APC Group ขยายธุรกิจสู่แอฟริกา รุกเปิดบริษัท Africa Plantation Capital ในเคนยา
APC Group ผู้บริหารจัดการพื้นที่เพาะปลูกยักษ์ใหญ่ของโลก และเจ้าของบริษัทระดับรางวัลอย่าง Asia Plantation Capital ได้รุกขยายธุรกิจสู่ทวีปแอฟริกาด้วยการเปิดบริษัท Africa Plantation Capital ในประเทศเคนยา พร้อมกว้านซื้อที่ดินเพื่อปลูกต้นไผ่ที่มีมูลค่าสูง
http://photos.prnasia.com/prnvar/20160520/8521603229-a
การขยายธุรกิจครั้งนี้มีเป้าหมายเพื่อเปิดทางให้บริษัทได้ลงทุนครั้งใหญ่ในอุตสาหกรรมการปลูกต้นไม้ ซึ่งจะช่วยรับมือกับความท้าทายที่กำลังเป็นปัญหาในอุตสาหกรรมป่าไม้และชีวมวลทั่วโลก พร้อมทั้งปูทางสู่การผลิตอย่างยั่งยืนด้วย
ต้นไผ่จัดว่าเป็นพรรณไม้ที่มีความยั่งยืนมากที่สุดชนิดหนึ่งของโลกในปัจจุบัน ทั้งยังสามารถนำไปใช้ประโยชน์ในเชิงพาณิชย์ได้หลากหลาย อันที่จริงบริษัทได้พัฒนาพื้นที่ปลูกต้นไผ่เชิงพาณิชย์ในประเทศไทยมานานหลายปีแล้ว โดยได้เข้ามาควบคุมดูแลพื้นที่เพาะปลูกในนามของลูกค้าเอกชน พร้อมด้วยคลังสินค้าของตนเอง
แรกเริ่มเดิมทีทางบริษัทปลูกต้นไผ่เพื่อผลิตหน่อไม้ป้อนอุตสาหกรรมอาหารในเอเชีย จากนั้นจึงได้ทุ่มลงทุนด้านการวิจัยและพัฒนาจนค้นพบวิธีการใหม่ๆ (บางกรณีเรียกได้ว่าเป็นนวัตกรรมใหม่เลยทีเดียว) เพื่อแปรรูปเยื่อไผ่และใยไผ่ให้เกิดอรรถประโยชน์
Asia Plantation Capital ร่วมงานกับบรรดาผู้เชี่ยวชาญในอุตสาหกรรม รวมถึงคณะกรรมการที่ปรึกษาทางวิทยาศาสตร์ของบริษัทที่ประกอบด้วยเหล่านักวิชาการชั้นแนวหน้าของเอเชียจากมหาวิทยาลัยและองค์กรวิทยาศาสตร์หลายแห่ง เพื่อพัฒนาโครงการปลูกต้นไผ่เชิงพาณิชย์ อันเป็นต้นกำเนิดของหลากหลายผลิตภัณฑ์ที่ผลิตด้วยกระบวนการบูรณาการแนวดิ่งเต็มรูปแบบ ตามค่านิยมและความเชื่อที่ Asia Plantation Capital และบริษัทในเครือเดียวกันได้ยึดมั่นเสมอมา และยังเป็นการนำหลักการทำธุรกิจแบบ "from Soil to Oil to You" มาสู่ภาคส่วนใหม่นี้ด้วย
http://photos.prnasia.com/prnvar/20160520/8521603229-b
APC Group ตั้งใจสานต่อความสำเร็จแบบเดียวกับพรรณไม้อื่นๆ เช่น ไม้กฤษณา ด้วยการสร้างมูลค่าเชิงพาณิชย์และดึงศักยภาพสูงสุดของต้นไผ่ออกมา ต้นไผ่ได้รับการขนานนามว่าเป็น "ต้นไม้มหัศจรรย์" และได้รับการยอมรับในวงกว้างว่าช่วยแก้ปัญหาด้านสิ่งแวดล้อมได้หลายประการ แต่ในเชิงพาณิชย์ยังถูกนำไปใช้ประโยชน์เพียงน้อยนิดเท่านั้น
