชียลเน็ตเวิร์กหรือใช้อินเทอร์เน็ตในการทำงาน และแพ็คเกจ 120 เม็กกะไบท์ในราคา 39 ฟรังก์สวิสนั้น นำเสนอความยืดหยุ่นและโอกาสที่มากขึ้นในการใช้งานอินเทอร์เน็ตเกือบเต็มรูปแบบ(ยกเว้นการใช้งานแบบสตรีมมิ่ง) และสำหรับผู้โดยสารชั้นหนึ่งนั้นสายการบินสวิสให้บริการแพ็คเกจการเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตขนาด 50 เม็กกะไบท์โดยไม่มีค่าใช้จ่าย
ในส่วนของที่นั่งผู้โดยสารชั้นหนึ่งสามารถปรับเปลี่ยนให้เป็นห้องสวีทส่วนตัวมีจอภาพขนาดถึง 32 นิ้วซึ่งถือเป็นจอที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในอุตสาหกรรมการบินณขณะนี้นอกจากนั้นม่านหน้าต่างยังสามารถปรับแสงได้โดยระบบอิเล็กทรอนิกส์และมีตู้เสื้อผ้าส่วนตัวส่วนห้องโดยสารชั้นธุรกิจนำเสนอความเป็นส่วนตัวและอิสระในการเคลื่อนไหวได้อย่างเหมาะสมและลงตัวเบาะที่นั่งสามารถปรับความนุ่มของเบาะได้ตามความต้องการส่วนบุคคลนอกจากนี้ในส่วนของผู้โดยสารชั้นประหยัดสายการบินสวิสยังได้นำเสนอเคาน์เตอร์แบบบริการตัวเองโดยจัดเครื่องดื่มและของทานเล่นอีกหลากหลายไว้ให้ผู้โดยสารเลือกหยิบทานได้ในช่วงเวลาที่นอกเหนือจากช่วงบริการอาหารและเครื่องดื่มตามปกติตลอดทั้งเที่ยวบินยิ่งไปกว่านั้นเครื่องทวินเจ็ทรุ่นใหม่ยังช่วยประหยัดน้ำมันและลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ซึ่งช่วยลดผลกระทบกับสิ่งแวดล้อม
“สายการบินยุคใหม่ของสวิตเซอร์แลนด์” (Next-Generation Airline of Switzerland) คือความมุ่งมั่นที่จะเป็นองค์กรที่น่าดึงดูดและเป็นที่ชื่นชอบ (employer value proposition)ซึ่งไม่ใช่เพียงแต่จะเพิ่มความน่าสนใจให้แก่บุคลากรใหม่เท่านั้น บริษัท ยังตั้งเป้าที่จะทำให้สายการบินสวิสเป็นองค์กรที่เป็นตัวเลือกอันดับแรกๆในบรรดาอุตสาหกรรมสายการบินในยุโรป รวมถึงยกระดับความน่าเชื่อถือในฐานะองค์กรให้เหนือกว่าภาคธุรกิจการขนส่งทางอากาศอีกด้วย
และเพื่อแสดงถึงความมุ่งมั่นนี้ ทางบริษัทยังได้เปิดตัว “Faces of SWISS” ซึ่งได้ตกแต่งภายนอกลำตัวเครื่องบินโบอิ้ง 777-300ER ลำแรกโดยมีภาพใบหน้าของพนักงานของสายการบินสวิสกว่า 2,500 คนปรากฏอยู่ โดยจะคงไว้ตลอดหนึ่งปีแรกในการปฏิบัติการบิน รูปภาพที่นำมาสร้างสรรค์เป็นลวดลายพิเศษในครั้งนี้เป็นภาพของบรรดาพนักงานที่เกี่ยวข้องได้ส่งมาให้ด้วยตนเอง และทุกภาพที่ถูกส่งเข้ามาได้ปรากฏอยู่ทั่วลำตัวเครื่องบิน และหนึ่งในตัวแทนของลูกเรือของสายการบินสวิสที่ได้รับเลือกให้เป็น1 ใน12ภาพที่ใหญ่ที่สุดในโครงการ“Faces of SWISS” เป็นพนักงานต้อนรับบนเครื่องบินชาวไทยที่มีชื่อว่า นางสาวจันทิพร บุญเกียรติ
ตารางบิน:
เที่ยวบิน
จุดเริ่มต้น
จุดหมายปลายทาง
เวลาออกเดินทาง
เวลาที่เดินทางไปถึง
LX181
กรุงเทพฯ
ซูริค
1305
1935
LX180
ซูริค
กรุงเทพฯ
1750
0915+1
