วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

“ประยุทธ์-อนุพงษ์”พลิกเกม ไฟเขียวงบฯ สยบการเมือง 2 ขั้ว

“ประยุทธ์-อนุพงษ์” ต้องการเปิดพื้นที่ให้ “นักการเมือง” ทั้งขั้วรัฐบาล-ขั้วฝ่ายค้าน ได้มีโอกาสเข้าถึงการจัดสรรงบประมาณ ลดแรงกดดันและความตึงเครียดทางการเมืองที่ต่างฝ่ายต่างจับจ้องจะเล่นงานกัน ลดแรงโจมตีที่มักจะพุ่งเป้ามาที่ตัวของโดยตรง

ภาพ “บิ๊กตู่” พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี รมว.กลาโหม ลงพื้นที่เยี่ยมประชาชนประสบปัญหาอุทกภัยอย่างต่อเนื่อง รวมกับภาพของ “แกนนำพรรคการเมือง” เกือบทุกพรรคลงพื้นที่ช่วยเหลือประชาชนเช่นเดียวกัน ทำให้ถูกตีความว่าการเลือกตั้งจะมาถึงในเวลาอันใกล้

แม้ “พล.อ.ประยุทธ์” จะยืนยันเสียงแข็งว่าจะไม่มีการยุบสภา รวมถึงจะไม่มีการปรับคณะรัฐมนตรี (ครม.) แต่ไม่มีพรรคการเมืองใดมั่นใจคำยืนยันจากปาก “พล.อ.ประยุทธ์” เพราะความขัดแย้งภายในพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) ยังเคลียร์ไม่จบ

เนื่องจาก “บิ๊กป้อม” พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี หัวหน้าพรรคพปชร. ยังไม่เปิดช่องให้ “พล.อ.ประยุทธ์” เข้าไปจัดวางขุมกำลังทางการเมืองภายในพรรค มิหนำซ้ำยังไฟเขียวให้ศัตรูเบอร์หนึ่งของ “พล.อ.ประยุทธ์” อย่าง “ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า” นั่งตำแหน่งเลขาธิการพรรคพปชร.ต่อ

เมื่อ “พล.อ.ประยุทธ์” ที่แท็กทีมกับ “บิ๊กป๊อก” พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รมว.มหาดไทย จับมือกับกลุ่มการเมืองภายในพรรคพปชร. โดยเฉพาะ “กลุ่มสามมิตร” ยังไม่สามารถขจัด “ร.อ.ธรรมนัส” ออกจากพรรคได้ การปรับครม.จึงเกิดขึ้นได้ยากเช่นกัน

ว่ากันว่า เวลานี้ “พล.อ.ประยุทธ์-พล.อ.อนุพงษ์-สามมิตร” รอเพียงวัน ว. เวลา น. ที่เหมาะสมที่สุด ก่อนจะขยับหมากทางการเมือง รุกฆาตขจัดเสี้ยนหนามที่ชื่อ “ร.อ.ธรรมนัส” ทิ้ง

ขณะเดียวกันต้องจับตาทุกความเคลื่อนไหวของ “พล.อ.ประวิตร” จะโอนอ่อนตามที่ “น้อง 2 ป.” ต้องการหรือไม่ เพราะ “ป. ประวิตร” ต้องใช้บริการ “ร.อ.ธรรมนัส” ต่อ แต่ “ป.ประยุทธ์-ป.ป๊อก” ไม่ต้องการเลี้ยงศัตรูไว้ข้างกาย เพราะเกรงว่าจะโดนแว้งกัดอีกครั้ง

นอกจากนี้ ยังพบความเคลื่อนไหวของ “ป. ประยุทธ์-ป.ป๊อก” ที่เริ่มปรับตัวเข้าหาคนการเมืองมากขึ้น จากเดิมที่ “ป.ประยุทธ์-ป.ป๊อก” จะมีเส้นแบ่งทางกายภาพกับนักการเมืองอยู่มาก เพราะต้องการแบ่งบทบาทกับ “ป.ประวิตร” ให้แยกออกกัน

ทว่ายุทธศาสตร์แบ่งแยกแล้วปกครอง โดยให้ “ป.ประยุทธ์” คุมอำนาจฝ่ายบริหาร ให้ “ป.ป๊อก” คุมอำนาจการปกครองท้องถิ่น ให้อำนาจ “ป.ประวิตร” คุมอำนาจทางการเมือง กลับย้อนศรมาทำลายความสัมพันธ์ของ “3 ป.” เสียเอง

เมื่อ “ป.ประวิตร” เคลิ้มกับวิธีปฏิบัติทางการเมืองของ “กลุ่มการเมือง” จนเกือบปล่อยให้เกิดการโหวตล้ม “ป.ประยุทธ์” กลางสภา แต่ความรู้ถึงหู “ป.ประยุทธ์” เสียก่อน จึงเริ่มปฏิบัติการดึงเสียง ส.ส. บล็อกโหวตล้มเก้าอี้นายกฯได้สำเร็จ

