วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

"ฝ่ายค้าน" ขู่เชือด "ประยุทธ์" เปิดสภา ยื่น "ซักฟอก" ทันที ชี้หมดเวลาแล้ว

"ฝ่ายค้าน" จัดเวที ฟังปัญหาปชช. "ชลน่าน" ชี้ หมดเวลาประยุทธ์ ย้ำ อยู่เกิน8ปีไม่ได้ ซัด รัฐบาล ไร้ความสามารถ แก้วิกฤติ ชูศักดิ์ ซัด องค์กรอิสระ ตัดสินเป็นบวกตลอด จ่อยื่นซักฟอก ทันที พ.ค.นี้ "ก้าวไกล" ชี้ กติกา สืบทอดอำนาจ "เสรีพิศุทธ์" การันตี สมัยหน้า บิ๊กตู่ หมดโอกาสเป็นนายกฯ

ที่โรงแรมอมารี วอเตอร์เกท มีการจัดโครงการผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎรพบประชาชนประจำปีงบประมาณ 2565 “ฝ่ายค้านรับฟังปัญหาทั่วไทยเพื่อประชาชน” จัดโดยกลุ่มงานผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร สำนักเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร โดย นพ.ชลน่าน ศรีแก้วหัวหน้าพรรคเพื่อไทย ในฐานะผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร กล่าวปาฐกถาพิเศษ ตอนหนึ่งว่า โครงการผู้นำฝ่ายค้านพบประชาชนครั้งนี้ เราใช้ชื่อทั่วไทยทวงคืนอำนาจประชาชน หมดเวลานายกรัฐมนตรีก่อนหมดเวลาประเทศ เป็นการทวงคืนอำนาจของประชาชน ซึ่งเกี่ยวข้องกับหน้าที่และบทบาทของผู้นำฝ่ายค้าน หน้าที่สำคัญของฝ่ายนิติบัญญัติหรือฝ่ายค้าน สิ่งที่เรารับรู้ว่ารัฐบาลก่อนหน้านี้ได้ใช้อำนาจพิเศษในการออกกฎหมายเอง นำมาบริหารเอง และตีความกฎหมายเอง นี่คือลักษณะของการเป็นอำนาจของคนกลุ่มหนึ่ง คณะหนึ่ง ที่ใช้กฎหมายขัดหรือแย้งต่อระบอบการปกครองประชาธิปไตยฯ มีการทำให้ฝ่ายรัฐบาลได้โอกาสได้เปรียบอยู่ตลอดเวลา แต่ฝ่ายค้านอย่างเราก็จะมีการตรวจสอบถ่วงดุลไปในทิศทางตรงกันข้าม วันนี้จึงเป็นกลไกหนึ่งที่พวกเราจะรับฟังความเห็นจากพี่น้องประชาชน มาฟังเสียงประชาชนที่แท้จริงที่เป็นเจ้าของอำนาจอธิปไตยที่แท้จริง

นพ.ชลน่าน กล่าวว่า วันนี้เรามารับฟังความเห็นโดยมุมที่เราต้องการมากที่สุดคือเราอยากให้พี่น้องประชาชนทวงคืนอำนาจของตัวเองในวาระการดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี จะครบ 8 ปีในวันที่ 23 ส.ค.นี้ ซึ่งเรื่องนี้ในการตรวจสอบควบคุมการบริหารราชการแผ่นดิน สิ่งที่ฝ่ายค้านเราต้องทำ ต้องชี้ให้เห็นได้ว่าคนที่ไม่มีคุณสมบัติ มีลักษณะต้องห้าม จะดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีได้ จึงต้องมารับฟังจากประชาชน พวกเราฝ่ายค้านเองเห็นว่านายกรัฐมนตรีจะอยู่รวมกันเกิน 8 ปี ไม่ได้ หมดเวลาแล้ว

"ฝ่ายค้าน" ขู่เชือด "ประยุทธ์" เปิดสภา ยื่น "ซักฟอก" ทันที ชี้หมดเวลาแล้ว

 

นพ.ชลน่าน กล่าวว่า สาเหตุที่บอกว่าหมดเวลานายกฯ ก่อนที่ประเทศจะหมดเวลา คำพูดนี้ของเราจะไม่ศักดิ์สิทธิ์ ถ้านายกฯ คนนี้ รัฐบาลชุดนี้ ครม.ชุดนี้บริหารประเทศดูแลพี่น้องประชาชนอย่างดียิ่ง ทุกคนมีความสุข เจอปัญหาแก้ได้ ไม่มีวาระวิกฤติ เราจะสนับสนุนให้เขาอยู่ในอำนาจจนครบวาระก็ได้ แต่ว่าสิ่งที่พวกเราประสบ และต้องพบคือความทุกข์ยากแสนสาหัสในทุกมิติวิกฤติจากโรคระบาด รัฐบาลไม่เคยแสดงความสามารถในการแก้ไข เขายินยอมที่จะประกาศโรคนี้เป็นโรคประจำถิ่นในเดือน ก.ค.  

