วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

"เจษฎ์" เตือน ส.ส. "แก้พ.ร.ป.พรรคการเมือง" ส่อถูกยื่นตีความขัดรธน.

อดีตที่ปรึกษา กรธ. มองเกม "ส.ส." เตรียมแก้ พ.ร.ป.พรรคการเมือง หวังโละ ไพรมารี่โหวต ชี้ แก้เกินรัฐธรรมนูญ ส่อถูกยื่นตีความได้ พร้อมแนะช่องตีความเปลี่ยนระบบเลือกตั้ง ประชาชนผู้เสียสิทธิและเสรีภาพยื่นศาลรธน.ได้

           นายเจษฎ์ โทณะวณิก กรรมการปฏิรูปประเทศด้านการเมือง ฐานะอดีตที่ปรึกษากรรมการร่างรัฐธรรมนูญ  ให้สัมภาษณ์ต่อประเด็นที่พรรคการเมืองเตรียมเสนอร่างแก้ไขพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ (พ.ร.ป.) ที่เกี่ยวกับการเลือกตั้ง ให้สอดคล้องกับร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญ มาตรา 83 และมาตรา 91 ว่าด้วยระบบเลือกตั้งต่อรัฐสภา โดยเชื่อว่ารัฐสภาจะพิจารณาให้แล้วเสร็จได้ทันภายในกำหนดเวลา และจะไม่มีการยุบสภาเกิดขึ้นก่อนที่ร่างพ.ร.ป.จะพิจารณาแล้วเสร็จ ส่วนกรณีที่มีพรรคการเมืองบางฝ่ายระบุว่าจะเสนอร่างแก้ไขพ.ร.ป. จำนวน 2 ฉบับ คือ ร่างแก้ไขพ.ร.ป.ว่าด้วยการเลือกตั้งส.ส. และร่างแก้ไขพ.ร.ป.ว่าด้วยพรรคการเมือง ตนมองว่าการเสนอแก้ไขร่างพ.ร.ป.ว่าด้วยพรรคการเมืองที่ไม่มีความเกี่ยวข้องกันกับการแก้ไขรัฐธรรมนูญ คือความพยายามสอดไส้เพื่อตัดการเลือกตั้งขั้นต้นเพื่อหาผู้สมัคร ส.ส. หรือ ไพรมารี่โหวตออกไป ซึ่งผู้เสนอควรระวังเพราะอาจถูกยื่นให้เกิดการตีความได้

           “การเสนอแก้ไขกฎหมายลูกที่ไม่เกี่ยวข้องกับรัฐธรรมนูญที่แก้ไข อาจมีผู้นำไปยื่นตีความได้ว่าแก้ไขเกินเลย เพราะการจัดให้มีไพรมารี่โหวต ไม่เกี่ยวข้องกับบัตรเลือกตั้งว่าจะมีกี่ใบ เพราะต่อให้มีเขตเลือกตั้งหลายคน หรือเขตเดียวเบอร์เดียว หรือ บัตรเลือกตั้งสองใบ การใช้ไพรมารี่โหวตยังสามารถนำมาปฏิบัติได้ ดังนั้นหากคิดแก้ไขจนเกินเนื้อหา เหมือนกับที่อ้างข้อบังคับการประชุมรัฐสภา ข้อ 124 จะทำให้ขัดกับรัฐธรรมนูญได้” นายเจษฎ์ กล่าว

 

           นายเจษฎ์ กล่าวด้วยว่า ส่วนกรณีการแก้ไขเนื้อหาเกี่ยวกับการคำนวณคะแนนส.ส.บัญชีรายชื่อ ที่จะใช้เกณฑ์ขั้นต่ำ 1% และระบุว่าจะไม่มีส.ส.ปัดเศษนั้นไม่จริง เพราะหากได้ส.ส.ที่ไม่ครบจำนวน 100 คน ต้องจัดสรรให้กับพรรคการเมืองที่มีเศษคะแนนจำนวนสูงที่สุดอยู่ดี ดังนั้นขออย่าเชื่อคำพูดของคนที่พยายามตีกินระบบดังกล่าว

           ส่วนกรณีที่ยังมีความพยายามให้เกิดการยื่นร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญว่าด้วยระบบเลือกตั้ง กับ ศาลรัฐธรรมนูญ นั้น กรรมการปฏิรูปการเมือง ระบุว่า เชื่อว่าพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม จะไม่ยื่นเองแน่นอน ส่วนเสียงของสมาชิกรัฐสภาอาจไม่พอ แต่ต้องพิจารณาในรายละเอียดว่าจะมีประชาชนฐานะผู้มีสิทธิเลือกตั้งและถูกกระทบต่อการใช้สิทธิและเสรีภาพจะเป็นผู้เข้าชื่อเพื่อยื่นต่อศาลรัฐธรรมนูญหรือไม่.