http://photos.prnasia.com/prnvar/20160520/8521603229-c
"ต้นไผ่เป็นพรรณไม้ที่ APC ให้ความสนใจมานานหลายปีแล้ว" แกรี่ เครตส์ ซีอีโอของ APC Group, Geneva กล่าว "เพราะนอกเหนือจากคุณประโยชน์เชิงพาณิชย์ที่ปรากฎให้เห็นอย่างต่อเนื่องและไม่สิ้นสุดแล้ว ต้นไผ่ยังมีประโยชน์ในแง่ของสิ่งแวดล้อมด้วย ต้นไผ่เป็นต้นไม้ที่เติบโตเร็วที่สุดในโลก โดยสามารถผลิตอาหารเพื่อทำกำไรได้ภายในเวลาไม่ถึงปี ทั้งยังสามารถใช้ทดแทนชีวมวลและไม้บางชนิดที่กว่าจะปลูกจนโตเต็มที่ต้องใช้เวลานาน 20-50 ปี นอกจากนี้ ต้นไผ่ยังปล่อยก๊าซออกซิเจนสู่บรรยากาศมากกว่าต้นไม้ชนิดอื่นในช่วงเวลาเท่าๆกัน"
คุณเครตส์กล่าวเสริมว่า "ฉายา "ต้นไม้มหัศจรรย์" คู่ควรแล้วในความเห็นของผม แต่เรายังต้องใช้เวลาอีกหลายปีในการวิจัยและทดสอบเพิ่มเติม เพื่อพิสูจน์ให้ได้ว่าต้นไผ่มีความคุ้มค่าในเชิงพาณิชย์จริงๆ ส่วนขั้นตอนต่อไปได้แก่การพัฒนาพื้นที่ปลูกต้นไผ่ขนาดใหญ่ที่มีความยั่งยืน ซึ่งสามารถใช้ผลิตผลิตภัณฑ์หลากหลายประเภท"
"เราได้มีการดำเนินงานในลักษณะเดียวกันนี้กับต้นไม้ชนิดอื่นๆ และเราเชื่อว่าเราได้คิดค้นโมเดลธุรกิจอันเหนือชั้นสำหรับต้นไผ่ ซึ่งเป็นไปตามเกณฑ์ที่เราตั้งไว้เมื่อเราทุ่มลงทุนในภาคส่วนใดภาคส่วนหนึ่ง ต้นไผ่มีประโยชน์ใช้สอยนานัปการ ทั้งเป็นอาหาร ชีวมวล ถ่านไม้ กระดานไม้สำหรับงานก่อสร้าง ถ่านชีวภาพ คาร์บอนกัมมันต์ กระดาษ ผ้าเส้นใยไผ่ราคาแพง กระดาษชำระ วัสดุที่ใช้ทำพื้นห้อง เครื่องใช้ในครัวและในบ้าน รถจักรยาน หรือแม้กระทั่งกระเป๋าเดินทาง ตลอดสามปีที่ผมได้เข้ามาประเมินศักยภาพของต้นไผ่ และแปรรูปไม้มหัศจรรย์นี้ในเชิงการค้า นับว่าเป็นช่วงเวลาอันน่าทึ่งและคุ้มค่าอย่างยิ่งสำหรับผม"
ความท้าทายที่ใหญ่หลวงที่สุดประการหนึ่งสำหรับทีมงานของ APC Group ในการนำต้นไผ่มาทำประโยชน์เชิงพาณิชย์ก็คือ การเสาะหาภูมิประเทศที่มีความเหมาะสมและมั่นคงที่สุดสำหรับการพัฒนาและบริหารจัดการพื้นที่เพาะปลูกขนาดใหญ่ โดยภูมิประเทศนั้นต้องสามารถเข้าถึงตลาดสำคัญๆได้อย่างสะดวกสบาย ส่วนสภาพดินฟ้าอากาศในก็มีความสำคัญไม่แพ้กัน
ประเทศเคนยา มีสภาพอากาศแทบจะสมบูรณ์แบบ อุดมไปด้วยพื้นที่ทำการเกษตร มีรากฐานเกษตรกรรมที่แข็งแกร่ง ทั้งยังมีโครงสร้างพื้นฐานด้านโลจิสติกส์ที่เป็นเลิศ จึงนับได้ว่าเป็นตัวเลือกที่เหมาะสมที่สุด
