วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

'ไทยไม่ทน'ผุดแคมเปญซักฟอกนอกสภา-ปลุกยกมือไม่ไว้วางใจทั่วประเทศ

'ไทยไม่ทน'ผุดแคมเปญซักฟอกนอกสภา-ปลุกยกมือไม่ไว้วางใจทั่วประเทศ บุกพปชร.ทวงจิตสำนึกการทำงานเพื่อประชาชน เริ่มสัปดาห์หน้า

นายธนาวุฒิ วิชัยดิษฐ์ อดีตโฆษกนปช. กล่าวถึงแนวทางการทำงานของกลุ่ม ใครไม่ทน สามัคคีประชาชน เพื่อประเทศไทย ว่า เจ้าหน้าที่ตำรวจและทหารไม่ใช่ศัตรูกับประชาชน แต่ประชาชนเป็นศัตรูกับเผด็จการซึ่งหัวใจคือพลเอกประยุทธ์ สิ่งที่เจ้าหน้าที่คอยปฏิบัติตนเข้าใจว่าทำตามหน้าที่ แต่การทำตามหน้าที่นั้นอาจจะรุนแรง กำลังไปจากการปฏิบัติโดยทั่วไป เพราะประชาชนคือผู้จ่ายภาษี เจ้าหน้าที่รัฐหรือข้าราชการเป็นข้าของประชาชน หาเจ้าหน้าที่ทหารตำรวจตระหนักถึงเรื่องนี้ ไม่สามารถจะยิงประชาชนได้เลย เพราะภาษีเงินเดือนได้จากประชาชน

นอกจากนี้ยังเรียกร้องให้พลเอกประยุทธ์หยุดทำร้ายประชาชน ไม่ใช่ปี 2553 ที่จัดเข่นฆ่าประชาชน ลอยหน้าลอยตาอยู่ในอำนาจได้ต่อไป พร้อมกับมองว่าพลเอกประยุทธ์ ไม่ควรอยู่ในตำแหน่งต่อไปก็ยิ่งอยู่นานจะยิ่งสร้างความเสียหายให้กับประเทศ ถึงเรียกร้องให้คนอื่นประยุทธ์ลาออก พร้อมกับขอร้องหรือยังฝ่ายความมั่นคง ขอให้หยุดทำร้ายประชาชน ขอให้มองประชาชนเป็นเจ้านาย

นอกจากนี้ยังระบุภาพนายกรัฐมนตรีสามารถยุบสภาได้ตามกฎหมายเนื่องจากมีการยื่นอภิปรายไม่ไว้วางใจ อธิปรายไม่ว่าจะเป็นพรรคร่วมรัฐบาลหรือไม่ สิ่งเดียวที่จะทำให้บ้านเมืองสงบได้ จะต้องไม่ยกมือสนับสนุนพลเอกประยุทธ์ให้เป็นนายกรัฐมนตรีคนต่อไป จึงจะสร้างความสงบสุขให้บ้านเมืองได้ พร้อมกับอยากเรียกร้องให้แก้ไขปัญหาโควิด เศรษฐกิจ และรัฐธรรมนูญ พร้อมกับระบุว่าหัวใจของเผด็จการคือพลเอกประยุทธ์ และหากพลเอกประยุทธ์ออกไปจะทำให้บ้านเมืองสงบสุขได้

นายไทกร พลสุวรรณ มองว่า เป็นรัฐบาลล้มเหลวอย่างสมบูรณ์ไม่สามารถคาดการณ์ความสงบเรียบร้อยของบ้านเมืองได้ และไม่สามารถสร้างความเชื่อมั่นให้กับประชาชนทั้งประเทศได้ เรื่องการฟื้นฟูเศรษฐกิจ รวมไปถึงไม่มีแนวทางการแก้ไขปัญหาคงจะได้อย่างชัดเจน ซึ่งเป็นบทสะท้อนว่าการเปลี่ยนแปลงในวันข้างหน้านั้นไม่สามารถเปลี่ยนแปลงในรัฐสภาได้ ประชาชนจะเป็นผู้เปลี่ยนแปลงประเทศในเอง โดยจะรอดูว่าพรรคร่วมรัฐบาล จะร่วมกันรับผิดชอบอย่างไรในวาระการอภิปรายไม่ไว้วางใจเกิดขึ้น

