นิกร เผย ยกร่างแก้ พ.ร.ป.เลือกตั้ง ส.ส. เสร็จแล้ว มี 10 มาตรา พร้อมหนุน ร่างพ.ร.ป.ของ กกต. พร้อมย้ำ จำเป็นต้องแก้ พ.ร.ป.พรรคเลือกตั้ง เหตุมีเนื้อหาแย้ง รธน.ใหม่- มีปัญหาปฏิบัติ
นายนิกร จำนง ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคชาติไทยพัฒนา กล่าวถึงกรณีที่นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี ฝ่ายกฎหมาย ระบุว่ายังไม่มีความเร่งด่วนที่จะแก้ไขพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ (พ.ร.ป.) ว่าด้วยพรรคการเมือง ให้สอดคล้องกับรัฐธรรมนูญฉบับที่แก้ไขใหม่ ว่า ความเห็นตนคือ พ.ร.ป.ว่าด้วยพรรคการเมือง มีความจำเป็นต้องแก้ไข เพราะมีเนื้อหาที่ขัดแย้งกับร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญ ว่าด้วยระบบเลือกตั้ง โดยเฉพาะมาตรา 51(2) ที่กำหนดเนื้อหาต่อการส่งส.ส.บัญชีรายชื่อที่กำหนดให้มี 150 คน ทั้งที่ร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญฉบับที่รัฐสภาเห็นชอบ กำหนดให้มี 100 คน
นายนิกร กล่าวด้วยว่านอกจากนั้นใน พ.ร.ป.ว่าด้วยพรรคการเมือง ยังมีเนื้อหาที่สร้างปัญหาต่อการปฏิบัติ คือ กรณีที่กำหนดให้มีผู้แทนพรรคการเมืองประจำเขตเลือกตั้ง เพื่อมีส่วนร่วมต่อการพิจารณาส่งผู้สมัคร ส.ส. เนื่องจากมีการปรับจำนวน ส.ส.แบบเขตเลือกตั้ง เป็น 400 เขต ทำให้ต้องแบ่งเขตเลือกตั้งใหม่ทั้งหมด เพราะของเดิมกำหนดให้มี 350 เขต ดังนั้นต้องมีการขีดเส้นแบ่งเขตเลือกตั้งใหม่ แต่กว่าจะทำได้ ต้องรอให้มีพระราชกฤษฎีกาประกาศให้มีการเลือกตั้งก่อน ดังนั้นจะทำให้พรรคการเมืองมีปัญหาต่อการเตรียมพร้อม ดังนั้นจึงควรแก้ไข โดยกำหนดให้มีผู้แทนพรรคการเมืองประจำจังหวัดแทนประจำเขตเลือกตั้ง เพื่อให้มีส่วนร่วมกับการเลือกตั้งขั้นต้น (ไพรมารี่โหวต) ซึ่งเนื้อหาเหมือนกับคำสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ที่ 13/2561 เรื่องการดำเนินการตามกฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมือง (เพิ่มเติม) วันที่ 14 กันยายน 2561 หรือเนื้อหาตามร่างพ.ร.ป.พรรคการเมือง ฉบับของกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ (กรธ.)
นายนิกร กล่าวด้วยว่าสำหรับการแก้ไข พ.ร.ป.ว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส. ขณะนี้พรรคชาติไทยพัฒนา และ พรรคภูมิใจไทย ได้ยกร่างแล้วเสร็จแล้ว มีเนื้อหาที่แก้ไข ไม่เกิน 10 มาตรา โดยแก้ไขรายละเอียดให้สอดคล้องกับรัฐธรรมนูญฉบับแก้ไขเท่านั้น ส่วนกรณีที่ กกต. รายงานกับนายวิษณุ ว่ามีการแก้ไข 30 มาตรา นั้น เชื่อว่าจะแก้ไขในประเด็นอื่นๆ ที่มีปัญหากับการบริหารงาน ฐานะองค์กรอิสระที่ดูแลการเลือกตั้ง หากเสนอแล้วมีเหตุผลพรรคการเมืองยินดีสนับสนุน
“การเสนอแก้ไขกฎหมายลูกนั้น เชื่อว่าจะใช้เวลาพอสมควร เพราะร่างกฎหมายลูก มีสถานะเป็นกฎหมายการเงิน เมื่อพรรคการเมืองเสนอให้ประธานรัฐสภาแล้ว ประธานรัฐสภาต้องส่งให้นายกรัฐมนตรีอนุมัติก่อน และเมื่อนายกรัฐมนตรีอนุมัติแล้ว จึงจะเข้าสู่กระบวนการพิจารณาวาระแรก และต้องจัดการรับฟังความเห็นด้วย” นายนิกร กล่าว.





