วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

"สมช." เผย "ศบค." จ่อ คลายล็อกบางพื้นที่ จัด "สงกรานต์" ได้ตามประเพณี งดสาดน้ำ

"เลขาฯสมช." เผย ถก "ศบค.ชุดใหญ่" 18 มี.ค. คลายล็อก บางพื้นที่ ไฟเขียว จัด "สงกรานต์" ตามประเพณี ยังไม่ให้สาดน้ำ จ่อ ให้ "โควิด" เป็นโรคประจำถิ่น ชี้ เปิดผับ-บาร์ เสี่ยงสูงมาก ต้องรอบคอบ ย้ำ สวมหน้ากากอนามัย ยังจำเป็น แม้สธ. มีแผนถอดให้ถอด ระบุ พ.ร.ก.ฉุกเฉิน ยังจำเป็น

ที่ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.สุพจน์​ มาลานิยม​ เลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ​ (สมช.) ในฐานะผอ.ศปก.ศบค.​ กล่าวถึงมาตรการที่จะมีการผ่อนคลายก่อนเสนอที่ประชุม​ ศบค.ชุดใหญ่ในวันพรุ่งนี้​ (18มี.ค.) ว่า จะมีการประเมินในหลายเรื่องตามวงรอบ​ โดยจะมีการปรับพื้นที่สถานการณ์แม้ว่าสถานการณ์บางพื้นที่ มีจำนวนผู้ติดเชื้อทรงตัวและลดลง หากเปรียบเทียบจากเดือนที่แล้วอาจสูงกว่าเดิม โดยการประชุมในวันพรุ่งนี้ จะมีการปรับลดมาตรการในบางพื้นที่เพื่อให้สอดคล้องกับสถานการณ์​ 

นอกจากนี้​ จะมีการพิจารณามาตรการในช่วงเทศกาลสงกรานต์​ โดยกระทรวงสาธารณสุขได้จัดทำข้อมูลไว้เรียบร้อยแล้ว​ โดยจะอนุญาตให้สามารถจัดงานได้ภายใต้มาตรการ​ป้องกันโรค​ ที่​ กระทรวงสาธารณสุข​ ได้กำหนดมาตรการออกมาอย่างละเอียดและชัดเจน​ โดยกระทรวงสาธารณสุข​กระทรวงวัฒนธรรม​ และกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา​ ซึ่งเน้นย้ำว่า​ การจัดงานเทศกาลสงกรานต์จะต้องจัดตามมาตรการที่กำหนดเท่านั้น​ โดยขั้นต้นเสนอให้มีการลดน้ำสรงน้ำพระดำเนินกิจกรรมในวัดได้​ แต่ทุกที่ต้องจัดด้วยความระมัดระวัง​ โดยให้กระทรวงมหาดไทย​ ใช้กลไกในการปกครองท้องที่​กำกับลงไปถึงหมู่บ้าน​ ส่วนจะสามารถเล่นน้ำในหมู่บ้าน​ได้หรือไม่​นั้น​ ยังไม่อนุญาต​ แต่จะมีการจัดกิจกรรมแบบโซนนิ่งตามประเพณี พร้อมกันนี้ ทางกระทรวงสาธารณสุข​ ยังเตรียมที่จะปรับให้โรคโควิด-19 เป็นโรคประจำถิ่น โดยย้ำว่าเป็นเพียงแผนและกรอบเพื่อให้พิจารณา และแนะนำเพิ่มเติม​ ก่อนนำไปพิจารณาเพิ่มเติมต่อไป

ขณะที่การพิจารณาผ่อนคลายเปิดสถานบันเทิงผับบาร์​ คาราโอเกะ​ ทั่วประเทศ​ พล.อ.สุ​พจน์​ ยอมรับว่าในเรื่องนี้ ได้มีการเสนอเข้าที่ประชุม​ ศบค.ทุกครั้ง​ และได้พิจารณาช่วยเหลือผู้ประกอบการมาโดยตลอด​ แต่ยอมรับว่า​ มีปัจจัยหลายประเด็นที่จะต้องพิจารณาเนื่องจากเป็นกิจกรรมกิจการที่มีความเสี่ยงสูงมาก​ และอยู่ในสถานที่ปิด มีโอกาสแพร่เชื้อสูง​ จึงต้องพิจารณาอย่างรอบคอบ แต่อยากให้มีการพิจารณาในประเด็นที่สำคัญด้วย​ เช่น​ ในสถานการณ์ปัจจุบันที่เชื้อโควิค-19 สายพันธุ์โอมิครอน สามารถกระจายได้อย่างรวดเร็ว​ แม้จะไม่รุนแรงก็ตาม ซึ่งประเทศไทยมีปัญหาเรื่องผู้สูงอายุ และกลุ่มเปราะบาง 608​ ซึ่งกิจการที่เสี่ยงมากหาก ตัดสินใจเปิด และต้องลงทุนสูง​ แต่ไม่ประสบความสำเร็จก็เป็นเรื่องที่น่ากังวล

พล.อ.สุ​พจน์​ กล่าวว่า​ การผ่อนคลายมาตรการ​ไม่สวนทางกับจำนวนผู้ติดเชื้อในปัจจุบัน​ โดยเป็นไปตามที่สาธารณสุข​ ได้คาดการณ์ไว้ก่อนหน้านี้​ แต่มีความ จำเป็นต้องผ่อนคลายมาตรการ​ เพื่อให้เศรษฐกิจเดินหน้าต่อไปได้​ ประชาชนมีงานทำ มีรายได้ ซึ่งจะต้องมีมาตรการที่ดีที่สุดออกมา​ เพื่อให้การติดเชื้อ ไม่มีอันตราย​ สิ่งสำคัญที่สุดคือวัคซีน​ มีผลที่ยืนยันมาโดยตลอดว่าผู้ที่ฉีดวัคซีนแล้ว​ เมื่อติดเชื้ออาการไม่รุนแรง​ 