หลังจากปฏิบัติการโหวตล้ม ล่มกลางสภา “ป.ประยุทธ์-ป.ป๊อก” รู้ดีแล้วว่าหากแยกตัวออกห่างจากคนการเมืองมากเกินไป ภัยร้ายอาจจะโถมเข้ามาหาอีกครั้ง จึงจัดวางยุทธศาสตร์กันใหม่ โดยไว้วางใจให้ “กลุ่มการเมือง” แค่บางกลุ่มเข้าหาได้โดยตรง เพื่อช่วยขบคิดวางเกมเชื่อมมิตรทางการเมืองเสียใหม่

ในทางปฏิบัติ “ป.ประยุทธ์-ป.ป๊อก” ยังไม่ตัด “ป.ประวิตร” ออกจากขุมอำนาจ เพราะยังเคารพรัก “พี่ชาย” อยู่เหมือนเดิม เพียงแต่ไม่ไว้วางใจคนข้างกายของ “พี่ชาย” จึงต้องรอเวลาที่เหมาะสม ใช้ยุทธวิถีสกัดคนข้างกายของ “ป.ประวิตร” แต่หากไม่ได้ผลอาจจะต้องตัดสินใจอย่างใดอย่างหนึ่ง

ขณะเดียวกัน “ป.ประยุทธ์-ป.ป๊อก” ได้เดินเครื่องเชื่อมสัมพันธ์ทางการเมือง โดยล่าสุดมีความเคลื่อนไหวในพื้นที่ต่างๆ ว่า เริ่มมีการเปิดทางให้ “นักการเมืองระดับชาติ-นักการเมืองท้องถิ่น” เข้าไปมีส่วนในการบริหารจัดการงบประมาณผ่านโครงการต่างๆ ที่จะลงไปยังท้องถิ่น

โดยก่อนหน้านี้ “ป.ประยุทธ์-ป.ป๊อก” สแกนโครงการอย่างเข้มงวด วางรูปแบบ วางกลไก วางข้อกำหนด เพื่อไม่ให้ “นักการเมือง” เข้าไปยุ่งยากกับงบประมาณที่ถูกจัดสรรผ่านโครงการต่างๆ โดยสั่งการไปยัง “ผู้ว่าราชการจังหวัด” วางกลไกสกัดนักการเมืองทุกรูปแบบ

ทว่า ระยะหลังมานี้ เริ่มมีความชัดเจนว่า “ป.ประยุทธ์-ป.ป๊อก” เริ่มไฟเขียวโครงการต่างๆ ไปลงในทุกพื้นที่ โดยให้ ส.ส.ทั้ง 2 ขั้วการเมืองเสนอความเห็นเข้ามา ซึ่งเป็นการผ่อนคลายการกีดกันนักการเมืองเข้าไปยุ่งย่ามกับงบประมาณที่จะถูกจัดสรรผ่านโครงการต่างๆ โดยเฉพาะงบประมาณจากเงินกู้ก้อน 5 แสนล้านบาท ที่ประกอบด้วย 3 แผนงานหลัก 

1.เพื่อแก้ไขปัญหาการระบาดของ โควิด-19 ค่าใช้จ่ายด้านการแพทย์และสาธารณสุข วิจัย พัฒนาวัคซีนในประเทศ 30,000 ล้านบาท

2.เพื่อช่วยเหลือ เยียวยา หรือชดเชยให้แก่ประชาชนในทุกสาขาอาชีพ ซึ่งได้รับผลกระทบจากการระบาดของโควิด-19 เพื่อบรรเทาภาระค่าใช้จ่ายของประชาชน ช่วยผู้ประกอบอาชีพและผู้ประกอบการ สามารถดำเนินธุรกิจได้ต่อเนื่อง วงเงิน 300,000 ล้านบาท 

3.เพื่อฟื้นฟูเศรษฐกิจและสังคมที่ได้รับผลกระทบจากการระบาดของ โควิด-19 เพื่อเป็นค่าใช้จ่ายสำหรับแผนงาน/โครงการ เพื่อรักษาระดับการจ้างงาน กระตุ้นการลงทุนและการบริโภค วงเงิน 170,000 ล้านบาท

เป้าหมายของ “ป.ประยุทธ์-ป.ป๊อก” ต้องการเปิดพื้นที่ให้ “นักการเมือง” ทั้งขั้วรัฐบาล-ขั้วฝ่ายค้าน ได้มีโอกาสเข้าถึงการจัดสรรงบประมาณ ลดแรงกดดันและความตึงเครียดทางการเมืองที่ต่างฝ่ายต่างจับจ้องจะเล่นงานกัน ลดแรงโจมตีที่มักจะพุ่งเป้ามาที่ตัวของ “ป.ประยุทธ์-ป.ป๊อก” โดยตรง

เมื่อ “ป.ประยุทธ์-ป.ป๊อก” ปรับตัวเอง หันมาเอาใจ “นักการเมือง” ต้องจับตาดูว่าความสัมพันธ์กับคนการเมือง ระยะห่างกับนักการเมืองที่เคยมีอยู่มาก จนเกิดช่องว่างให้โดนโจมตี จะได้ผลลัพธ์ออกมาอย่างไร เพราะที่สุด(นัก)การเมือง ย่อมไม่มีศัตรูถาวร