"รัฐบาลนี้เก่งในแง่ที่ทำให้คนเท่าเทียมกันหมด ยุทธศาสตร์ชาติเขาคือปิดหน้าเท่าเทียมกัน จนกระทั่งทุกคนซื้อของแพงเท่าเทียมกัน เก่งมากแต่เป็นการเก่งในทางลบและเป็นวิกฤติ หนี้ครัวเรือน หนี้สาธารณะเพิ่มจากการที่รัฐบาลชุดนี้ก่อขึ้น จึงเป็นเหตุอันสมควรที่พวกเราต้องมาคุยกันเรื่องนี้" หัวหน้าพรรคเพื่อไทย กล่าว

นพ.ชลน่าน กล่าวว่า อย่างไรก็ตาม หลายคนมองว่า ทำไมพรรคร่วมฝ่ายค้านมีความเห็นขัดแย้งเห็นไม่ตรงกันหลายเรื่อง ตนในฐานะผู้นำฝ่ายค้านกลับมองว่าเป็นเรื่องดี เพราะประชาธิปไตยที่แท้จริง ที่เกิดจากฐานรากของสังคมหรือครอบครัวคือความเห็นต่าง ถ้าครอบครัวไหนสามารถพูดความเห็นต่างได้ก็มีข้อสรุปได้ ไม่ว่าจะเป็นสามี ภรรยา ลูก สามารถพูดความเห็นต่างและมีข้อสรุปได้นั่นคือการเริ่มต้นสังคมประชาธิปไตย 

"การทำงานของพรรคร่วมฝ่ายค้าน ตนพูดชัดเจนทุกครั้งที่เราทำงานร่วมกันว่าเรามีเอกภาพเชิงนโยบายเป้าหมายร่วมกันต้องการประชาธิปไตยที่แท้จริงในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข เราต้องการโค่นล้มผู้ที่ใช้อำนาจนอกรัฐธรรมนูญ เราไม่ยอมรับ ระบอบที่เราเรียกว่าเผด็จการเข้ามาครอบงำอำนาจของพี่น้องประชาชน เรามีเป้าหมายร่วมกันอย่างชัดเจน แต่สิ่งหนึ่งที่ตนต้องย้ำก็คือว่าวิธีปฏิบัติของแต่ละพรรคการเมือง เราให้เกียรติให้โอกาสกัน เพราะเราไปละเมิดสิทธิของท่านตามบทบัญญัติของรัฐธรรมนูญไม่ได้ ทุกพรรคมีสิทธที่จะแสดงความคิดความเห็น กำหนดวิธีการทำหน้าที่ จึงทำให้มีความหลากหลายในเชิงปฏิบัติ" ผู้นำฝ่ายค้าน ระบุ 

ทั้งนี้ นพ.ชลน่าน กล่าวว่า พรรคเพื่อไทยไปซ้าย ก้าวไกลไปขวา เสรีรวมไทยอาจจะเป็นตรงกลางประชาชาติอาจจะซ้ายสุด ซึ่งเรื่องเหล่านี้เรายอมรับซึ่งกันและกัน สุดท้ายเราเอาสิ่งเหล่านั้นมาวางและขอความเห็นร่วมว่าเราจะกำหนดทิศทางร่วมกันอย่างไร ยืนยันว่าเราไม่ได้มีความเห็นขัดแย้ง แต่ความเห็นต่างมีเยอะแน่นอน เป็นสีสันในการกระตุ้นให้คนได้มีวิพากษ์วิจารณ์ร่วมกันฝ่ายค้านเป็นอิสระเราอยากให้แต่ละพรรคทำหน้าที่ของตัวเองให้ดีที่สุด 
 

ขณะที่ นายชูศักดิ์ ศิรินิล ประธานที่ปรึกษาด้านกฎหมายของพรรคเพื่อไทย กล่าวว่า คิดอยู่นานว่านายกฯ หมดเวลา แต่เขาบอกยังมีเวลาถึงปี 2566 ซึ่งเราคงรออีกนาน แต่ตนมองว่าเราไม่ควรให้เวลานายกฯ คนนี้มาตั้งแต่แรก เหตุผลเพราะมาจากรัฐประหารปี 2557 ที่เป็นการสมคิดคิดกับกลุ่มการเมือง เพื่อยึดอำนาจปกครองประเทศ เอารัฐบาลประชาธิปไตยออกไป ขณะที่องค์กรอิสระไม่มีวินิจฉัยเป็นผลร้ายแก่ พล.อ.ประยุทธ์ นี่คือความเป็นมาของรัฐบาลชุดนี้ จนอยู่มา 7 ปี จะครบ 8 ปี 23 ส.ค. 2565 เรามีความสุขแล้วหรือกับรัฐบาลแบบนี้ เรามีอะไรที่เป็นความสุขบ้าง 

