เริ่มมีกระแสในพรรคประเมินว่า น่าจะมีรายการเช็คบิลตามมา เพราะครั้งนี้ถือว่าเป็นการเคลื่อนไหวรุกไล่ 2 ป. ที่เดิมพันสูง
ฝ่ายค้าน ฝ่ายแค้น กองแช่ง “ไล่ประยุทธ์” คงผิดหวังไปตามๆ กัน ที่ไม่ได้เห็นภาพนายกรัฐมนตรีถูกโหวตคว่ำกลางสภา ด้วยมือของส.ส.ขั้วรัฐบาล อย่างที่แอบหวังว่าปฏิบัติการของ“ขาใหญ่” ในพรรคพลังประชารัฐ(พปชร.)จะเกิดขึ้นจริง และทำสำเร็จ
ก่อนวันโหวต 3 กันยา 64 กลับปรากฎฉากจบของศึกภายในพลังประชารัฐ ที่บ้านป่ารอยต่อภายใน ร.1 รอ.ทม.แบบแฮปปี้เอนดิ้ง เมื่อพี่น้อง 3 ป. “บิ๊กป้อม” พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ “บิ๊กป๊อก” พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา และพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา กอดคอแสดงความรักผูกพันอันยาวนาน ยิ่งกว่าพี่น้องท้องเดียวกัน ให้นักเลือกตั้งพลังประชารัฐได้เห็น
แถมยังมีฉากกระเซ้าเย้าแหย่ และคำพูดถึงความผูกพันกัน ชนิด ส.ส.ถึงกับอึ้ง เมื่อ นายกฯประยุทธ์ น้องเล็กได้สวมกอดพี่ใหญ่บิ๊กป้อม และคุยกันอย่างอารมณ์ดีว่า “ถ้า 3 คนอยู่ ก็ต้องอยู่ด้วยกัน ถ้าไป ก็ต้องไปด้วยกัน ยังมีเรื่องราวของ 3 คนที่คนอื่นไม่รู้อีกเยอะ” แถมน้องเล็กยังกระเซ้าอีกว่า “ท่านอยากเป็นนายกฯ หรือ” บิ๊กป้อมจึงสวนทันทีอย่างอารมณ์ดีว่า “จะบ้าหรือ กูไม่เป็นหรอก มึงเป็นนั่นแหละ”
ขณะที่เช้าวันเดียวกัน เมื่อนายกฯ ประยุทธ์ มาถึงอาคารรัฐสภา พบหน้านักข่าวก็ให้สัมภาษณ์ตามปกติ ตอนหนึ่งเจอคำถามว่า มีปัญหากับ พล.อ.ประวิตร หรือไม่ จึงได้โอกาสร่ายยาวถึงความสัมพันธ์ของ 3 ป. ว่า “เหมือนพี่น้องท้องเดียวกัน ร่วมเป็นร่วมตายกันมา ใครก็ทำลายไม่ได้ แม้มีคนเสี้ยมให้แตกกัน... ผมรักกัน 3 คนผมร่วมเป็นร่วมตายกันมา ชายแดนท่ามกลางสนามรบผมก็เคยอยู่ร่วมกัน"
“ท่าน (พล.อ.ประวิตร) ก็เป็นผู้บังคับบัญชาผม ตั้งแต่ก้าวแรกที่เข้ามารับราชการ อยู่บ้านเดียวกันกินนอนด้วยกัน สั่งสอนและฝึกอบรมกันจนกระทั่งโตขึ้นมา ยังคบและเคารพกันอยู่ ที่ผมเป็นวันนี้ได้เพราะพี่ทั้งสองคนได้สั่งสอนผมมา และผมจำได้ว่าไม่เคยที่พี่ทั้งสองจะมาสอนให้ผมทุจริต โกง ซึ่งไม่มี..”
