ศึกนอก - ศึกในเขย่า 'ประยุทธ์' แก้ 'ของแพง' ติดชนักการเมือง

ศึกนอก - ศึกในเขย่า 'ประยุทธ์'  แก้ 'ของแพง' ติดชนักการเมือง

ก่อนจะเข้าสู่เดดล็อกทางการเมือง พล.อ.ประยุทธ์ จำเป็นต้องแก้ปัญหาของแพงให้ได้ เพื่อฟื้นคะแนนนิยมของตัวเอง เตรียมพร้อมลงสนามเลือกตั้ง หากจำเป็นที่จะต้อง “ยุบสภา”

 

เก้าอี้ผู้นำประเทศ “บิ๊กตู่พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี รมว.กลาโหม ยังยากที่จะล้มได้ แม้จะเกิด “กบฏพลังประชารัฐ” ยกพล 21 ส.ส. ขอมติขับตัวเองออกจากพรรค เพื่อสร้างแรงต่อรองใหม่ แต่กลุ่มสนับสนุน พล.อ.ประยุทธ์ มีเวลาให้พลิกเกมอีกหลายทาง

ทว่ากระแสนิยมในตัว พล.อ.ประยุทธ์ ลดน้อยถอยลงมาก เนื่องมาจากการบริหารประเทศเริ่มมีแผลออกมาให้เห็น โดยเฉพาะราคาสินค้าอุปโภค-บริโภค มีราคาแพงขึ้นเกือบทุกอย่าง จนเกิดวาทะ “แพงทั้งแผ่นดิน” ดิสเครดิต พล.อ.ประยุทธ์ ซ้ำเติม

ราคาสินค้าทยอยปรับราคาสูงขึ้นเมื่อช่วงต้นเดือนม.ค. เริ่มที่ราคาหมูก่อนจะลามไปยังสินค้าอื่นเกือบทุกชนิด แต่การแก้ปัญหาของ พล.อ.ประยุทธ์ - รัฐบาล กลับเชื่องช้า เพิ่งออกแอคชั่นเรียกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องหารือ เพื่อแก้ปัญหาทั้งระบบเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา

เนื่องจากที่ผ่านมาหน่วยงานรัฐที่เกี่ยวข้องยังเดินกันคนละทาง ไม่ได้ประสานข้อมูลกันเพื่อแก้ปัญหาเชิงบูรณาการ โดยเฉพาะ “จุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์” รองนายกรัฐมนตรี รมว.พาณิชย์ “เฉลิมชัย ศรีอ่อน” รมว.เกษตรและสหกรณ์ ไม่สามารถเซ็ตระบบเพื่อแก้ปัญหาได้

ขณะเดียวกัน พล.อ.ประยุทธ์ ประสบกับกลเกมทางการเมืองภายในพรรคพลังประชารัฐ จึงออกลูกเกรงใจพรรคร่วมรัฐบาล จะแอคชั่นแก้ปัญหา “ของแพง” ยังออกลูกเกรงใจ “จุรินทร์-เฉลิมชัย” เพราะหากล้วงลูกมาก อาจจะส่งผลต่อเสถียรภาพของรัฐบาลได้เช่นกัน

ทำให้ก่อนจะเรียก “วัฒนศักย์ เสือเอี่ยม” อธิบดีกรมการค้าภายใน “กีรติ รัชโน” รองปลัดกระทรวงพาณิชย์ เข้าหารือที่ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ ต้องออกตัวก่อนว่าไม่ได้แย่งซีนใคร

เมื่อการแก้ไขปัญหา “ของแพง” ถูกผูกโยงกับเงื่อนปมทางการเมือง จึงทำให้การทำงานของหน่วยงานรัฐล่าช้าไปด้วย ทำให้ประชาชนได้รับความเดือดร้อนอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้

ต้องรอติดตามว่า พล.อ.ประยุทธ์ - รัฐบาล จะมีมาตรการแก้ไขปัญหาระสั้น ระยะกลาง และระยะยาว อย่างไรบ้าง โดยเฉพาะการจัดแพ็คเกจช่วยเหลือ เพื่อปรับลดราคาสินค้าอุปโภค-บริโภค ไม่ให้กระทบต่อชีวิตประจำวันของประชาชน

ขณะเดียวกันปัญหา “ของแพง” จะถูกนำไปขยายแผลทางการเมือง โฟกัสหลักพุ่งไปที่การอภิปรายทั่วไปแบบไม่ลงมติ ตามมาตรา 152 โดย “ขั้วฝ่ายค้าน” ยื่นญัตติต่อ “ชวน หลีกภัย” ประธานรัฐสภา เพื่อบรรจุญัตติกำหนดวันอภิปรายในช่วงกลางเดือนก.พ.นี้

“ขั้วฝ่ายค้าน” เตรียมข้อมูลใน 4 ประเด็น ประกอบด้วย 1.วิกฤติเศรษฐกิจ ในยุคข้าวของแพงค่าแรงถูก แพงทั้งแผ่นดิน 2.วิกฤติโรคระบาด ทั้งโควิด-19 โรคอหิวาต์แอฟริกาในสุกร (ASF) ต้องสอบถามรัฐบาล แม้วานนี้ จะเสนอญัตติด่วนด้วยวาจา ก็ยังมีข้อเคลือบแคลงสงสัยอยู่อีกมาก ที่จะต้องไปตรวจสอบข้อเท็จจริง