http://photos.prnasia.com/prnvar/20160520/8521603229-d
ตอนนี้ ทางเครือบริษัทได้ก่อตั้ง Africa Plantation Capital และได้กว้านซื้อที่ดินเพื่อดำเนินการพัฒนาระยะเริ่มต้นในเคนยา
"เรามีส่วนเกี่ยวข้องในโครงการทางการเกษตรในแอฟริกามานานหลายปีแล้ว" คุณเครตส์กล่าว "แต่นี่เป็นครั้งแรกที่เราได้ลงทุนในที่ดินของเราจริงๆ เรารู้สึกตื่นเต้นเป็นอย่างยิ่งที่ได้พัฒนาอุตสาหกรรมไม้ไผ่อย่างยั่งยืนในแอฟริกา ด้วยการเริ่มต้นธุรกิจของเราที่เคนยาในนาม Africa Plantation Capital เราเล็งเห็นศักยภาพอันมหาศาลในประเทศและภูมิภาคนี้ การลงทุนระยะแรกเริ่มในเคนยามีมูลค่าประมาณ 30 ล้านดอลลาร์สหรัฐ สำหรับที่ดิน 1,000 เอเคอร์แรก รวมทั้งโครงสร้างพื้นฐานอื่นๆที่เกี่ยวข้อง"
นอกเหนือจากพันธสัญญาของเครือบริษัทในการสร้างสรรค์โซลูชั่นและเทคโนโลยีใหม่ๆ ที่ทั้งล้ำสมัย ยั่งยืน และมีประโยชน์ในเชิงพาณิชย์แล้ว ทางบริษัทยังให้การสนับสนุน Boo?Tex Industries ซึ่งเป็นผู้พัฒนาผ้าเส้นใยไผ่สุดหรูหลากหลายรูปแบบสำหรับวงการแฟชั่นและเสื้อผ้ากีฬา และยังเป็นผู้สนับสนุนโปรเจคท์สร้างซูเปอร์คาร์ที่ผลิตขึ้นอย่างยั่งยืนเต็มรูปแบบรุ่นแรกของโลกอย่าง "ECOO7" ซึ่งผสานเทคโนโลยีสุดล้ำมากมาย เช่น ตัวถังแบบไร้โครงที่ทำจากใยไผ่ รวมถึงตัวรถและโครงรถทั้งหมดที่ผลิตขึ้นด้วยส่วนประกอบจากใยไผ่ลักษณะเดียวกัน ไม้ไผ่มีความทนแรงดึงมากกว่า 3 เท่าเมื่อเทียบกับเหล็กกล้า ไม่ขึ้นสนิม และมีน้ำหนักเบากว่าเส้นใยคาร์บอน จึงเป็นตัวเลือกอันสมบูรณ์แบบสำหรับอุตสาหกรรมยานยนต์โลก และคงไม่น่าแปลกใจหากเราได้เห็นเจมส์ บอนด์ ขับรถลักษณะนี้ในภาพยนตร์เรื่องใหม่
http://photos.prnasia.com/prnvar/20160520/8521603229-e
ด้วยพื้นที่เพาะปลูกที่กระจายตัวอยู่ทั่วโลกครอบคลุมทั้งเอเชีย แอฟริกา และสหรัฐอเมริกา จึงเป็นที่ชัดเจนว่า APC Group และบริษัทในเครือ (Asia Plantation Capital, Africa Plantation Capital และ America Plantation Capital) ได้ก้าวขึ้นเป็นผู้ทรงอิทธิพลในอุตสาหกรรม และในขณะนี้ ทางเครือบริษัทตั้งเป้าว่าจะก้าวขึ้นเป็นผู้นำในอุตสาหกรรมไม้ไผ่ พร้อมขึ้นแท่นเป็นผู้นำด้านการปลูก ผลิต และจัดจำหน่ายผลิตภัณฑ์จากต้นไผ่ซึ่งมีการดำเนินงานแบบบูรณาการแนวดิ่งเต็มรูปแบบ