ทั้งนี้ สิ่งที่​ ศบค.ห่วงใยมากที่สุด เนื่องจากตัวเลขผู้ติดเชื้อและเสียชีวิตร้อยละ 90​ คือ​ กลุ่มผู้สูงอายุและผู้ที่มีโรคประจำตัว​ จึงขอความร่วมมือทุกภาคส่วนช่วยกันทำให้ผู้สูงอายุได้รับวัคซีน​ โดยขอให้ไปฉีดวัคซีนเข็มกระตุ้น​ หากได้รับวัคซีนเข็มสุดท้ายภายใน 3-6 เดือน

ขณะที่การปรับมาตรการ Thailand Pass สำหรับผู้ที่เดินทางเข้าประเทศ​ พล.อ.สุพจน์​ ยอมรับว่ามีการปรับมาตรการเดินทางเข้าประเทศที่จะมีการพิจารณาปัจจัยการเดินทาง ทั้งจากภายในและภายนอกประเทศ​ ซึ่งจะมีการอำนวยความสะดวกให้มากยิ่งขึ้น​ โดยมาตรการป้องกันโรคจะต้องเป็นที่ยอมรับได้ แต่มีโอกาสที่จะต้องจองที่พัก 1 คืน​ เพื่อรอผลตรวจหาเชื้อ ยืนยันก่อน​ โดยแผนที่จะปรับการตรวจแบบ​RT-PCR​ 1 ครั้ง เป็นการตรวจแบบ ATK​ แต่จะเห็นได้ว่าจากสถานการณ์ปัจจุบัน พื้นที่ท่องเที่ยวยังมีตัวเลขผู้ติดเชื้อที่สูง​ แต่แพทย์​จะต้องมีการพิจารณาว่าจะปรับได้แค่ไหน​ แต่ยืนยันว่า​จะมีการปรับมาตราการในส่วนนี้อย่างแน่นอน โดยการส่งผลในวันที่ 5 หลังเดินทางเข้าประเทศยังถือว่าเป็นข้อแนะนำ​ แต่ยืนยันว่า จะไม่มีการยกเลิกการตรวจหาเชื้อหลังเดินทางเข้าประเทศ​ ส่วนจะเป็น RT-PCR​ หรือ​ ATK​ ต้องพิจารณาอีกครั้ง

ขณะที่กระทรวง​สาธารณสุข​ ออกข้อเสนอให้เปิดหน้ากากในที่สาธารณะ​ พล.อ.สุพจน์​ กล่าวว่า​ กระทรวงสาธารณสุข​ ได้เตรียมแผนการไว้เพื่อนำไปสู่การประกาศให้โควิด-19 เป็นโรคประจำถิ่น  และเข้าสู่การรักษาพยาบาลแบบโรคติดต่อ​ทั่วไป​ เพื่อให้ที่ประชุมได้พิจารณากรอบการดำเนินการในเบื้องต้น​ ส่วนที่ประชุม จะพิจารณาหรือไม่​ ตนยืนยันว่า การสวมหน้ากากอนามัยยังจำเป็นในสถานการณ์ตั้งแต่บัดนี้จนถึงการพิจารณว่ามีความเหมาะสมที่จะเปิดหน้ากากได้ปลอดภัย​ เพราะ ผู้ที่ติดเชื้อแล้วก็มีโอกาสที่จะติดซ้ำได้อีก​ และถ้าหากทบทวน ถึงการติดเชื้อในช่วง 2 ปีที่ผ่านมาจะเห็นได้ว่า หน้ากากอนามัยเป็นเครื่อ​งมือที่มีความสำคัญที่ป้องกันไม่ให้ประเทศเรามีการแพร่ระบาดรายวันเป็นแสน​เป็นล้านคนอย่างหลายประเทศทั่วโลก​ ดังนั้นข่าวที่ออกมาเป็นเพียงแผนการ ที่ต้องประเมินอย่างต่อเนื่อง 3 เดือน​ 5 เดือน​ 6 เดือน

ส่วนโอกาสที่จะมีการผ่อนคลายให้มีการจัดเวทีคอนเสิร์ตไม่ว่าจะเป็นศิลปินในประเทศหรือต่างประเทศ​ พล.อ.สุพจน์​ กล่าวว่า เราได้มีมาตรการต่อเนื่อง ซึ่งต้องกลับไปดูมาตรการที่มีมาก่อนหน้านี้ ว่า​ การจัดกิจกรรมต่างๆ​ นั้น​ จะทำได้อย่างไร​ ซึ่งได้เน้นย้ำในเรื่องของมาตรการการควบคุมโรคทุกเรื่องจะต้องผ่านความเห็นชอบจากที่ประชุมศบค.ก่อน​ โดยมีนายกรัฐมนตรี​ เป็นผู้ตัดสินใจ​ ภายใต้คณะกรรมการ​ 

ส่วนการประกาศใช้​ พ.ร.ก.ฉุกเฉิน​ ยังมีความจำเป็นในช่วงเวลานี้อยู่​ เพราะเป็นเครื่องมือสำคัญที่จะใช้ในการป้องกันประชาชน เมื่อใดที่หมดความจำเป็น​ ขออย่ากังวล โดยตนเอง เสนอผู้ที่เกี่ยวข้องยกเลิก​ทันที เมื่อประกาศให้เป็นโรคประจำถิ่น​ และใช้กฎหมายปกติ