"นายกฯ" เผย พร้อมขับเคลื่อนฟื้นฟูเศรษฐกิจ ตามโรดแมพ ให้หลักต้องอยู่รอดปลอดภัย ยั่งยืนในอนาคต ยัน เสถียรภาพการคลังเข้มแข็ง รับ ห่วงค่าใช้จ่ายประชาชน ที่รายได้ลด เผย ก.ค. มีมาตรการผ่อนคลายเข้าประเทศ เหตุ อัตราติดเชื้อเข้ามาน้อย คุมระบาดได้ แย้ม เล็งกู้เพิ่ม
ที่ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรมว.กลาโหม แถลงภายหลังการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ว่า ถือเป็นการประชุมวันแรกหลังเทศกาลสงกรานต์ ขอขอบคุณเจ้าหน้าที่ ที่เกี่ยวข้องทุกคน ทั้งหน้าด่าน และเบื้องหลังที่ช่วยดูแลความปลอดภัยของประชาชน เทศกาลสงกรานต์เป็นประเพณีวัฒนธรรมไทย ที่มีมาอย่างยาวนาน ตนเห็นว่าเทศกาลสงกรานต์ในปีนี้ เป็นสัญลักษณ์แห่งการเริ่มต้นใหม่ ในการขับเคลื่อนประเทศ ฟื้นฟูเศรษฐกิจตามแผนโรดแมพทั้งการท่องเที่ยวการลงทุน และการส่งออก เพื่อสร้างความเป็นอยู่ที่ดีให้กับประชาชน โดยเฉพาะกลุ่มเปราะบางที่ได้รับผลกระทบ ยอมรับว่าปัญหางบประมาณที่มีอยู่ในปัจจุบัน โดยใช้เงินเหล่านี้ในการดูแลคนทุกช่วงวัย ราว 800,000 ล้านบาทต่อปี เพราะฉะนั้นการจะใช้จ่ายเพิ่มขึ้นต้องดูงบประมาณที่มีอยู่
นอกจากนี้ยังมีมาตรการช่วยเหลือเกษตรกร ที่ต้องใช้งบประมาณจำนวนหลายแสนล้านบาทเพราะฉะนั้นการใช้จ่ายงบประมาณในปี 2565 ที่ยังเหลืออยู่นี้ และการใช้จ่ายงบประมาณปี 2566 ตนได้ให้หลักการไปแล้วว่า จะทำอย่างไรให้นำพาประเทศ ผ่านปัญหาอุปสรรคและวิกฤติที่เกิดขึ้นไปได้ เพื่อนำไปสู่อนาคตได้อย่างไร โดยใช้หลักการที่ว่า ต้องทำให้อยู่รอดปลอดภัยพอเพียง และนำไปสู่ความยั่งยืนในอนาคต และต้องใช้จ่ายอย่างระมัดระวังให้มากที่สุด ในขณะที่รายได้ก็ลดลง แม้ว่าการส่งออกจะดีขึ้นก็ตาม
ขณะที่การแก้ไขปัญหาเรื่องการเงินการคลังของประเทศ ครม.ได้ชี้แจงไปแล้วว่าเรายัง มีเสถียรภาพที่เข้มแข็ง แม้ว่างบประมาณที่นำมาใช้จ่ายในการบริหารประเทศจะลดลงไปบ้าง ตนจึงได้กล่าวต่อที่ประชุม ว่า ได้ใช้จ่ายงบประมาณอุดหนุนกลุ่มเปราะบางเป็นจำนวนมาก จึงต้องย้อนกลับไปดูผู้ประกอบธุรกิจขนาดกลาง และขนาดใหญ่ด้วยเช่นกันเนื่องจากเป็นผู้จัดงานเป็นไปตามห่วงโซ่ ไม่เช่นนั้นจะทำให้การจ้างงานลดลง รวมไปถึงมีการพัฒนาฝีมือแรงงานต่างๆ เพื่อนำไปสู่ประเทศผู้มีรายได้สูงในอนาคต