เป็นการตอกย้ำให้เห็นชัดว่า ยากจะแยก 3 ป.ออกจากกันได้ไม่ว่าจะวิธีใด และนักการเมืองในพลังประชารัฐก็ไม่สามารถเลือกใครคนใดคนหนึ่งออกไปจากสมการการเมืองได้ นอกจากต้องยอมรับสภาพ “แพค 3” และอดอยากปากแห้งกันต่อไป
จะว่าไปแล้ว ปัญหาระหว่าง 3 ป.กับนักการเมืองร้อยพ่อพันแม่ในพลังประชารัฐ ก็อยู่ในสภาพกลืนไม่เข้าคายไม่ออกมาตั้งแต่ตั้งพรรค อย่างที่เลขาธิการพรรค ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่าสะท้อนความรู้สึกของบรรดม ส.ส.ต่อพี่น้อง “ 2 ป.” ตรงไปตรงมา ระหว่างเคลียร์ใจก่อนวันโหวตว่า
"ท่านไม่เคยมาดูแล ไม่ได้เจอ ส.ส.ในพรรคเลย ส.ส.หลายคนก็ไม่เคยได้รู้จักกับท่านเลย”
“ที่เชิญท่านมา อยากขอความมั่นใจว่า นายกฯ จะดูแล จะทำงานร่วมกับพวกเรา ส.ส.และพรรค พปชร.อย่างไร ผมมาขอความมั่นใจ มีหลายเรื่องที่ ส.ส.ไม่สบายใจ ในฐานะที่เราเป็นพรรคแกนนำรัฐบาล พรรคอื่นขออะไรก็ได้ แต่พวกเราไม่ได้อะไรเลย”
มีคำตอบจาก พล.อ.ประยุทธ์ ว่า “ถ้าเป็นปัญหาแบบนี้ เราก็จะไปปรับตัวดู”
ขณะที่ “บิ๊กป๊อก” พล.อ.อนุพงษ์ รมว.มหาดไทย บอกเพียงว่า “อะไรที่ทำได้ ก็จะทำ อะไรที่ผ่านมา ก็อย่าไปคิด”
ดูเหมือนคำตอบออกมาแบบขอให้จบๆ กันไป และไม่ใช่ครั้งแรกที่ ส.ส.พลังประชารัฐ ส่งเสียงสะท้อนไปถึง 2 ป.เช่นนี้ แต่ที่ผ่านมาลูกพรรคเคยสื่อสารผ่าน บิ๊กป้อม พี่ใหญ่ 3 ป.มาโดยตลอด
สำหรับพลังประชารัฐแล้ว แม้ดูเหมือนจะเคลียร์ปัญหาภายในเฉพาะหน้ากันได้ ก่อนลงมติในวันที่ 4 ก.ย.64 แต่หลังจากนี้ เริ่มมีกระแสในพรรคประเมินว่า น่าจะมีรายการเช็คบิลตามมา เพราะครั้งนี้ถือว่าเป็นการเคลื่อนไหวรุกไล่ 2 ป. ที่เดิมพันสูง
ต้องจับตาว่า เรื่องนี้ “บิ๊กป้อม” จะจัดการอย่างไร ทั้งการปกป้องน้องรัก “2 ป.” ขณะที่อีกด้านยังต้องบริหารพรรคท่ามกลางสารพัดวิกฤติรอบด้าน โดยต้องมองไปถึงศึกเลือกตั้งครั้งหน้า ซึ่งแน่นอนว่านักเลือกตั้งทุกกลุ่มก้อนในพลังประชารัฐ ยังเป็นกำลังสำคัญ และจำเป็นอย่างยิ่งสำหรับ 3 ป. ที่จะลุยการเมืองต่อ
ที่น่าคิดต่อจากนี้คือ หลังแผน “หยุดประยุทธ์” ในสภาฯ มีอันต้องล่ม ทิศทางนักการเมืองในพลังประชารัฐจะไปอย่างไรต่อ ในเมื่อพี่น้อง 3 ป.ประกาศจุดยืน ต้องอยู่ด้วยกัน ไปด้วยกัน
สนามเลือกตั้งรอบหน้า หาก พล.อ.ประวิตร ยังเป็นหัวหน้าพรรค จุดยืนของพลังประชารัฐยังจะชู“พล.อ.ประยุทธ์” เป็นนายกรัฐมนตรี ในบัญชีรายชื่อของพรรคอีกหรือไม่
ขณะที่นักสังเกตการณ์การเมืองจับทางได้ว่า ปฏิบัติการหลายเรื่องทั้งบนดิน ใต้ดิน ที่เชื่อมโยงกัน เป็นความพยายามของนักเลือกตั้งทั้งกระดานที่อาจสมคบคิด วางแผนเขี่ย “3 ป.” ออกจากการเมือง
“หยุดประยุทธ์ไม่ได้” ครั้งนี้ ไม่ได้หมายความว่าล้มแผน เพราะเกมนี้ เพิ่งจะเริ่มต้น!





