วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

"สกลธี" โวคะแนนนิยมตนเอง พุ่ง 10% ลุยหาเสียงตลาด ดันสร้างตลาดคุณภาพ

"สกลธี" ลุยหาเสียง “ตลาดยิ่งเจริญ-บองมาร์เช่” หวังทำตลาด กทม. คุณภาพเพิ่ม โวความนิยมดีขึ้น มองนายกฯ หนุนคนทำงานพูดกลางๆ มากกว่า ยอมรับป้ายหาเสียงติดผิดที่-สภาพไม่เหมือนเดิม

          นายสกลธี ภัททิยกุล ผู้สมัครผู้ว่าราชการกรุงเทพมหสานคร หมายเลข 3 ในนามอิสระ ลงพื้นที่หาเสียงที่ตลาดยิ่งเจริญ และตลาดบองมาร์เช่ เพื่อหาเสียงและแนะนำตัวกับประชาชน

 

           ทั้ง้นี้นายสกลธี ให้สัมภาษณ์ว่า ทั้งการพบประชาชน หรือทำสื่อสังคมออนไลน์ โทรทัศน์ และวิทยุ ช่วยแนะนำตัวให้ได้กว้างขวางที่สุด เนื่องจาก กทม. เป็นพื้นที่ใหญ่ 50 เขต ต้องอาศัยการหาเสียงหลายรูปแบบประกอบกัน ส่วนการปราศรัยใหญ่ ตั้งใจเปิดเวทีที่ฝั่งพระนคร 1 ครั้ง และฝั่งธน 1 ครั้ง โดยจะพูดถึงนโยบายต่างๆ และผลงานที่เคยทำมา รวมถึงสิ่งที่อยากทำ ซี่งจะมีทีมงานที่มาช่วยปราศรัยด้วย รวมไปถึงกลุ่มการเมือง

 

"สกลธี" โวคะแนนนิยมตนเอง พุ่ง  10% ลุยหาเสียงตลาด ดันสร้างตลาดคุณภาพ

         นายสกลธี กล่าวด้วยว่า สำหรับการลงพื้นที่ที่ตลาดนั้น เพราะเป็นฐานรากสำคัญของ กทม. ที่สำคัญ กทม. มีสำนักงานตลาดดูแลอยู่หลายแห่ง คิดว่ายังสามารถเพิ่มอีกหลายจุดได้ โดยบางพื้นที่ที่ประชาชนขายของอยู่ยังไม่ได้เข้าไปดูแลจัดการให้เรียบร้อย เช่น ตลาดท่าทราย  เขตหลักสี่ ทั้งนี้ตนเคยคิดอยากทำตลาดที่เป็นของ กทม. อีกหลายแห่ง และอยากให้สำนักงานตลาดเข้าไปดำเนินการ เพราะทุกครั้งที่มีการจัดตลาด ก็จะมีความทันสมัย สะอาด หรือตลาดสดแบบที่พัฒนาขึ้นไปอีกระดับ จึงมาดูเพื่อเป็นแนวทางพัฒนาต่อไป

"สกลธี" โวคะแนนนิยมตนเอง พุ่ง  10% ลุยหาเสียงตลาด ดันสร้างตลาดคุณภาพ

              นายสกลธี ยอมรับว่า ในกรุงเทพฯ มีปัญหาแต่ละเขตแตกต่างกัน แต่มีเยอะมาก ทั้งเรื่องถนน ท่อระบายน้ำ น้ำหรือไฟที่ยังไม่เข้าถึง เพราะฉะนั้นคนที่จะเป็นผู้ว่าฯ คนต่อไปต้องวางแผนการจัดงบประมาณให้สมดุล บางครั้งโครงการสาธารณูปโภคขนาดใหญ่ต้องทำ แต่ต้องไปดูว่าคุ้มค่าหรือไม่ เพราะที่ผ่านมาบางโครงการยังไม่จำเป็นต้องทำให้ราคาแพง

         "แต่ละเขตมีเงินพัฒนาพื้นที่น้อยมาก เพียง 2-3 ล้านบาท ในขณะที่เรื่องร้องเรียนของประชาชนมี 20-30 เรื่องต่อปี ซึ่งต้องรองบประมาณ แต่ถ้าเราบริหารจัดการได้ดี กระจายตามเขตต่างๆได้มากขึ้น ปัญหาพื้นฐานของประชาชนแต่ละเขตก็จะได้รับการแก้ไขให้ดีขึ้น" นายสกลธี กล่าว

 

          เมื่อถามถึงกรณีที่นายกรัฐมนตรี ประกาศสนับสนุนคนทำงาน แต่คนไปตีความว่า ให้การสนับสนุน พล.ต.อ.อัศวิน ขวัญเมือง ผู้สมัครผู้ว่าฯ กทม.  เบอร์6  นายสกลธี  กล่าวว่า ตนไม่แน่ใจว่านายกฯ คิดอย่างไร แต่คงพูดกลางๆ มากกว่า ส่วนตัวคิดว่าคนจะมาเป็นผู้ว่าฯ ได้ ต้องเป็นคนทำงานอยู่แล้ว เพราะปัญหามีเยอะและจุกจิก ถ้าได้คนที่พูดอย่างเดียวก็คงแก้ปัญหาไม่ได้ ขณะเดียวกันจะพยายามไปหลายพื้นที่ให้ได้มากที่สุด ทุกคนสามารถพบปะและเสนอปัญหาได้เต็มที่ แล้วจะเก็บเอามาจัดทำนโยบาย ถ้ามีโอกาสได้เป็นผู้ว่าฯ ก็จะเอาปัญหาทุกอย่างมาวางแผนและทำต่อ

 

           "ในส่วนของคู่แข่งตอนนี้  ยังวัดไม่ได้ เพราะทุกคนยังแนะนำตัวและเสนอนโยบาย ดูสูสีกัน เพียงแต่กระแสของผมนั้นดีขึ้น คนรู้จักมากขึ้น  ผมได้การทำโพลล์ต่อเนื่องมาตั้งแต่ก่อนจะลาออกรองผู้ว่าฯ  จนปัจจุบันความนิยมส่วนตัวเพิ่มขึ้นใกล้ๆ 10% ซึ่งคนที่คะแนนนำก็อาจไม่มากแล้ว พร้อมเผยกลุ่มคนที่ยังไม่ตัดสินใจเลือกใครมีเกือบ 30%" นายสกลธี กล่าว

             นายสกลธี ยังกล่าวถึงปัญหาการติดป้ายหาเสียง ว่าย้ำกับทีมงานให้ติดอย่างระมัดระวัง อย่าทำความเดือดร้อนคนเดินเท้าหรือเดินรถ หากใครพบปัญหาขอให้แจ้งมา ตนจะรีบแก้ไข พร้อมขออภัยด้วย แต่ก็ตั้งข้อสังเกตว่าบางจุดไม่ได้ติดป้าย และเจอสภาพที่ไม่เหมือนเดิม ซึ่งอาจเป็นเพราะลมฟ้าอากาศ หรือมีคนไม่หวังดีหรือไม่ เพราะป้ายก็เลื่อนจากจุดที่ติดไปเยอะ บางจุดก็เสียหาย.