"มีเพียงนายทุนขนาดใหญ่ทั้งหลายรวยเอาๆ แต่ประชาชนกลับไม่เคยมีความสุข ทั้งข้าวของแพง หนี้สาธารณะชนเพดานจนต้องขยายเพดาน ภัยพิบัติทั้งหลาย การระบาดโควิด-19 การทุจริตคอร์รัปชั่น การปฏิรูปการเมืองไม่มีอะไรคืบหน้า มีแต่การเมืองแบบแจกกล้วย การแตกแยกในบ้านเมือง เพราะ พล.อ.ประยุทธ์ เป็นคู่ขัดแย้งในสังคมเสียเอง ดังนั้น ในเดือน พ.ค.นี้ เปิดสภาฯ พรรคร่วมฝ่ายค้านจะยื่นญัตติการอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐมนตรีเป็นรายบุคคลตามรัฐธรรมนูญมาตรา 151 ทันที" นายชูศักดิ์ กล่าว 

"ฝ่ายค้าน" ขู่เชือด "ประยุทธ์" เปิดสภา ยื่น "ซักฟอก" ทันที ชี้หมดเวลาแล้ว

นายชูศักดิ์ กล่าวอีกว่า พรรคการเมืองใดที่สนับสนุนพล.อ.ประยุทธ์ จะเป็นพรรคการเมืองที่สูญพันธุ์ครั้งหน้า นอกจากนี้ อาวุธอีกอย่างนายกฯคือห้ามดำรงตำแหน่งเกิน 8 ปี  ซึ่งตามรัฐธรรมนูญ ยึดตั้งแต่เป็นนายกฯ ครั้งแรกตั้งแต่ตั้งคณะรัฐมนตรี และไม่มีการเขียนยกเว้นไว้ว่าสามารถดำรงตำแหน่งเกิน 8 ปีได้ อยากดูว่าศาลรัฐธรรมนูญจะตัดสินอย่างไร คุณหมดเวลาแล้ว พล.อ.ประยุทธ์ ไปได้แล้ว เพื่อความสง่างามก่อนถึงเดือน ส.ค.นี้ พล.อ.ประยุทธ์ ต้องออกไปได้แล้ว 

ด้านนายพิจารณ์ เชาวพัฒนวงศ์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ และรองหัวหน้าพรรคก้าวไกล  กล่าวว่ารัฐธรรมนูญฉบับนี้ร่างกีดกันพรรคเพื่อไทย เพื่อไม่มีพรรคใดครองเสียงข้างมากเบ็ดเสร็จเด็ดขาด ซึ่งเป็นการเลือกตั้งบัตรใบเดียว และมีสูตรคำนวณพลิกผัน และมีการแจกกล้วย ร่างเพื่อพล.อ.ประยุทธ์ สืบทอดอำนาจให้ ส.ว.เลือกนายกฯ ซึ่งเปรียบตาข่าย 2 ชั้น ส่วนวาระ 8 ปี เป็นตาข่ายที่ 3 ไม่ว่านายกฯ คนใดอยู่นานไม่ได้ พล.อ.ประยุทธ์ อย่าเขียนด้วยมือแล้วลบด้วยเท้าพล.อ.ประยุทธ์ ต้องมีสำนึกด้วย หลักสากล ผู้นำอยู่อำนาจนานมีแนวโน้มไร้ธรรมาภิบาลแทรกซึมระบบข้าราชการ องค์กรอิสระต่างๆ ดังนั้นควรลาออกก่อนถึง ส.ค.นี้ ก่อนจะมีใครยื่นตีความรัฐธรรมนูญ 

ขณะที่ พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ เตมียเวช ส.ส.บัญชีรายชื่อ และหัวหน้าพรรคเสรีรวมไทย กล่าวว่าพล.อ.ประยุทธ์ ร่างกายหมดสภาพ ความรู้ไม่มี ความดีไม่ปรากฏและพรรคยังแตก ดังนั้นพล.อ.ประยุทธ์ จึงมี 2 ทาง คือ ไม่ยุบสภาฯก็ต้องลาออก เพราะถ้ามาเจออภิปรายเดี๋ยวร่วง แต่ยืนยันการันตีได้เลยว่า เลือกตั้งครั้งหน้าไม่มีโอกาสเป็นนายกฯ แน่นอน 

"ฝ่ายค้าน" ขู่เชือด "ประยุทธ์" เปิดสภา ยื่น "ซักฟอก" ทันที ชี้หมดเวลาแล้ว

พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ กล่าวอีกว่า การอภิปรายครั้งหน้าขอฝากให้พรรคร่วมฝ่ายค้านดูแลอย่าให้ใครเป็นงูเห่าเพิ่มอีก ตนเห็นใจพรรคใหญ่ที่คุมยาก ตนเป็นพรรคเล็กไม่กี่คนคุมง่าย พร้อมทั้งอยากให้ช่วยกันดีลฝ่ายรัฐบาลให้ได้ก็จะดี ตนกำลังพยายามอยู่แต่ไม่มีเงิน จึงพยายามได้พูดคุยเข้ามาเป็นพวกเท่านั้น