วัฒนธรรมองค์กรแบบโค้ชชิ่ง สู่องค์กรแห่งการพัฒนาและความสำเร็จที่ยั่งยืน
วัฒนธรรมองค์กรแบบโค้ชชิ่ง สู่องค์กรแห่งการพัฒนาและความสำเร็จที่ยั่งยืน
รูปแบบหนึ่งในการพัฒนาบุคลากรของประเทศไทยที่มาแรงสุดในตอนนี้ คงหนีไม่พ้นการโค้ชหรือเรียกกันติดปากว่า “โค้ชชิ่ง” องค์กรชั้นนำหันมาให้ความสำคัญกับเรื่องนี้ และเริ่มมีการนำการโค้ชมาใช้กันอย่างแพร่หลาย แม้ว่าการโค้ชในประเทศไทยจะยังอยู่ในช่วงเริ่มต้น และส่วนใหญ่ยังอยู่ในวงจำกัด แต่เมื่อองค์กรชั้นนำ และผู้บริหารหลายๆท่านได้มีประสบการณ์ และได้เห็นประโยชน์จากการโค้ช หัวข้อที่เริ่มเป็นที่สนใจคือ เป็นไปได้หรือไม่ ที่จะทำให้ การโค้ช กลายเป็นวัฒนธรรมขององค์กร มีการใช้ในวงกว้าง และเกิดการเปลี่ยนแปลงกับองค์กรอย่างยั่งยืน
จิรโรจน์ ติกกะวี โค้ชผู้บริหารระดับสูงและผู้เชี่ยวชาญด้านการพัฒนาภาวะผู้นำ บริษัท สลิงชอท กรุ๊ป จำกัด เล่าว่า The International Coach Federation (ICF) ให้คำจำกัดความของการโค้ชว่า คือ “ ความร่วมมือของผู้ที่ทำหน้าที่โค้ช และผู้ที่ได้รับการโค้ช โดยมีขั้นตอนกระบวนการท้าทายในการคิด เป็นการจุดประกายให้ผู้ที่ได้รับการโค้ช เห็นทั้งโอกาส และเกิดแรงบันดาลใจที่จะดึงหรือใช้ศักยภาพของตนเอง เพื่อสร้างความสำเร็จทั้งในเรื่องส่วนตัว และในงาน ” หลักการสำคัญหนึ่งของการโค้ชก็คือ การที่โค้ชช่วยให้ผู้ได้รับการโค้ช ได้พยายามหาทางออกของปัญหาด้วยตัวเอง แทนที่โค้ชจะบอกคำตอบหรือแนะนำทางออกให้ การโค้ชเป็นการฝึกให้ผู้ได้รับการโค้ชได้คิดอย่างเป็นระบบ และฝึกหาทางออกใหม่ๆด้วยตัวเอง โดยโค้ชทำหน้าที่ในการสะท้อนมุมมอง และท้าทายให้เกิดความคิดที่รอบด้าน จึงทำให้เกิดการฝึกฝน และพัฒนาเป็นทักษะใหม่ในตัวผู้ได้รับการโค้ช ช่วยให้เกิดการเพิ่มพูนความสามารถในการแก้ปัญหา และความคิดสร้างสรรค์ด้วยตัวเอง เปรียบดังภาษิตจีนที่ว่า “ การให้ปลากับคนๆหนึ่งเราช่วยให้เค้าอิ่มเพียงมื้อเดียว แต่ถ้าเราสอนวิธีการจับปลาให้เค้าเราจะช่วยให้คนๆนั้นอิ่มไปชั่วชีวิต ” นอกจากนั้นกระบวนการนี้ยังทำให้พนักงานลดการพึ่งพาผู้บริหารหรือหัวหน้างาน ในการหาแนวทางแก้ปัญหา เพราะทุกคนจะถูกฝึก และถูกคาดหวังว่า จะหาทางออกใหม่ๆ ด้วยตัวเองก่อนเสมอ
วัฒนธรรมองค์กรแบบโค้ชชิ่ง เป็นการนำแนวคิด และการสื่อสารแบบโค้ชชิ่งไปใช้ในวงกว้าง โดยการนำแนวคิด และรูปแบบการพูดคุยในการโค้ชไปใช้ในหลายๆสถานการณ์ ไม่เพียงจำกัดอยู่เฉพาะการพูดคุยอย่างเป็นทางการ ในการพัฒนาผู้บริหารโดยโค้ชผู้เชี่ยวชาญเท่านั้น แต่คนส่วนใหญ่ในองค์กรมีการนำรูปแบบการพูดคุยแบบการโค้ช มาใช้ในการสื่อสารระหว่างกัน ในทุกระดับ ไม่ว่าจะเป็นการพัฒนาบุคลากรการประชุม และการสื่อสารในงานสำคัญต่างๆ
ถ้าองค์กรสามารถสร้างวัฒนธรรมแบบโค้ชชิ่งได้ จะทำให้เกิดความรวดเร็วในการปฏิบัติงาน และการสร้างสรรค์นวัตกรรม การนำเอาไอเดียใหม่ๆมาสู่ภาคปฏิบัติก็จะเกิดผลสำเร็จมากขึ้น เพราะทีมงานมีแนวโน้มที่จะพยายามผลักดันแนวคิดที่พวกเค้ามีส่วนร่วมในการคิดขึ้นมามากกว่า มีผลทำให้เพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน และการปรับตัวขององค์กร ผลวิจัยจาก Zenger Folkman ที่ได้จากการทำสำรวจผู้นำกว่า 60,000 คนทั่วโลก ยังชี้ให้เห็นว่า พนักงานที่ทำงานกับผู้นำที่มีทักษะการโค้ชได้ดีมีแนวโน้มที่จะมี Engagement และ Commitment ต่อองค์กรที่สูงกว่าอย่างมีนัยยะสำคัญ
