สตง. รายงานสอบบัญชี กสทช. ปีงบ60 -61 พบการใช้เงินไม่มีประสิทธิภาพ ตั้งข้อสังเกต ทำโครงการ แต่ไม่ใช้กม.จัดซื้อจัดจ้าง เสี่ยงเอื้อประโยชน์ผู้ประกอบการ ด้าน "ส.ว." แนะ "สตง." เสนอความเห็นแก้กฎหมายให้ "กสทช." ทำงบเข้าระบบ
ในการประชุมวุฒิสภา ได้พิจารณา รายงานของผู้สอบบัญชีและงบการเงิน สำนักงาน คณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) ประจำปี 2560 และปี 2561 ตามมาตรา 69 พระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) กสทช. พ.ศ. 2553 ทั้งนี้ในรายงานดังกล่าว นางเกล็ดนที มโนสันติ์ รองผู้ว่าการตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) รายงานถึงการตรวจสอบโดยพบว่าการใช้จ่ายงบประมาณของกสทช. รวมถึงการทำตามโครงการต่างๆ ของกสทช. ที่ไม่มีประสิทธิภาพ ตามเป้าหมายและแผนงานรวมถึงพบเงินเหลือจ่ายแต่ละปี ๆ ละ กว่า 1,000 ล้านบาท ทำให้เห็นว่า กสทช. ได้ตั้งงบประมาณไว้สูงเกินจำเป็น แต่การเบิกจ่ายไม่มีประสิทธิภาพ โดยการบริหารงบ 3 ปีที่ผ่านมา พบว่ากสทช. เบิกจ่ายงบประมาณได้จริงเพียง 5,000 ล้านบาท ขณะที่งบประมาณที่ขอจัดสรร มีจำนวน 6,000 - 7,000 ล้านบาท
นางเกล็ดนที ชี้แจงด้วยว่าในปี 2560 พบว่าในการประเมินผลตามยุทธศาสตร์ กสทช. ตั้งโครงการไว้ทั้งสิ้น 111 โครงการ วงเงินงบประมาณ 1,353 ล้านบาท แต่พบว่าเบิกจ่ายได้เพียง 96 โครงการ ใช้วงเงิน 564 ล้านบาท หรือคิดเป็น 41% ส่วนปี 2561 พบการอนุมัติงบ 5,876 ล้านบาท ซึ่งพบว่าสูงกว่าปี 2560 มากถึง 391 ล้านบาท ขณะที่การตรวจสอบการใช้จ่ายงบประมาณในส่วนการบริหารทรัพย์สินพบว่าไม่ได้ดำเนินการตามกฎหมายว่าด้วยการจัดซื้อจัดจ้างและการบริารพัสดุภาครัฐ ปี 2560 และใช้ระเบียบของกสทช. ที่ใช้วิธีแบบเฉพาะเจาะจง
“เป็นความเเสี่ยงที่จะเปิดช่องให้ผู้เข้ามาแสวงหาประโยชน์ และ เอื้อประโยชน์ให้กับผู้ประกอบการรายหนึ่งรายใดได้ ทำให้มีค่าใช้จ่ายพัสดุสูงเกินจริงและเป็นภาระทางงบประะมาณของสำนักงาน ขณะที่การตรวจสอบตามแผนยุทธศาสตร์พบปัญหาการทำงานที่ล่าช้า ทั้งการจัดหาและทำทีโออาร์”นางเกล็ดนที ชี้แจง
ด้านนายไตรรัตน์ วิริยะศิริกุล รองเลขาธิการ ปฏิบัติหน้าที่ รักษาการเลขาธิการ กสทช. ชี้แจงว่า สำนักงานได้ปรับแก้ไขตามที่สตง. ชี้แนะ มาตลอดโดยการจัดซื้อจัดจ้างได้ปรับเป็นใช้วิธีอีบิดดิ้ง และในปี 2564 กสทช. ได้ปรับปรุงการทำงานตามที่สตง.ชี้แจงตลอด
จากนั้น พล.อ.อนันตพร กาญจนรัตน์ ส.ว. ฐานะประธานกรรมาธิกาาร (กมธ.) เทคโนโลยีสารสนเทศ การสื่อสารและการโทรคมนาคม อภิปรายว่า การจัดทำงบประมาณของกสทช. ควรยึดโยงกับการทำงบประมาณแผ่นดิน ที่มีกำหนดแผนงาน โครงการ และดูผลการใช้จ่ายในปีงบประมาณที่ผ่านมา โดยกสทช. เชิญสำนักงบประมาณเป็นที่ปรึกษา ทั้งนี้ กสทช. ปัจจุบันมีความเป็นอิสระ มีความคล่องตัวในการบริหารงานและงบประมาณ อย่างไรก็ดีในการจัดซื้อจัดจ้างของกสทช. ปี 2561 มีโครงการรวม 847 โครงการ วงเงิน 1,953 ล้านบาท โดยพบว่าใช้วิธีเฉพาะเจาะจง ตกลงราคา จำนวน 664 รายการ และ ใช้วิธีพิเศษ 92 รายการ รวมแล้วไม่ใช้โครงการจัดซื้อจัดจ้างปกติ รวม755 รายการ เป็นเรื่องที่ไม่ปกติ
พล.อ.อนันตพร อภิปรายด้วยว่า สตง. ควรพิจารณาเพื่อทำเป็นข้อเสนอต่อการแก้ไขกฎหมาย กสทช. หรือ สิ่งที่กสทช. ต้องเปลี่ยนแปลง โดยวุฒิสภาที่มีกรรมาธิการฯ ช่วยดูแล ให้ความเห็นต่อภาพรวม
ผู้สื่อข่าวรายงานว่าการนำเสนอรายงานดังกล่าวไม่พบว่ามีส.ว.คนใดร่วมอภิปรายซักถามในรายละเอียดเพิ่มเติมขณะที่รายงานการตรวจสอบของ สตง. นั้น นายศุภชัย สมเจริญ รองประธานวุฒิสภา คนที่สอง ซึ่งทำหน้าที่ประธานในที่ประชุมสั่งให้เจ้าหน้าที่เก็บทันทีหลังจากที่เสร็จสิ้นการพิจารณา.





