กระตุ้นอุตสาหกรรมไทยให้อนุรักษ์และฟื้นฟูคุณภาพน้ำอย่างยั่งยืน
กรมโรงงานอุตสาหกรรม (กรอ.) กระทรวงอุตสาหกรรม เปิดตัวโครงการอุตสาหกรรมรวมใจภักดิ์ รักษ์แม่น้ำ ปีที่ ๑๐ ภายใต้แนวคิด “๑ ทศวรรษที่ยิ่งใหญ่ ร้อยสายใยสู่สายน้ำ”เพื่อเฉลิม พระเกียรติสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ เนื่องในโอกาสมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา ๘๔ พรรษา มุ่งกระตุ้นผู้ประกอบการโรงงานอุตสาหกรรมใส่ใจสิ่งแวดล้อม ดูแลรักษาคุณภาพแม่น้ำลำคลอง
ดร.พสุ โลหารชุน อธิบดีกรมโรงงานอุตสาหกรรมและรองโฆษกกระทรวงอุตสาหกรรมกล่าวว่า “กรมโรงงานอุตสาหกรรมกระทรวงอุตสาหกรรมได้จัดทำโครงการอุตสาหกรรมรวมใจภักดิ์ รักษ์แม่น้ำ ปีที่ ๑๐ ภายใต้แนวคิด “๑ ทศวรรษที่ยิ่งใหญ่ ร้อยสายใยสู่สายน้ำ” เพื่อสนองพระราชดำรัสของสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ที่ทรงห่วงใยปัญหาคุณภาพน้ำในแม่น้ำต่างๆ ที่อยู่ในภาวะเสื่อมโทรมลง ด้วยการสร้างเครือข่ายอุตสาหกรรมรวมใจภักดิ์ รักษ์แม่น้ำ ให้เป็นปึกแผ่นและเป็นรูปธรรมมากยิ่งขึ้น กอปรกับโครงการอุตสาหกรรม รวมใจภักดิ์ รักษ์แม่น้ำ ได้ดำเนินต่อเนื่องมาเป็นปีที่ ๑๐
จึงนับเป็นโอกาสอันดีที่ปวงชนชาวไทยทุกหมู่เหล่าจะได้ร่วมแสดงออกถึงความจงรักภักดี พร้อมร่วมเฉลิมพระเกียรติ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ เนื่องในโอกาสมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษาเวียนมาบรรจบครบ ๗ รอบ ๘๔ พรรษา ผ่านการสืบสานอนุรักษ์น้ำอย่างยั่งยืน ตามรอยพระราชดำรัสเพื่อถวายแด่พระองค์ท่าน และพิเศษสุดในปีนี้ คือ ภาคอุตสาหกรรมจะได้ต้นแบบ “โรงงานรักษ์น้ำ” เพื่อเป็นโรงงานตัวอย่างด้านอนุรักษ์และฟื้นฟูแม่น้ำให้แก่โรงงานอื่นๆ ทั่วประเทศ”
ในปีงบประมาณ ๒๕๕๙ มีการดำเนินการ ๒ ด้าน คือ ด้านการกำกับดูแลโรงงานอุตสาหกรรมให้ระบายน้ำทิ้งเป็นไปตามกฎหมาย และด้านการกระตุ้นจิตสำนึกของทุกภาคส่วน ด้วยการให้ความรู้ ผสานความร่วมมือในการฟื้นฟูและดูแลคุณภาพน้ำให้ดีขึ้น ทั้งในกลุ่มผู้ประกอบการโรงงานอุตสาหกรรม ชุมชน เยาวชน และหน่วยงานต่างๆ ทั่วประเทศ โดยใช้สื่อและเทคโนโลยีที่ทันสมัย สอดคล้องกับนโยบายของรัฐบาลที่ต้องการมุ่งสู่เศรษฐกิจและสังคมดิจิตอล เพื่อให้คุณภาพน้ำในแม่น้ำสายหลักทั่วประเทศคืนกลับมาใสสะอาดดังที่เคยเป็นมา ทั้งนี้ มีแผนในการส่งเสริม ถ่ายทอดเทคโนโลยี และกระตุ้นจิตสำนึกของภาคส่วนต่างๆ จำนวนรวมกันไม่น้อยกว่า ๒,๕๐๐ ราย
