กมธ.งบฯ65 พิจารณานัดสุดท้าย ลงมติเทงบท่ีปรับลดจากหน่วยงานต่างๆ 1.63หมื่นล้าน ไว้ที่งบกลางฯ ด้าน "กมธ.ก้าวไกล" โวยโอนงบให้ "นายกฯ" -ตรวจสอบยาก
ผู้สื่อข่าวรายงานถึงการประชุมคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) งบประมาณรายจ่ายประจำปี2565 เป็นนัดสุดท้าย โดยมีนายวิเชียร ชวลิต ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคพลังประชารัฐ ฐานะรองประธานกมธ.ฯ งบฯ คนที่ห้า ทำหน้าที่ประธานการประชุม เพื่อพิจารณาการแปรญัตติงบ จำนวน 16,300ล้านบาท ที่กมธ.ตัดลดงบจากหน่วยงานต่างๆ จากจำนวนงบประมาณรายจ่ายปี2565 ที่เสนอขอทั้งหมด 3.1ล้านล้านบาท
ผู้สื่อข่าวรายงานว่าสำหรับคำแปรญัตติ นั้น มีเสนอเข้ามาจำนวน 2 ญัตติ คือ ญัตติ ของ นายบุญสิงห์ วรินทร์รักษ์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคพลังประชารัฐ ที่ขอแปรงบ16,300ล้านบาท ไปไว้ที่งบกลาง 1 หมื่นล้านบาท ส่วนที่เหลือกระจายให้กรมส่งเสริมการปกครองส่วนท้องถิ่น สำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร สำนักงานเลขาธิการวุฒิสภา และสำนักงานอัยการสูงสุด 2.ญัตติน.ส.ศิริกัญญา ตันสกุล ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล กมธ.งบฯ เสนอแปรงบ16,300ล้านบาท ไปให้กรมส่งเสริมการปกครองส่วนท้องถิ่น เพื่อชดเชยรายได้ภาษีที่ดินที่หายไปจากการลดอัตราภาษีที่ดินปี 2563-2564 มูลค่า 13,200ล้านบาท ส่วนที่เหลือกระจายให้สำนักงานกองทุนหลักประกันสุขภาพ กองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา กองทุนการออมแห่งชาติ
โดยที่ประชุมกมธ.ลงมติเสียงข้างมากด้วยคะแนน35-7 ให้แปรงบ 16,300ล้านบาท ไปไว้ที่งบกลางทั้งหมด โดยเสียงคัดค้าน 7เสียงประกอบด้วยกมธ.จากพรรคก้าวไกล 6เสียง และพ.ต.อ.ทวี สอดส่อง ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชาติ ขณะที่กมธ.จากพรรคร่วมรัฐบาล รวมถึงกมธ.พรรคเพื่อไทย ลงมติเห็นชอบใฟ้แปรงบ16,300ล้านบาท ไปไว้ที่งบกลาง
ทั้งนี้ น.ส.ศิริกัญญา ตั้งข้อสังเกตุถึงญัตติของนายบุญสิงห์ ว่า ไม่เหมาะสมและไม่ชอบมาพากล เพราะการนำงบประมาณที่ปรับลด จัดสรรไว้ในงบกลาง จำนวน 1 หมื่นล้านบาท แม้จะระบุว่าเพื่อแก้ปัญหาโควิด แต่ที่ผ่านมาสภาฯ ได้อนุมัติพระราชกำหนด (พ.ร.ก.) มูลค่ากว่า 5 แสนล้านบาท ให้ดำเนินการ ดังนั้นการแปรญัตติไว้ให้งบกลาง เท่ากับให้งบประมาณอยู่ภายใต้อำนาจพิจารณาของนายกรัฐมนตรี และยากจะตรวจสอบ
"ที่แปรญัตติให้งบกลาง ดูแล้วไม่ชอบมาพากล เพราะเมื่อมีกมธ.ฝ่ายรัฐบาลบางส่วนคัดค้านการแปรงบไปให้งบกลาง 1หมื่นล้านบาท ก็มีการเจรจาต่อรอง ปรับเหลือ 5พันล้านบาท แสดงว่าเป็นการตั้งไว้เพื่อต่อรองกัน หรือเป็นเพียงแค่การเตรียมงบประมาณไว้สำหรับการเลือกตั้งที่กำลังจะเกิดขึ้นเท่านั้น อยากให้ช่วยกันคืนงบของประชาชนเพื่อสวัสดิการของประชาชน อย่าตีเช็กเปล่าให้นายกฯ จะนำข้อมูลดังกล่าวไปอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาลด้วย" น.ส.ศิริกัญญา กล่าว
ขณะที่ นายวิรัช รัตนเศรษฐ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคพลังประชารัฐ ฐานะรองประธานกมธ.งบฯ65 คนที่สาม ระบุว่า กรณีที่พรรคก้าวไกลไม่เห็นด้วยกับการแปรญัตติงบประมาณที่ถูกปรับลดจากส่วนราชการต่างๆไปไว้ที่งบกลางนั้น เรื่องนี้เป็นความจำเป็นต้องนำงบประมาณไปเพิ่ม เพื่อใช้แก้ปัญหาการแพร่ระบาดโควิด-19 เนื่องจากสถานการณ์แพร่ระบาดมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นทุกวัน จึงควรจัดสรรงบประมาณดังกล่าวไปไว้ในงบกลาง ซึ่งสำนักงบประมาณประเมินว่า ต้องจัดสรรงบประมาณไปในส่วนใดบ้าง หากเกิดเหตุฉุกเฉินผู้ว่าฯสามารประสานขออนุมัติงบกลางนำไปใช้ได้ทันที จึงไม่เห็นด้วยที่ฝ่ายค้านจะโยกไปไว้ยังองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น การโอนงบมาอยูที่งบกลางนั้น การตรวจสอบก็ยังทำได้ เนื่องจากก่อนนำงบประมาณทุกอย่างไปใช้ ทุกหน่วยต้องเสนอแผนงานมา ส่วนผู้บริหารจัดการงบประมาณนั้นเป็นหน้าที่ของรัฐบาล.





