แนะสร้างแบรนด์หวังชิงดำตลาดใหญ่ที่สุดในตะวันออกกลาง ชี้สาวอาหรับรักสวย – เห็นนิ่งนิ่งประชันโฉมจัดเต็ม
นายไตรรงค์ วันอารีย์ ผู้ช่วยผู้อำนวยการสำนักงานส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ ณ เมืองเจดดาห์ ประเทศซาอุดิอาระเบีย กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ กล่าวถึงลู่ทางการส่งออกสินค้าเครื่องสำอางไทยว่า ซาอุฯเป็นตลาดเครื่องสำอางใหญ่ที่สุดในตะวันออกกลางมีมูลค่ามากกว่า 6 หมื่นล้านริยัลต่อปี ( 6 แสนล้านบาท) โดยประชากรมีรายได้ค่อนข้างสูง พบว่าสตรีเกือบ 10 ล้านคน ซึ่งส่วนใหญ่เป็นกลุ่มวัยรุ่น มีการใช้เงินซื้อผลิตภัณฑ์เครื่องสำอางเฉลี่ย 14,256 ริยัล/ปี/คน (140,000 บาท)
ทั้งนี้สินค้าจากไทยมีส่วนแบ่งตลาดเพียง 2% โดยสินค้าส่วนใหญ่มาจากจีน ครองตลาดสินค้าระดับล่าง ราคาถูก ส่วนสินค้าที่มาจากเยอรมัน ฝรั่งเศส อิตาลีและอังกฤษ จะเป็นสินค้าตลาดบน มีแบรนด์เนม กลุ่มนี้มีการแข่งขันค่อนข้างสูง โดยเฉพาะด้านราคากับการโฆษณาแบรนด์สินค้าให้เป็นที่รู้จัก ดังนั้นการขยายส่วนแบ่งการตลาด ผู้ส่งออกไทยจะต้องมีการปรับกลยุทธ์ด้านราคา หรือ สร้างแบรนด์ให้เป็นที่รู้จัก หากสามารถทำได้ ก็จะคุ้มค่ากับการได้ส่วนแบ่งการตลาดมาครอบครอง
“สาวอาหรับเป็นคนรักสวยรักงาม และชอบแต่งหน้าประชันโฉมกัน ถึงแม้ว่าการออกนอกบ้านจะต้องใช่ชุดคลุมสีดำ ปกปิดทั้งใบหน้าและร่างกาย แต่เวลาไปสังสรรค์ หรืออยู่บ้าน ก็จะแต่งตัวกันเต็มที่เหมือนสตรีทั่วไป” นางไตรรงค์ กล่าวและว่า การเข้าถึงสินค้าของผู้บริโภคมีหลายช่องทาง อาทิ ห้างสรรพสินค้า ร้านเสริมความงาม ร้านขายยา ซุปเปอร์มาร์เก็ต ห้างค้าปลีก ตลาดทั่วๆ ไป
สำหรับกฎระเบียบนั้น สินค้าที่ส่งออกมาซาอุฯ ต้องได้รับใบรับรองสินค้าได้มาตรฐาน( Conformity certificate) ตามข้อกำหนดของทางการซาอุฯโดยสินค้าต้องผ่านการทดสอบและได้รับใบรับรองจากห้องแล็ปในไทยที่อยู่ในข้อตกลงกับทางการซาอุฯ และข้อความบนตัวสินค้าต้องไม่ระบุว่าเป็นสินค้าที่สามารถรักษาโรคได้ ไม่เช่นนั้นจะถือว่าเป็นยา รวมทั้งผู้ส่งออกจะต้องกำชับให้ผู้นำเข้าไปลงทะเบียนในระบบอิเล็กทรอนิกส์กับหน่วยงานอาหารและยาของซาอุฯก่อนที่จะส่งสินค้าเข้ามา หากไม่ลงทะเบียนสินค้าจะถูกตีกลับทันที
“ผู้ส่งออกสามารถติดต่อขอรายชื่อผู้นำเข้าเครื่องสำอาง กฎระเบียบ หรือ ข้อมูลอื่นๆ ได้จากสำนักงานฯ อย่างไรก็ตามผู้ส่งออกควรเข้าเป็นสมาชิก thaitrade.comเว็บไซต์จับคู่ธุรกิจกับผู้นำเข้าจากทั่วโลกอีกทางหนึ่งด้วย นอกจากการเข้าร่วมงานแสดงสินค้าแล้ว บริษัทสามารถส่งเอกสารเผยแพร่ หรือ แคตาล็อกสินค้ามาวางได้ที่สำนักงานฯได้โดยไม่มีค่าใช้จ่าย”นายไตรรงค์ กล่าว
กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ
โทร.(02) 507-7931-36