สำหรับในกลุ่มนักเรียน นักเรียน นิสิต นักศึกษา และประชาชนทั่วไปได้มีการจัดกิจกรรมที่สร้างสรรค์และหลากหลายอาทิ การประกวดภาพวาดสำหรับนักเรียนระดับประถมศึกษา และการประกวดแอนิเมชั่น อินโฟกราฟิกสำหรับนิสิต นักศึกษาและประชาชนทั่วไป ในหัวข้อ “หนึ่งทศวรรษอุตสาหกรรมรวมใจ ร้อยสายใย สู่สายน้ำ” เพื่อชิงทุนการศึกษามูลค่ากว่า ๑๒๐,๐๐๐ บาท พร้อมโล่รางวัลและเกียรติบัตรโดยเปิดรับผลงาน ตั้งแต่วันนี้ ถึงวันที่ ๓๐ มิถุนายน ๒๕๕๙ นอกจากนี้ยังมีกิจกรรมเสวนาให้ความรู้ในหัวข้อ “การอนุรักษ์และการฟื้นฟูคุณภาพน้ำอย่างยืน” พร้อมกิจกรรมเวิร์คช้อปเพื่อแนะนำแนวทางสร้างสรรค์แอนิเมชั่น อินโฟกราฟิก โดยคุณชวลิต แก้วมณี
หนึ่งในผู้กำกับภาพยนตร์แอนิเมชั่นเรื่อง Nine และคุณทองแดง จาก The Mok Studios แอนิเมเตอร์ชื่อดังของเมืองไทย ซึ่งจะจัดขึ้นที่หอศิลปวัฒนธรรมแห่งกรุงเทพมหานคร มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ และมหาวิทยาลัยขอนแก่น ภายในเดือน มีนาคม – เมษายนนี้
ทั้งนี้กรมโรงงานอุตสาหกรรมกำหนดจัดงานเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ในวันที่ ๙ สิงหาคม ๒๕๕๙ ณ ศูนย์วัฒนธรรมแห่งประเทศไทย โดยภายในงานดังกล่าวมีนิทรรศการซึ่งรวบรวม ผลการดำเนินงาน รวมทั้งมอบรางวัลต้นแบบโรงงานรักษ์น้ำรางวัลประกวดภาพวาด และแอนิเมชั่น อินโฟกราฟิก พร้อมเปิดโอกาสให้ประชาชนทั่วไปที่เข้าร่วมงานได้ร่วมเขียนคำสัตย์ปฏิญาณผ่านหยดน้ำ เพื่อรำลึกถึงคุณค่าแห่งการรักษ์น้ำ การรวมพลังถวายพระพร ร่วมร้องเพลงสรรเสริญพระบารมี เฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวและสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ และชมการแสดง คอนเสิร์ต “๑ ทศวรรษที่ยิ่งใหญ่ ร้อยสายใย สู่สายน้ำ” จากศิลปินชื่อดัง “โจ- ก้อง” ที่จะมาเตรียมขึ้นโชว์อย่างเต็มรูปแบบ โดยผู้สนใจสามารถสอบถามรายละเอียดงานเพิ่มเติมได้ที่ สำนักวิจัยและพัฒนาสิ่งแวดล้อมโรงงาน กรมโรงงานอุตสาหกรรมเบอร์โทรศัพท์ ๐๒-๒๐๒-๔๐๐๑-๒ หรือนายอรรถพลสวัสดิ์สิริเดชเบอร์โทรศัพท์ ๐๙๑-๗๗๐-๑๑๒๗ หรือติดตามความคืบหน้าโครงการใน Facebook page : รวมใจภักดิ์ รักษ์แม่น้ำ 2559
“กรมโรงงานอุตสาหกรรมหวังเป็นอย่างยิ่งว่า โครงการอุตสาหกรรมรวมใจภักดิ์ รักษ์แม่น้ำ ปีที่ ๑๐ จะได้รับการตอบรับอย่างดีจากทุกภาคส่วน โดยมีความมั่นใจว่ากิจกรรมต่างๆ ที่จัดขึ้นจะช่วยปลูกฝังจิตสำนึก ให้ผู้ประกอบการโรงงานอุตสาหกรรม นักเรียน นักศึกษา และประชาชนทั่วไป ช่วยกันอนุรักษ์และฟื้นฟูคุณภาพน้ำ ให้เกิดขึ้นอย่างยั่งยืนได้ และสามารถสร้างความเชื่อมั่นให้กับการพัฒนาด้านเศรษฐกิจอุตสาหกรรมที่จะต้องเติบโต ไปพร้อมกับวิถีชีวิตของชุมชน และความสมดุลของสิ่งแวดล้อมได้ในอนาคต” ดร.พสุ กล่าวทิ้งท้าย








