"นายกฯ" เรียกถก ผู้ว่าฯ 12จว. พื้นที่สีแดงเข้ม คุม "โควิด" กำชับ เฝ้าระวังไม่ให้เชื้อระบาดข้ามจว. หากมีข้อติดขัดเร่งนำเสนอแก้ปัญหาทันที สั่งเพิ่มเตียงให้พอรองรับ พบ ผูป่วยเหลือง-แดง เพิ่ม หวัง สถานการณ์ดีขึ้นใน 4-6 สัปดาห์
เมื่อเวลา 13.00 น. พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรมว.กลาโหม ในฐานะผู้อำนวยการศูนย์บาิหารสถานการณ์โควิด-19 (ศบค.) ประชุมติดตามสถานการณ์การแพร่ระบาดเชื้อโควิดในพื้นที่ควบคุมสูงสุดและเข้มงวด หรือพื้นที่สีแดงเข้ม โดยมีนายอนุทิน ชาญวีรกูลรองนายกรัฐมนตรี และรมว.สาธารณสุข พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รมว.มหาดไทย รวมถึงผู้ว่าราชการจังหวัดในพื้นที่สีแดงเข้ม ได้แก่ จ.ปทุมธานี ชลบุรี นนทบุรี นครปฐม สมุทรสาคร พระนครศรีอยุธยา ฉะเชิงเทรา สมุทรปราการ ปัตตานี นราธิวาส ยะลา และสงขลา รวม12จังหวัด โดยผู้ว่าฯกทม. ไม่ได้เข้ารวม
ทั้งนี้ นายกฯ ได้ระบุในที่ประชุมว่า ขอย้ำให้จังหวัดนำเสนอปัญหา ข้อติดขัด เพื่อจะได้แก้ไขทันที พร้อมกับเฝ้าระวังการระบาดข้ามจังหวัด นอกจากนั้น สั่งการให้แต่ละจังหวัดเพิ่มจำนวนเตียงให้เพียงพอ และให้ภาคส่วนต่างๆเข้าร่วมสนับสนุน
ขณะเดียวกัน ในส่วนของแต่ละจังหวัดได้รายงานในเรื่องของระบบ bubble and seal โรงงานและแคมป์แรงงาน เช่น ฉะเชิงเทรา หรือสมุทรปราการ ซึ่งมีคลัสเตอร์โรงงานเป็นแหล่งระบาดหนัก และมีคนงานข้ามจังหวัดมา โดยมาตรการของจังหวัดที่มีโรงงานนั้น จะใช้ระบบ bubble and seal จึงต้องใช้มาตรการฉีดวัคซีน จัดหาที่พัก จนไปถึงระดับสูงสุดคือปิด 14 วัน
ทั้งนี้ ที่ประชุมได้รับรายงาน ว่าจำนวนผู้ป่วยส่วนใหญ่ แนวโน้มเป็นผู้ป่วยระดับเหลืองไปจนถึงระดับป่วยสีแดงเพิ่มสูงขึ้น ขณะเดียวกัน นายกฯ เป็นกังวลเรื่องสถานที่ตรวจหาเชื้อของเอกชนที่ตรวจแล้วไม่ดำเนินการอะไรต่อ จึงมอบหมายให้ผู้เกี่ยวข้องดำเนินการแก้ไข และนายกฯ ยังได้ชื่นชมที่ไม่มีข้อขัดแย้งระหว่างศบค สาธารณสุข และทางจังหวัด ทำงานร่วมกันได้อย่างราบรื่น โดยนายกฯ หวังว่าสถานการณ์จะดีขึ้น 4-6 สัปดาห์ ซึ่งเป็นข้อมูลหลักฐานจากทางการแพทย์





