พิธา ขอหั่นงบก.คลัง ในโครงการพัฒนาเมืองเมียวดี ประเทศเมียนมาร์ เชื่อเพื่อสนับสนุนรัฐบาลรัฐประหารเมียนมาร์
การประชุมสภาผู้แทนราษฎร วาระพิจารณาร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2565 วงเงิน 3.1 ล้านล้านบาท วาระสอง ในวันที่สอง ได้เริ่มต้นที่มาตรา 9 งบประมาณของกระทรวงการคลัง วงเงิน 10,948 ล้านบาท
โดยกมธ.ที่สงวนความเห็นและส.ส.ที่เสนอคำแปรญัตติ อภิปรายให้ปรับลดวงเงิน ซึ่งนายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล ฐานะกมธ.เสียงข้างน้อย อภิปรายให้ปรับลดในส่วนของสำนักงานความร่วมมือพัฒนาเศรษฐกิจกับประเทศเพื่อนบ้าน เกี่ยวกับโครงการพัฒนาเมืองเมียวดี ประเทศเมียนมาร์ เพราะมองว่าเป็นโครงการที่ช่วยเหลือรัฐบาลเมียนมาร์ ที่มาจากการรัฐประหาร และเหตุการณ์รัฐประหารนั้น ทำให้มีผู้เสียชีวิต บาดเจ็บและสูญหาย ดังนั้นสิ่งที่รัฐบาลไทยควรทำคือ การช่วยเหลือทางมนุษยธรรม โดยไม่ผ่านกองทัพ
“เหตุผลที่ต้องปรับลด คือ ประมาณส่วนนี้ด้วยเหตุผล 3ข้อคือ 1.มิติเศรษฐกิจที่ชายแดนแม่สอด-เมียวดียังมีสถานการณ์สู้รบบริเวณชายแดน และจีดีพีพม่าปีนี้ติดลบ 18% การไปช่วยเหลือรัฐบาลเมียร์มาจึงไม่ใกล้เคียงกับความเป็นจริง 2.มิติหลักสากล ที่ทั้งสหประชาชาติและธนาคารพัฒนาแห่งเอเชีย ไม่มีหน่วยงานใดอนุญาตใดให้มีการเบิกจ่าย และชะลอโครงการช่วยเหลือพัฒนาเมียนมาร์ หลังเหตุการณ์รัฐประหาร แต่การที่กระทรวงการคลังยังสนับสนุนรัฐบาลที่มาจากการรัฐประหารเมียนมาร์ เป็นการส่งสัญญาณว่าเราให้คุณค่ากับการปกครองแบบใด” นายพิธา กล่าว
ทั้งนี้เมื่ออภิปรายและกมธ.เสียงข้างมากชี้แจงแล้ว ที่ประชุมได้ลงมติ โดยเสียงข้างมาก 254 เสียงเห็นด้วยกับกมธ. ต่อ 79 เสียง งดออกเสียง 1 เสียง
จากนั้นที่ประชุมเข้าสู่การพิจารณา มาตรา 10 งบประมาณของกระทรวงการต่างประเทศ.





