วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

‘เยียวยา’ ต้องเพียงพอ ตรงกลุ่มเป้าหมาย

ครม.ออกมาตรการ เกิดเสียงวิจารณ์เยียวยาไม่ตรงจุด มีความลักลั่น เกาไม่ถูกที่คัน มาตรการเยียวยาครั้งนี้น้อยมากเมื่อเทียบกับความเดือดร้อนที่คนไทยกำลังเผชิญอยู่ในขณะนี้ อนาคต ไทยยังจะต้องเจอ คลื่นสึนามิโควิด อีกหลายระลอกถ้ายังแก้ไขไม่ถูกวิธีสักที

วันที่ 13 ก.ค.2564 คณะรัฐมนตรี (ครม.) อนุมัติเยียวยาผู้ประกอบการและประชาชน 10 จังหวัด ที่ประกาศล็อกดาวน์และเคอร์ฟิว 14 วัน ใช้วงเงินรวม 42,000 ล้านบาท แบ่งเป็น 2 ส่วน 1.มาตรการเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบสำหรับลูกจ้างและกิจการใน 10 จังหวัด วงเงิน 30,000 ล้านบาท 2.มาตรการลดค่าครองชีพเป็นการทั่วไป โดยการลดค่าน้ำและค่าไฟฟ้า 2 เดือน วงเงิน 12,000 ล้านบาท 

ใช้เงินจาก พ.ร.ก.ให้อำนาจกระทรวงการคลังกู้เงินเพื่อเยียวยาและฟื้นฟูผลกระทบจากโควิด-19 (เพิ่มเติม) พ.ศ.2564 ที่มี 5 แสนล้านบาท ให้รวมเงินประกันสังคมหากเข้าตามเงื่อนไข สำหรับเงินช่วยเหลือพิเศษแรงงานและนายจ้างที่ยังไม่อยู่ในระบบประกันสังคมจะจ่ายตามจริงจากเงินกู้ ซึ่งอาจไม่เต็มเพดาน 3 หมื่นล้านบาท และได้รวมวงเงินครั้งก่อนที่ขอ ครม. เนื่องจากมีการเพิ่มวงเงินในบางรายการ และเพิ่มกลุ่มอาชีพที่ได้รับความช่วยเหลือตามประเภทกิจการ ขอบเขตของการเยียวยาได้เพิ่มการเยียวยาจาก 4 กลุ่มกิจการเป็น 9 หมวด

ต้องยอมรับว่าภายหลัง ครม.ออกมาตรการ เกิดเสียงวิพากษ์วิจารณ์ในประเด็นเยียวยาไม่ตรงจุด และวงเงินน้อยเกินไป ในส่วนมาตรการการดูแลแรงงาน ภาคเอกชนต้องการให้อัดฉีดเพิ่ม เพราะประเมินงบครั้งนี้ส่งผลต่อจีดีพีไม่เกิน 0.3% ของจีดีพี ขณะที่ความเสียหายของการคุมเข้มกระทบ 0.7-1.0% ของจีดีพี หรือ 1-2 แสนล้านบาท ประกอบกับนับตั้งแต่โควิดระบาดระลอก 1 จนถึงระลอกที่ 4 หรือตั้งแต่เดือน ก.พ.2563 กระทบเศรษฐกิจไทยแล้วเกือบ 10 ล้านล้านบาท กว่า 60% ของจีดีพี นั้นคือเสียงสะท้อน 

ยิ่งมาตรการบรรเทาค่าครองชีพ พบว่ายังมีความลักลั่น เกาไม่ถูกที่คัน กำหนดลดค่าน้ำให้ 10% สวนทางข้อเท็จจริงครัวเรือนไทยมีค่าใช้จ่ายส่วนนี้ 200-300 บาทต่อเดือน แต่ส่วนลดที่ออกมา 10% เท่ากับช่วยเหลือ 20-30 บาทต่อรายต่อเดือนเท่านั้น เช่นกันค่าไฟ กำหนดไฟฟ้าบ้านไม่เกิน 150 หน่วยต่อเดือน ให้สิทธิฟรี 90 หน่วยแรก หรือผู้ใช้ไฟฟ้ากิจการขนาดเล็ก ใช้สิทธิไฟฟ้าฟรี 100 หน่วยแรก ถือว่าหยุมหยิม ยิบย่อย วงเงินส่วนนี้ 12,000 ล้านบาท ควรจะต้องเห็นภาพความช่วยเหลือที่ชัดเจนกว่านี้ รัฐบาลต้องกล้าที่จะลดค่าไฟอย่างน้อย 30-50% เนื่องจากช่วงกักตัวอยู่บ้าน ประชาชนมีภาระค่าไฟสูงขึ้น

มาตรการค่าน้ำค่าไฟ เหมือนรัฐบาลกังวลผลกระทบฐานะทางการเงินการประปาภูมิภาค การไฟฟ้านครหลวง และการไฟฟ้าภูมิภาค ทั้งๆ ที่รัฐวิสาหกิจทั้ง 3 แห่ง ต้องมาชดเชยจาก พ.ร.ก.เงินกู้ เราจึงเห็นว่ามาตรการเยียวยาครั้งนี้น้อยมากเมื่อเทียบกับความเดือดร้อนที่คนไทยกำลังเผชิญอยู่ในขณะนี้ หากมีการเยียวยาครั้งหน้า ขอเรียกร้องให้รัฐบาลกล้าออกมาตรการที่เท่ากันระดับปัญหา การเพิ่มเพดานหนี้สาธารณะให้เกิน 60% ในสถานการณ์ไม่ปกติ วันนี้ถือว่าจำเป็น เพื่อให้มาตรการที่ปล่อยออกมา หวังผลได้ นำไปสู่การฟื้นเศรษฐกิจ เว้นเสียแต่ว่า รัฐบาลมีข้อมูลอินไซด์ ไม่เปิดเผย ต้องเก็บงบไว้ใช้ยามจำเป็น เพราะในอนาคต ไทยยังจะต้องเจอ คลื่นสึนามิโควิด อีกหลายระลอก.

ต้องยอมรับว่าภายหลัง ครม.ออกมาตรการ เกิดเสียงวิพากษ์วิจารณ์ในประเด็นเยียวยาไม่ตรงจุด และวงเงินน้อยเกินไป ยิ่งมาตรการบรรเทาค่าครองชีพ พบว่ายังมีความลักลั่น เกาไม่ถูกที่คัน มาตรการเยียวยาครั้งนี้น้อยมากเมื่อเทียบกับความเดือดร้อนที่คนไทยกำลังเผชิญอยู่ในขณะนี้ อนาคต ไทยยังจะต้องเจอ คลื่นสึนามิโควิด อีกหลายระลอ