นายกฯ กล่าวว่า ยอมรับเป็นห่วงค่าใช้จ่ายของประชาชน เนื่องจากมีรายได้ลดลง แต่สินค้าอุปโภคบริโภคสูงขึ้น ทำให้รายได้ไม่เพียงพอต่อการใช้จ่ายในแต่ละวัน แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นขึ้นอยู่กับพฤติกรรมที่ต้องปรับเปลี่ยน เพื่อให้เหมาะสมกับสถานะในขณะนี้ แต่ไม่ได้หมายความว่ารัฐบาลไม่สนใจเรื่องความเหลื่อมล้ำ และยกระดับรายได้ให้มากยิ่งขึ้น พร้อมย้ำว่ารัฐบาลไม่ได้นิ่งนอนใจ และสั่งการให้มีมาตรการช่วยเหลือต่างๆ ทยอยออกมาต่อเนื่อง และจำเป็นต้องหาแหล่งรายได้เพิ่มเติมให้ได้
ขณะที่มติคณะรัฐมนตรีวันนี้ มีเรื่องสำคัญหลายอย่างโดยเฉพาะอย่างยิ่งมาตรการบรรเทาผลกระทบของประชาชน ทั้งเรื่องเร่งด่วน และระยะยาวในการลดค่าครองชีพ และค่าขนส่งรถจักรยานยนต์รับจ้างโดยเฉพาะการลดค่าโดยสาร จึงมีการช่วยเหลือเรื่องค่าพลังงาน
อย่างไรก็ตามปัญหาวันนี้ไม่ใช่เรื่อง โควิด-19 อย่างเดียวแต่มีเรื่องสงครามด้วย เปลี่ยนไปทำให้ห่วงโซ่มูลค่าของโลกนั้นเปลี่ยนไป โดยเราต้องสร้างความมั่นคงทางชีวิตให้กับประชาชนโดยไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง
นอกจากนี้ได้เร่งรัดให้มีการทำการค้ากับหลายประเทศ จากการหารือกับหลายประเทศที่เดินทางเข้าพบตน ซึ่งมีความสนใจที่จะลงทุนในประเทศไทย เพราะเห็นว่ามีศักยภาพ และมีทรัพยากร Soft power สิ่งเหล่านี้เป็นศักยภาพของประเทศไทย ที่ต้องรักษาเอาไว้ให้ได้ โดยจะต้องเร่งรัดเจรจาทำ MOU และข้อตกลง FTA ที่ได้ดำเนินการมาโดยตลอด โดยเฉพาะเรื่องการค้า และการลงทุน
นอกจากนี้มีการพัฒนาความร่วมมือระหว่างประเทศกับญี่ปุ่น โดยมีการมอบอุปกรณ์ทางการแพทย์ และยกระดับมาตรการ การตรวจหาเชื้อ โควิด-19 และระบบการเก็บรักษาวัคซีน covid chain supply งบประมาณ 130 ล้านบาท ซึ่งได้เร่งรัดดำเนินการอยู่
นายกฯ ระบุว่า อย่างไรก็ตาม กรกฎาคมนี้ จะมีการผ่อนคลายมาตรการเดินทางเข้าประเทศ เนื่องจากผู้ที่เดินทางเข้าประเทศมีอัตราการติดเชื้อน้อยมาก และไทยเองก็ยังสามารถควบคุมการแพร่ระบาดของโรคได้อยู่ เพื่อให้เกิดการใช้จ่ายหมุนเวียนภายในประเทศทำให้ธุรกิจต่างๆ เดินหน้าต่อไปได้ เราต้องดูว่าปัญหาอยู่ที่ใด แล้วพุ่งเป้าไปที่จุดนั้น การแก้ไขปัญหาไม่ใช่แค่จุดเดียวแต่จะต้องมีผลทางอ้อมไปยังจุดอื่นๆ ด้วย เพื่อให้เกิดมูลค่าเพิ่มขึ้นเพราะหากจ่ายให้กับกลุ่มเปราะบางเพียงอย่างเดียวจะเป็นการจ่ายขาด ไม่เกิดรายได้เพิ่ม ซึ่งเป็นไปตามนโยบายของตนอยู่รอด ปลอดภัย เพียงพอ ยั่งยืน และพุ่งเป้า
