วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

เปิดรายงาน 'กมธ.งบฯ65' จี้ 'สตง.' ทำหน้าที่ตรวจสอบการใช้เงิน สู้ 'โควิด'

กมธ.งบประมาณฯ65 เสนอรายงาน ให้สภาฯ ก่อนพิจารณาวาระสอง-สาม วันที่ 18 - 20 สิงหา นี้ พบ "งบกลุ่มจังหวัด" ไม่ปรับแม้แต่บาทเดียว พร้อมติง "สตง." ทำหน้าที่ตรวจการใช้เงิน- ให้รัฐบาล เผยการใช้เงินนอกงบประมาณ คาดมีกว่า 1.4พันล้านบาท

       ผู้สื่อข่าวรายงานถึงการนัดประชุมสภาผู้แทนราษฎร เพื่อพิจารณาร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2565 วงเงิน 3.1 ล้านล้านบาท วาระสอง และวาระสาม ในวันที่ 18 - 20 สิงหาคม นี้ โดยกรรมาธิการ (กมธ.) วิสามัญพิจารณาร่างพ.ร.บ.งบฯ65 ที่มีนายอาคม เติมพิทยาไพสิฐ รมว.คลัง เป็นประธานกมธ.ฯ ได้ส่งรายงานการประชุม เพื่อประกอบการพิจารณาของสภาฯ

       ทั้งนี้รายงานของกมธ.งบฯ65 มีสาระสำคัญ คือ มียอดการปรับลดงบประมาณตามมติของ กมธ. รวม 16,362 ล้านบาท โดยจัดสรรไว้ในงบกลาง ตามที่คณะรัฐมนตรีเสนอตามความจำเป็นและเหมาะสมทั้งหมด

       สำหรับตัวเลขการปรับลดงบประมาณ ตามความเห็นของกมธ. ที่น่าสนใจ 10 อันดับที่ปรับลดสูงสุด ได้แก่

       1. กระทรวงกลาโหม ปรับลด จำนวน 3,226 ล้านบาท คงเหลืองบประมาณ 92,753 ล้านบาท

       2.กระทรวงศึกษาธิการ ปรับลด 1,950 ล้านบาท คงเหลืองบประมาณ 49,119 ล้านบาท

        3. กระทรวงมหาดไทย ปรับลดจำนวน 744 ล้นานบาท คงเหลืองบประมาณ 259,593 ล้านบาท

        4.กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม ปรับลด จำนวน 641 ล้านบาท

        5. กระทรวงการคลัง ปรับลด จำนวน 334 ล้านบาท คงเหลืองบประมาณ 10,948 ล้านบาท

       6. กระทรวงการต่างประเทศ ปรับ ลด จำนวน 211 ล้านบาท คงเหลืองบประมาณ 3,744 ล้านบาท


       7. กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ปรับลด จำนวน 205 ล้านบาท คงเหลืองบประมาณ 34,684 ล้านบาท

       8. กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ปรับลด จำนวน 158 ล้านบาท คงเหลืองบประมาณ 11,235 ล้านบาท

        9. กระทรวงพาณิชย์ ปรับลด จำนวน 151 ล้านบาท คงเหลืองบประมาณ 3,601 ล้านบาท

       และ 10.กระทรวงยุติธรรม ปรับลด จำนวน 124 ล้านาท คงเหลืองบประมาณ 11,803ล้านบาท

       ผู้สื่อข่าวรายงานว่าด้วยว่า ในส่วนของหน่วยงานอื่นๆ พบว่า รัฐวิสาหกิจ ปรับลด สูงสุดจำนวน 2,231 ล้านบาท คงเหลืองบประมาณ 61,944 ล้านบาท รองลงมา คือ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ปรับลด จำนวน 1,398 ล้านบาท คงเหลืองบประมาณ 76,410 ล้านบาท, หน่วยงานของรัฐสภา ปรับลด จำนว 119 ล้านบาท คงเหลืองบประมาณ 3,673 ล้านบาท

       และมีหน่วยงานที่ไม่ถูกปรับลด คือ จังหวัดและกลุ่มจังหวัด ทำให้ได้รับงบประมาณเต็มจำนวนที่เสนอขอ ทั้งสิ้น 17,411 ล้านบาทเช่นเดิม

       ขณะที่งบประมาณด้านแผนบูรณาการ นั้น พบยอดปรับลด ทั้งสิ้น 3,997 ล้านบาท จากยอดที่เสนอขอ 208,177 ล้านบาท คงเหลืองบประมาณ 204,179 ล้านบาท โดยมีรายละเอียดสำคัญ คือ แผนบูรณาการเพื่อแก้ปัญหาภาคใต้ ปรับลด 232 ล้านบาท , แผนบูรณาการเขตพัฒนาเศรษฐกิจภาคตะวันออก ถูกปรับลด 331 ล้านบาท , แผนบูรณาการต่อต้านทุจริตและประพฤติมิชอบ ปรับลด 8.3 ล้านบาท, แผนบูรณาการเพื่อเตรียมพร้อมรองรับสังคมสุงวัย ปรับลด 6 ล้านบาท, แผนบูรณาการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำ ปรับลด 115 ล้านบาท, แผนบูรณาการพัฒนาและส่งเสริมเศรษฐกิจฐานราก ปรับลด 136 ล้านบาท เป็นต้น

       ผู้สื่อข่าวรายงานอีกว่า ในรายงานของกมธ.ฯ ได้เสนอข้อสังเกตแนบท้ายร่างพ.ร.บ.งบฯ โดยมีรายละเอียดที่สำคัญ คือ การเปิดเผยเงินนอกงบประมาณซึ่งใช้จ่ายไปแล้ว เพื่อให้กมธ. ตรวจสอบได้ ทั้งนี้คาดว่าจะมีเงินนอกงบประมาณสูงถึง 4,375 ล้านบาทและสำนักงบประมาณได้รับรายงานจากหน่วยรับงบประมาณว่าจะมีเงินนอกงบประมาณเพื่อสบทบโครงการต่างๆ มากถึง 1,483 ล้านบาท และที่สำคัญควรทบทวนการจัดทำงบประมาณแผนบูรณาการอย่างจริงจัง เนื่องจากพบว่ามีหลายโครงการภายใต้แผนบูรณาการไม่สามารถทำให้เกิดกระบวนการบูรณาการได้ และเป็นเพียงแผนงานที่รวบรวมจากหลายโครงการเท่านั้น

       

       “การใช้งบกลาง ด้านค่าใช้จ่ายเพื่อบรรเทา แก้ปัญหา และเยียวยา ผู้ที่ได้รับผลกระทบจากโควิด-19 ที่มาจากการแปรญัตติปรับลดงบประมาณของหน่วยงานต่างๆ ต้องใช้เพื่อแก้ปัญหาโควิด-19 เท่านั้น โดยไม่นำไปใช้เรื่องอื่นๆ อีกทั้งการใช้งบกลางเพื่อให้เกิดประสิทธิภาพ สำนักงานตรวจเงินแผ่นดินควรตรวจการเงิน ตามอำนาจที่มีไว้ใน พระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการตรวจเงินแผ่นดิน พ.ศ.2561 และเปิดเผยให้สาธารณรับทราบ และควรให้ กมธ.ของสภาฯ ได้ติดตาม ตรวจสอบ เพื่อให้การใช้เงินมีประสิทธิภาพ โปร่งใส” ข้อสังเกตของ กมธ.งบฯ65 ระบุ.