"โฆษกรัฐบาล" เผย "นายกฯ" ยืนยัน "พรรคร่วม" เหนียวแน่น มุ่งมั่นแก้ปัญหา "โควิด" ต่อ เผย "เงินกู้" เหลือ 4 แสนกว่าล้าน ระบุ อนาคตหากจำเป็นต้องกู้เพิ่ม ต้องพิจารณารอบคอบ คำนึงเสถียรภาพ กรอบวินัยการเงินการคลัง เคร่งครัด
นายอนุชา บูรพชัยศรี โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงกรณีที่มีกระแสข่าวมีการเดินสายล็อบบี้พรรคร่วมรัฐบาลให้โหวตไม่ไว้วางใจนายกฯรัฐมนตรีในการอภิปรายไม่ไว้วางใจของฝ่ายค้าน ความเหนียวแน่นของพรรคร่วมยังเป็นเหมือนช่วงแรกหรือไม่ว่า นายกฯ ยังคงยืนยัน ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา พรรคร่วมรัฐบาลต่างๆ ยังคงสามารถทำงานร่วมกัน ด้วยความเข้าใจ มีความมุ่งมั่นที่จะ แก้ไขสถานการณ์ปัจจุบันของการแพร่ระบาดโควิด ทั้งนี้ อะไรที่เป็นอุปสรรคนายกฯ จะลงมาแก้ไขปัญหาด้วยตัวเอง
นายอนุชา กล่าวว่า ในส่วนที่เกี่ยวข้องกับงบประมาณ นายกฯ มีความตั้งใจเพื่อนำมาจัดหาเวชภัณฑ์ การจัดตั้งโรงพยาบาลสนาม การดูแลบุคลากรทางการแพทย์ รวมถึงการเยียวยาเป็นเรื่องที่นายกฯ ให้ความสำคัญ
"นายกให้คำมั่นสัญญากับการใช้จ่ายเงินกู้ อย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด โดยเฉพาะในส่วนของการกู้รอบล่าสุด 5 แสนล้านบาทนี้ จะอนุมัติเพื่อดูแลประชาชนที่ได้รับผลกระทบ ยกตัวอย่างวันนี้ครม.ได้อนุมัติ การลดภาระค่าใช้จ่ายของผู้ปกครอง ค่าเทอมนักเรียน นักศึกษา ในสังกัดเอกชนรัฐ วงเงินทั้งสิ้นประมาณ 32,000 ล้านบาท และมีการขยายมาตรการช่วยเหลือแรงงานตามการล็อกดาวน์เพิ่มขึ้นจากเดิม 13 จังหวัด เป็น 29 จังหวัด จะใช้เงินอีก 60,000 ล้านบาท เพราะฉะนั้นก็ยังมีเงินเหลือในส่วนของเงินกู้อีก 4 แสนกว่าล้าน นายกฯ ขอให้ความมั่นใจว่าจะ ดูในสิ่งที่จะต้องเยียวยา และมาตรการบรรเทาผลกระทบที่จะออกมาอย่างต่อเนื่อง" นายกฯ กล่าว
เมื่อถามว่าในอนาคตมีแนวโน้มที่จะต้องกู้เงินเพิ่มอีกหรือไม่ โฆษกรัฐบาลกล่าวว่า ก็คงต้องขึ้นอยู่กับสถานการณ์ ถ้าในอนาคตมีความจำเป็น ที่จะต้องดูแลพี่น้องประชาชน ก็คงจะต้องพิจารณาอย่างรอบคอบ โดยจะต้องคำนึงถึงเสถียรภาพทางการคลัง และกรอบวินัยทางการเงินอย่างเคร่งครัดด้วยเช่นเดียวกัน