จากที่ได้ร่วมมือกับองค์กรชั้นนำหลายแห่งในประเทศไทย ในการโค้ชผู้บริหาร การพัฒนาทักษะการโค้ชและการสร้างวัฒนธรรมองค์กร ผมพบว่าหัวใจหลักของการสร้างวัฒนธรรมองค์กรแบบโค้ชชิ่ง มีอยู่ สี่ด้านด้วยกันคือ หนึ่งการสร้างความรู้สึกร่วมถึงความจำเป็นที่จะเปลี่ยนแปลง สองการทำให้ทุกคนในองค์กรมีภาพแห่งความสำเร็จร่วมกัน สามคือบุคลากรได้รับการพัฒนาทักษะการโค้ชอย่างเหมาะสม และสุดท้ายการมีกลไกในการให้คุณให้โทษที่ชัดเจนเพื่อจูงใจให้คนปรับตัวสู่วิถีใหม่
ในการสร้างความรู้สึกร่วม ผู้บริหารต้องสร้างความเข้าใจ และกระตุ้นให้คนในองค์กร ตระหนักรู้ถึงความเสี่ยงหรือผลร้ายของการเป็นแบบเดิม และชี้ให้เห็นถึงประโยชน์ของการเปลี่ยนแปลงที่ส่งผลต่อองค์กร และพนักงาน ในกรณีของการสร้างวัฒนธรรมองค์กรแบบโค้ชชิ่งคือ ความเสี่ยงที่องค์กรจะก้าวตามการแข่งขันไม่ทัน ในขณะที่วัฒนธรรมใหม่ จะเปลี่ยนให้องค์กรมีขีดความสามารถในการแข่งขัน และมีความยืดหยุ่นคล่องตัวกว่าเดิม เพราะพลังในการขับเคลื่อนจะมาจากทุกคนในองค์กร ในที่สุดหัวหน้าก็จะสบายขึ้น เพราะทีมงานเก่งขึ้น คิดเองได้ สร้างสรรค์ผลงานที่ดีได้โดยไม่ต้องให้หัวหน้าลงไม้ลงมือทุกเรื่อง ทีมงานเองก็จะได้รับการพัฒนาตลอดเวลา ได้รับโอกาสให้ทำงานที่ท้าทาย มีความก้าวหน้าไปพร้อมกับองค์กร
หัวใจที่สำคัญอีกข้อหนึ่งคือ การทำให้ทุกคนในองค์กรมีภาพแห่งความสำเร็จร่วมกัน มีเกณฑ์วัดที่ชัดเจน ทุกคนในองค์กรรู้ว่า พฤติกรรมแบบไหนที่องค์กรอยากให้เริ่ม หยุด หรือทำต่อไป จากนั้นก็ต้องให้การสนับสนุน ทั้งในด้านการพัฒนาทักษะ และทรัพยากร เครื่องมือต่างๆ อย่างพอเพียงในการออกไปโค้ช จริงอยู่ที่ไม่ใช่ทุกคนจะมีศักยภาพเป็นโค้ชระดับมืออาชีพได้ แต่ การเสริมสร้างให้ผู้นำมีทักษะการโค้ชที่ดีเป็นเรื่องที่ทำให้เกิดขึ้นได้ ผ่านกระบวนการฝึกอบรม และฝึกฝนอย่างต่อเนื่อง สุดท้ายเพื่อให้เกิดการขับเคลื่อนอย่างเป็นรูปธรรม องค์กรควรมีกลไกในการให้แรงจูงใจ เพื่อให้คนหันมาใช้วิธีการโค้ชในการพูดคุย
การสร้างวัฒนธรรมองค์กรแบบโค้ชชิ่ง สำหรับหลายองค์กรคงเป็นแค่ภาพในอุดมคติยากที่จะทำให้เป็นจริงได้ แต่ผมเชื่อว่าด้วยผู้นำที่มีวิสัยทัศน์ ประกอบการสนับสนุนที่เหมาะสม และต่อเนื่อง การสร้างองค์กรที่ต่างเชื่อมั่นในศักยภาพซึ่งกัน และกัน มีการสื่อสารตรงไปตรงมา พัฒนาอย่างต่อเนื่อง คนในองค์กรมีความรู้สึกในผลงาน และพันธกิจร่วมกัน เป็นองค์กรมีความยืดหยุ่น และประสบความสำเร็จอย่างยั่งยืน คงไม่ไกลเกินเอื้อม
ทั้งนี้ สลิงชอท กรุ๊ป เป็นบริษัทที่ปรึกษาด้านการพัฒนาภาวะผู้นำ และองค์กร ซึ่งการสร้างวัฒนธรรมการโค้ชเป็นอีกหนึ่งบริการของสลิงชอท กรุ๊ป โดยประสบการณ์ความรู้ทั้งของสลิงชอท และพันธมิตรระดับโลก อาทิ บริษัท เซงเกอร์ โฟล์คแมน จำกัด มาผสมผสานกัน เพื่อถ่ายทอดความรู้สู่บริษัทชั้นนำของประเทศไทยให้สามารถนำไปใช้ได้จริง