ขณะที่ไทยไม่ทนจึงได้มีการ โครงการอภิปรายนอกสภา ไม่ไว้วางใจ ยกมือขึ้นทั่วประเทศ โดยให้เตรียมการเพื่อเคลื่อนขบวนไปยังที่ทำการหรือบ้านพักของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรพรรคร่วมรัฐบาล ขณะที่กรุงเทพฯจะเคลื่อนไปยังพรรคพลังประชารัฐ เพื่อถามหาความรับผิดชอบ ที่สนับสนุนพลเอกประยุทธ์ ให้เป็นนายกรัฐมนตรี หากมีจิตสำนึกการทำงานเพื่อประชาชน โดยจะเริ่มดำเนินการในสัปดาห์หน้า และดำเนินการไปจนกว่าจะอภิปรายไม่ไว้วางใจ

ขณะที่นายพงศ์พิเชษฐ์ สุขจินดาทอง นปช. กล่าวถึงการยื่นหนังสือออกแถลงการณ์ฉบับที่ 5 ต่อสำนักงานตำรวจแห่งชาติให้ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติได้พิจารณา และมีคำตอบต่อสังคมทางทางสังคม และเจ้าหน้าที่ตำรวจว่าการปฏิบัติการโดยเฉพาะการสลายการชุมนุม หลังยุติกิจกรรคาร์ม็อบเมื่อวันที่ 1 สิงหาคมที่ผ่านมา เป็นการปฏิบัติการเกินกว่าเหตุหรือไม่ แต่ในสถานการณ์การชุมนุมต่อเนื่องที่ผ่านมา โดยเฉพาะในสัปดาห์ที่ผ่านมา มีสิ่งที่เกิดขึ้นทำให้สังคมเกิดข้อกังขาต่อสังคม

โดยขั้นตอนการเข้าระงับการชุมนุมตามหลักสากล ใน 3 ขั้นตอน ทั้งฉีดน้ำผ่านรถน้ำแรงดันสูง หรือ จีโน่ ซึ่งถูกออกแบบมาโดยยึดพฤติกรรมความรุนแรง โดยมีข้อห้ามห้ามฉีดโดยตรงไปยังผู้ชุมนุม โดยหลังจากนั้นหากไม่สามารถหยุดยั้งความรถนแรงได้ในลำดับต่อไปจึงจะใช้แก๊สน้ำตา โดยต้องยิงในลักษณะวิถีโค้ง และขั้นตอนสุดท้ายหากไม่สามารถระงับเหตุได้จึงจะใช้การยิงด้วยกระสุนยาง

ซึ่งต้องยิงต่ำกว่าระดับเอวลงไป ซึ่งถือเป็นหลักสากลตามมาตรฐาน โดยระหว่างการแถลงข่าวได้มีการเปิดคลิปวีดีโอ การปฏิบัติการขอเจ้าหน้าที่ควบคุมฝูงชน หรือ คฝ. พร้อมกับตั้งคำถามไปยังผู้บัญชาการตำรวจนครบาล ว่าได้ปฏิบัติตามหลักสากลหรือไม่ หลังคลิปดังกล่าวปรากฏภาพการยิงประชาชนด้วยกระสุนยางในระยะประชิด

พร้อมกับประณามนามเจ้าหน้าที่ที่ทำเกินกว่าเหตุ ลุแก่อำนาจ ใช้โทสะในการปฏิบัติงาน นอกจากนี้ยังมีการตั้งคำถามถึงผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ในฐานะผู้บัญชาการเหตุการณ์ ระบุว่าเจ้าหน้าที่ตำรวจกระทำเกินกว่าเหตุหรือไม่ หากยังไม่ดูดำดูดี จะถึงว่า เป็นใจให้เจ้าหน้าที่ทำเกินกว่าเหตุ

นายยศวริศ ชูกล่อม หรือเจ๋ง ดอกจิก กล่าวว่า จากนี้เป็นต้นไปต่อรัฐบาลพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ถือว่าการล้มเหลวของการบริหารงานของนายกรัฐมนตรี ซึ่งไร้ความสามารถ ไร้คุณค่า ไร้คุณธรรม ไร้ปัญญา ในการบริหารประเทศ ทำให้ประเทศชาติและประชาชนต้องทุกข์ยากลำบาก เศรษฐกิจล้มเหลวอย่างสิ้นเชิง

โดยมีการขับเคลื่อนขององค์กรต่างๆทั้งนักศึกษาและองค์กรอื่นที่กำลังขับเคลื่อน เดินไปในทิศทางเดียวกัน เรียกร้องให้พลเอกประยุทธ์ลาออก น่าจะมีประเด็นสำคัญคือการปฏิบัติการของเจ้าหน้าที่ตำรวจควบคุมฝูงชนที่กระทำต่อกลุ่มชุมนุม ขัดต่อหลักปฏิบัติการแบบสากลที่ตำรวจนำมาอ้างจนมีประชาชนได้รับบาดเจ็บและเสียชีวิต