ทั้งนี้ตนทราบว่าทุกคนทราบดีแล้วขอให้ฟังรัฐบาลบ้าง ในเรื่องคณะกรรมการนโยบายการเงินการคลังชี้แจง จากที่เป็นข่าวออกไป ว่ารัฐบาลมีปัญหาด้านการเงินการคลัง ไม่มีเสถียรภาพ ซึ่งได้ชี้แจงไปหมดแล้ว ว่ามีปัญหาอะไรเกิดขึ้นบ้าง และมาตรการในการแก้ไขปัญหาเป็นอย่างไร บางครั้งคำพูดถูกตัดตอนออกไป เวลาแก้ไขปัญหาไม่พูดถึง แต่ไปพูดในสิ่งที่เกิดขึ้นแล้ว แต่ไม่ดีเราก็แก้ไข รัฐบาลไม่รู้ไม่ได้ ต้องรู้อยู่แล้ว โดยเฉพาะกระทรวงการคลัง และฝ่ายเศรษฐกิจทั้งหมด ให้ไปเตรียมมาตรการต่างๆ เพื่อรองรับ ตนเพียงแต่อยากบอกว่าให้เข้าใจซึ่งกันและกัน ตนมีความห่วงใยให้ทุกคน และทุกระดับ
ส่วนรัฐบาลมีความจำเป็นต้องกู้เงินเพิ่มหรือไม่นั้น ขณะนี้กำลังหารืออยู่ และได้เตรียมมาตรการเอาไว้แล้ว ซึ่งการที่จะทำให้อยู่รอดปลอดภัย และเพียงพอจะต้องดูว่าใช้งานอย่างไรมีเงินอยู่เท่าไร และจำเป็นจะต้องหาเพิ่มหรือไม่ เป็นขั้นตอนการหารือกันอยู่ หากไม่ได้ดูแลในช่วงโควิด-19 ประเทศไทยจะอยู่ในสถานภาพที่ดีกว่านี้ แต่สถานการณ์ภายนอกบังคับไม่ได้ อยู่เหนือการควบคุม
ส่วนมาตรการที่กำลังพิจารณาจะเป็นคนละครึ่งเฟส 5 หรือไม่นั้น นายกรัฐมนตรี ระบุว่าตนได้ให้แนวทางไปแล้ว ยอมรับว่าใช้เงินเยอะพอสมควร แต่มีผลดีเยอะ เกิดการหมุนเวียนของเงินอีกหลายเท่าตัว แต่ปัญหาคือ จะหางบประมาณมาจากไหน ก็ต้องหาวิธีการ แต่หากดำเนินการแล้วเอากลับมาโจมตีกันไปมา รัฐบาลก็ลำบาก บางอย่างต้องเข้าใจกันบ้าง ถึงเหตุผลและความจำเป็น เพราะเงินทุกบาท ทุกสตางค์ ใช้จ่ายอย่างประหยัด เท่าที่ยังมีงบประมาณอยู่ และเงินที่กู้มาก็ใช้ไปบ้างแล้ว ทุกรัฐบาลที่ผ่านมาไม่เคยเจอสถานการณ์แบบนี้มาก่อน และยืนยันรัฐบาลนี้ดำเนินการอย่างเต็มที่ จึงขอประชาชนเข้าใจ หากมัวแต่โจมตีกันไปมา ก็จะไม่สำเร็จสักอย่างซึ่งต้องรับฟังเสียงจากประชาชนด้วย
พิสูจน์อักษร โดย....สุรีย์ ศิลาวงษ์





