วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

'ก้าวไกล' ข้องใจ 'งบลับ' สำนักนายกฯ ขอหั่นหมด แต่เสียงข้างมากยังโหวตผ่าน

ส.ส.ก้าวไกล อภิปรายงบสำนักนายกฯ ข้องใจปฏิบัติการจับตา คนก้าวไกล-ก้าวหน้า เป็นภัยมั่นคง ขอให้หั่นงบลับ

       ผู้สื่อข่าวรายงานถึงการประชุมสภาผู้แทนราษฎร พิจารณาร่าง พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2565 วงเงิน 3.1 ล้านล้านบาท ในช่วงบ่าย ได้เข้าสู่การพิจารณา มาตรา 7 งบประมาณรายจ่ายของสำนักนายกรัฐมนตรี และหน่วยงานในกำกับ จำนวน24,260 ล้านบาท  ทั้งนี้ในการอภิปรายส่วนใหญ่ ได้ท้วงติงต่อการจัดงบประมาณเพื่อใช้การปฏิบัติงานด้านข่าวกรองและงานด้านความมั่นคง โดยเฉพาะสภาความมั่นคงแห่งชาติ และ กองอานวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร (กอ.รมน.) ซึ่งพบการนำไปใช้จ่ายเพื่อจับตาบุคคลที่เป็นภัยต่อความมั่นคง เช่น ส.ส.ของพรรคก้าวไกล หรือ แกนนำคณะก้าวหน้า พร้อมกับ ทักท้วงต่อการนำงบประมาณเพื่อปรับปรุงตึกสำนักงานเลขาธิการคณะรัฐมนตรี หรือ ตึกแดง ในช่วงสถานการณ์ประเทศที่ต้องการใช้งบประมาณเพื่อแก้ปัญหาโควิด อย่างไรก็ดีเมื่อที่ประชุมได้อภิปรายแล้ว ได้ลงมติ โดยเสียงข้างมากเห็นด้วยกับการแก้ไขของกรรมาธิการฯ   เสียงข้างมาก 246 เสียงเห็นด้วยกับการแก้ไข ไม่เห็นด้วย 109 เสียง ไม่ลงคะแนนเสียง 1 เสียง.

       โดย นายพิจารณ์ เชาวพัฒนวงศ์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล อภิปรายว่า ปีงบประมาณปี 2565 มีงบลับ 1,248 ล้านบาท แบ่งเป็น สำนักงานเลขาธิการนายกรัฐมนตรี จำนวน19 หน่วยงาน 558 ล้านบาท กระทรวงกลาโหม จำนวน 5 หน่วยงาน 470 ล้านบาท สำนักงานตำรวจแห่งชาติ 210 ล้านบาท และกอ.รมน. 10 ล้านบาท แต่ที่สงสัยคือเหตุใดบางหน่วยงานต้องมี เช่น สำนักปลัดกระทรวงแรงงาน กรมการจัดหางาน กรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน  ทั้งนี้ปีนี้เราจะมีวิกฤตโควิด หากถูกใช้ไปอย่างทุจริตก็ตรวจสอบไม่ได้ มันเป็นการไปเบียดเบียนภาษีของประชาชน ตนยืนยันขอปรับลดเงินราชการลับในมาตรา 7 ของสำนักนายกรัฐมนตรี มาตรา 8 ของกระทรวงกลาโหม และมาตรา 24 ของสำนักงานตำรวจแห่งชาติทั้งหมด

         ด้านนายจิรัฏฐ์ ทองสุวรรณ์ ส.ส.ฉะเชิงเทรา พรรคก้าวไกล กล่าวว่า สำนักงานเลขาธิการนายกรัฐมนตรี มีโครงการมากมายที่ไม่จำเป็นเร่งด่วน รวมถึงพันธกิจที่ซ้ำซ้อนและเป็นภาระของงบประมาณที่สามารถยุบหน่วยงานได้ เช่น สำนักงานเลขาธิการนายกรัฐมนตรี สำนักงานเลขาธิการคณะรัฐมนตรี และสำนักงานปลัดสำนักนายกรัฐมนตรีสามารถยุบรวมกันได้หรือไม่ เพราะจะได้ไม่วุ่นวายและพันธกิจไม่ได้มากมาย รวมถึงกอ.รมน.ที่มีไว้จัดการกับศัตรูทางการเมือง และศูนย์อำนวยการรักษาผลประโยชน์ของชาติทางทะเลควรยุบด้วย ส่วนโครงการเพิ่มประสิทธิภาพระบบรักษาความปลอดภัยทำเนียบรัฐบาล วงเงิน 50 ล้านบาท ตั้งราคาโอเวอร์ ควรเลื่อนไปก่อนก็ได้เพราะประวัติศาสตร์ชาติไทย สิ่งที่อันตรายต่อทำเนียบรัฐบาล คือการทำรัฐประหารอย่างเดียว ตอนนี้คนทำรัฐประหารเวิร์คฟอร์มโฮม น่าจะปลอดภัย.