คำบรรยายภาพข้างต้น:จากซ้าย นายอดิตยา คูลล่าห์ ผู้อำนวยการสายการบินสวิสประจำภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้และแปซิฟิค นายอีวาน ไบรท์เทอร์ ผู้อำนวยการของการท่องเที่ยวสวิตเซอร์แลนด์ประจำภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ นายปีเตอร์ พูลเลม รองประธานฝ่ายขายและการตลาดระหว่างประเทศของสายการบินสวิส นางสาวนภาพรปิ่นแก้ว ผู้จัดการสายการบินสวิสประจำประเทศไทย นางสาวจันทิพรบุญเกียรติพนักงานต้อนรับชาวไทยของสายการบินสวิส และนายเดิร์ก โกรสมันน์ นายเดิร์กโกรสมันน์ผู้จัดการทั่วไปประจำประเทศไทยและภูมิภาคลุ่มแม่น้ำโขงของกลุ่มลุฟท์ฮันซ่า
คำบรรยายภาพ:จากซ้าย นายเดิร์กโกรสมันน์ผู้จัดการทั่วไปประจำประเทศไทยและภูมิภาคลุ่มแม่น้ำโขงของกลุ่มลุฟท์ฮันซ่านายปีเตอร์พูลเลมรองประธานฝ่ายขายและการตลาดระหว่างประเทศของสายการบินสวิสและนายอีวานไบรท์เทอร์ผู้อำนวยการของการท่องเที่ยวสวิตเซอร์แลนด์ประจำภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้
คำบรรยายภาพ:นายปีเตอร์พูลเลมรองประธานฝ่ายการขายและการตลาดระหว่างประเทศของสายการบินสวิสกำลังให้ข้อมูลเกี่ยวกับความสำเร็จครั้งล่าสุดของสายการบินสวิสด้วยการเริ่มให้บริการเที่ยวบินทุกวันสู่กรุงเทพฯด้วยเครื่องบินลำใหม่รุ่นโบอิ้ง777-300ER
คำบรรยายภาพ:นางสาวจันทิพรบุญเกียรติพนักงานต้อนรับบนเครื่องบินชาวไทย ซึ่งเป็นหนึ่งในตัวแทนของลูกเรือของสายการบินสวิสที่ได้รับเลือกให้เป็น 1 ใน 12 ภาพที่ใหญ่ที่สุดในโครงการ“Faces of SWISS”
สายการบินสวิส (Swiss International Air Lines: SWISS) เป็นสายการบินประจำชาติของประเทศสวิตเซอร์แลนด์ โดยให้บริการเที่ยวบินไปยังจุดหมายปลายทาง 102 แห่งใน 46 ประเทศ จากซูริคและเจนีวา และขนส่งผู้โดยสารเป็นจำนวนกว่า 16 ล้านคนต่อปี ด้วยฝูงบินที่ประกอบด้วยเครื่องบินทั้งหมด 94 ลำ สวิส เวิร์ลด์ คาร์โก้ (Swiss World Cargo) หน่วยงานของบริษัททำหน้าที่ให้บริการการขนส่งทางอากาศ ณ สนามบินอย่างครอบคลุม เพื่อนำเสนอโซลูชั่นด้านโลจิสติกส์ที่เต็มไปด้วยความใส่ใจและทรงคุณค่าไปยังจุดหมายปลายทางราว 130 แห่งในกว่า 80 ประเทศ จากการที่สายการบินสวิสเป็นสายการบินของประเทศสวิตเซอร์แลนด์ ทางสายการบินฯจึงได้ผสมผสานค่านิยมดั้งเดิมของประเทศเอาไว้ และยังมีความมุ่งมั่นที่จะส่งมอบคุณภาพการบริการและผลิตภัณฑ์ในระดับสูงสุด ทั้งนี้ ด้วยจำนวนบุคลากร 8,564 คน ทำให้สายการบินสวิสสามารถสร้างรายได้ทั้งหมด 5 พันล้านฟรังก์สวิสในปี พ.ศ.2558 สายการบินสวิสเป็นส่วนหนึ่งของกลุ่มลุฟท์ฮันซ่า และยังเป็นสมาชิกของ สตาร์ อัลไลแอนซ์ (Star Alliance) ซึ่งเป็นเครือข่ายพันธมิตรสายการบินที่ใหญ่ที่สุดในโลก
Contact
Lufthansa Group
Corporate Communications Asia Pacific
T +65 6835 5958