3.วิกฤติทางด้านการเมือง ยุคปฏิรูปการเมืองที่ล้มเหลว ยุคการเมืองที่ใช้เงินเป็นหลัก 4.วิกฤติเรื่องของความล้มเหลวในการบริหารราชการแผ่นดินของรัฐบาลชุดนี้ที่ไร้ประสิทธิภาพ ก่อให้เกิดปัญหาต่างๆ มากมาย เช่น ปัญหายาเสพติดที่ระบาดเต็มบ้านเมือง เรื่องการทุจริตคอร์รัปชัน เรื่องสิ่งแวดล้อมภาวะฝุ่นพิษ PM 2.5

ซึ่งวงประชุม “แกนนำฝ่ายค้าน” ได้กำชับให้แต่ละพรรคจัดเตรียมข้อมูลอย่างดี เพื่ออภิปรายสร้างความเข้าใจกับประชาชน ถึงรากเหง้าของปัญหา “ของแพง” ให้ได้มากสุด และกำชับให้แต่ละพรรคจัดเตรียมซักซ้อม “ผู้อภิปราย” ให้มีความพร้อมมากที่สุด

เพราะแม้ไม่มีการลงมติ แต่เป็นโอกาสที่ “ขั้วฝ่ายค้าน” จะทำแต้มการเมือง ยิ่งอภิปรายสะท้อนการบริหารงานผิดพลาดของ พล.อ.ประยุทธ์ - รัฐบาล ได้แบบโดนใจ “รากหญ้า” ที่ได้รับผลกระทบจากปัญหาของแพง ยิ่งทำให้ “ขั้วฝ่ายค้าน” มีแนวร่วมทางการเมืองมากขึ้น

มีกระแสข่าวว่า “แกนนำฝ่ายค้าน” เตรียมข้อมูลชำแหละถึงรากเหง้าปัญหาของแพง พุ่งโจมตีที่ไป “นายทุน” ซึ่งคอยหนุนหลัง พล.อ.ประยุทธ์ ตั้งแต่ยุค คสช.จนถึงยุครัฐบาลเลือกตั้ง วาทะกรรม “กินรวบประเทศไทย” จะถูกนำมาปลุกกระแสอีกครั้งหนึ่ง

อย่างไรก็ตามภายหลังอภิปรายเสร็จ “ขั้วฝ่ายค้าน” วางเกมดิสเครดิต พล.อ.ประยุทธ์ - รัฐบาล ต่อทันที โดยอาจจะนำข้อมูล-หลักฐานที่ใช้ซักฟอกยื่นต่อคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) เพื่อเอาผิด พล.อ.ประยุทธ์ - รัฐบาล

แม้ “ขั้วฝ่ายค้าน” จะรู้อยู่แก่ใจว่าการยื่นคณะกรรมการป.ป.ช. ต้องใช้เวลาตรวจสอบอีกนาน แถมเรื่องฟ้องร้องอาจจะโดนตีตกได้ง่าย แต่หากต้องการดิสเครดิต พล.อ.ประยุทธ์ - รัฐบาล ก็จำเป็นที่ต้องทำ เพื่อเลี้ยงกระแสไว้ต่อยอดเดินหมากเกมอื่น

ช็อตที่น่าจับตาต่อจากการอภิปรายทั่วไปแบบไม่ลงมติ ตามมาตรา 152 แล้ว หาก พล.อ.ประยุทธ์-รัฐบาล ยังไม่สามารถแก้ไขปัญหาของแพงได้ จนทอดเวลาไปสู่ช่วงเดือนพ.ค. ซึ่งจะเปิดสมัยประชุมสภา “ขั้วฝ่ายค้าน” อาจจะเดินเกมเร็วยื่นญัตติอภิปรายไม่ไว้วางใจ แบบลงมติ เพื่อชำแหละการทำงานที่ไม่สามารถแก้ไขปัญหาได้

อีกทั้งปัจจัยทางการเมือง รอยร้าวภายในพรรคพลังประชารัฐ รวมถึง 21 ส.ส. ของ “กลุ่มธรรมนัส” ที่จะต้องหาพรรคใหม่เข้าสังกัด ซึ่งปัญหาทางการเมืองที่รุมเร้า พล.อ.ประยุทธ์ จะเอื้อต่อการเดินเกมของ “ขั้วฝ่ายค้าน”

ดังนั้นก่อนจะเข้าสู่เดดล็อกทางการเมือง พล.อ.ประยุทธ์ จำเป็นต้องแก้ปัญหาของแพงให้ได้ เพื่อฟื้นคะแนนนิยมของตัวเอง เตรียมพร้อมลงสนามเลือกตั้ง หากจำเป็นที่จะต้อง “ยุบสภา”

 

พิสูจน์อักษร โดย....สุรีย์  ศิลาวงษ์