วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

รัฐบาลเจ็บ ฝ่ายแค้นไม่จบ ย้ำแผลโควิด โดดเดี่ยว 'ประยุทธ์'

การเตรียม "อภิปรายไม่ไว้วางใจ" รัฐบาล ของ"ฝ่ายค้าน" ปม "โควิด" เป็นการชิงจังหวะ ตีเหล็กตอนร้อน ที่คนทั้งบ้านทั้งเมืองเห็น ว่าเป็นอย่างไร การ "ล็อกดาวน์" ถ้าไม่เป็นไปตามเป้าหมาย สถานะของรัฐบาล จะเข้าสู่อาการโคม่า น่าเป็นห่วงขั้นสุด

นับว่าสถานการณ์เข้าทางพรรคร่วมฝ่ายค้าน และพรรคการเมืองตั้งใหม่ ที่กำลังเครื่องร้อนไล่ถลุง เตรียมฟ้องรัฐบาล “พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา” อันเป็นผลจากการบริหารจัดการวิกฤติไวรัสโควิด-19 แพร่ระบาดแบบเจ็บแล้ว เจ็บเล่า ไม่จบ

ฝ่ายค้านเองที่ใกล้ถึงคิวแอ็กชั่น เตรียมยื่นเปิดอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาล เร็วๆ นี้ กรณีบริหารโควิดล้มเหลว จนผู้ป่วยล้นโรงพยาบาล ยอดผู้เสียชีวิตยังมีต่อเนื่อง และมีคนจำนวนไม่น้อยเลือกปลิดชีวิตตัวเองด้วยเหตุผลทางเศรษฐกิจ ดังนั้น เป้าใหญ่ของการซักฟอก หนีไม่พ้น “นายกฯ” ที่ชื่อ “ประยุทธ์”

เกมนี้ของฝ่ายค้าน นับว่าสอดรับกับกระแสสังคม ที่ประสานเสียง เรียกร้องกดดันให้ “นายกฯ” ลาออก เพราะผลงานของรัฐบาลไม่เป็นที่พอใจ

ถือเป็นการชิงจังหวะตีเหล็กตอนร้อนของฝ่ายค้าน ที่จ้องกระหน่ำตีซ้ำลงไปที่แผลเดิม คือแผลโควิดของ “นายกฯ” ที่ลุกลามจนฉุดความเชื่อมั่นในตัวผู้นำให้ตกต่ำที่สุดในรอบ 7 ปี ของการครองอำนาจ

      

ท่ามกลางกระแสกดดันจากนอกสภา ไปที่พรรคร่วมรัฐบาล ทั้ง “ประชาธิปัตย์” และ “ภูมิใจไทย” ให้ถอนตัวจากการร่วมรัฐบาล เลิกพายเรือให้ “พล.อ.ประยุทธ์” นั่งเสียที

งานนี้ “ประชาธิปัตย์” ดูจะลอยตัวที่สุด เพราะแทบไม่มีรัฐมนตรีของพรรค ต้องเข้าไปยุ่งเกี่ยวกับ“ศบค.” เต็มตัวในการแก้ปัญหาโควิด

ต่างจาก “ภูมิใจไทย” ที่มี “อนุทิน ชาญวีรกูล” รองนายกรัฐมนตรี และรมว.สาธารณสุข ที่คาดการณ์ว่าจะถูก “ฝ่ายค้าน” ลากขึ้นเขียงซักฟอก ตาม “พล.อ.ประยุทธ์” ไปติดๆ

“ประชาธิปัตย์” โดย “จุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์” รองนายกรัฐมนตรี และรมว.พาณิชย์ ในฐานะหัวหน้าพรรค จึงมีเวลาให้กับพรรคอย่างเหลือเฟือในวันหยุด ด้วยการเดินสายตรวจเยี่ยมชาวบ้าน มอบสิ่งของ ในพื้นที่ฐานเสียง

ไม่ต้องตีความหมายอะไรให้ซับซ้อน “ประชาธิปัตย์” กำลังอาศัยจังหวะที่พรรคร่วมคนอื่นๆกำลังหัวหมุนจากพิษ “โควิด” ลุยหาเสียงแบบไม่เป็นทางการ ตุนความได้เปรียบ เตรียมตัวลงเลือกตั้งครั้งต่อไปแล้ว

“ประชาธิปัตย์” ตอนนี้แทบจะไม่มีอะไรให้ต้องโดนหางเลขจากปัญหา “โควิด” และน่าจะก้าวขึ้นสังเวียนเลือกตั้งด้วยเนื้อตัวที่ไม่สะบักสะบอม หรือบอบช้ำ เหมือนกับ “พล.อ.ประยุทธ์” และ“พรรคร่วม” บางพรรค

การตัดสินใจ “ล็อกดาวน์” เพื่อแก้ปัญหา “โควิด” ครั้งนี้ของ “พล.อ.ประยุทธ์” ถือเป็นเดิมพันครั้งสำคัญ แต่ถ้าไม่เป็นไปตามเป้าหมาย สถานะของรัฐบาล จะเข้าสู่ระดับอาการโคม่า น่าเป็นห่วงขั้นสุด

งานนี้ต้องบอกว่าเหนื่อยสำหรับ “พล.อ.ประยุทธ์” ในการถูกอภิปรายไม่ไว้วางใจ เพราะผลงานการแก้ปัญหา “โควิด” ที่คนทั้งบ้านทั้งเมืองเห็นนั้น ชัดเจนว่าเป็นอย่างไร ตรงนี้จะกลายเป็นเงื่อนไขที่ยากต่อการอธิบายชี้แจงแก้ต่างให้ตัวเองหรือไม่

หนำซ้ำ คำแก้ต่างในสภาที่สวยหรู อาจยิ่งเป็นปัจจัยที่ไปกระตุ้นอารมณ์สังคม เพราะสวนทางกับสิ่งที่เปิดขึ้นจริง จนลากให้สถานการณ์ต่างๆ ของรัฐบาลย่ำแย่ลงไปอีก

เมื่อ “โควิด” กลายเป็นปัญหา “การเมือง” และกำลังสั่นคลอนอำนาจผู้นำคนปัจจุบันอย่างหนักหน่วง ชนิดที่ไม่เคยมีเรื่องไหนส่งผลกระทบต่อตัว “พล.อ.ประยุทธ์” รุนแรงเช่นนี้มาก่อน

แม้ล่าสุดรัฐบาลจะพยายามปรับมาตรการต่างๆ ตามข้อเสนอกระทรวงสาธารณสุข ยอมล็อกดาวน์ และล่าสุดวัคซีนเข็ม 3 สำหรับบุลากรด่านหน้า การปรับสูตรวัคซีนฉีดไขว้ยี่ห้อ โดยฝ่ายการเมืองยอมเจ็บ แต่ดูเหมือนฝ่ายค้าน ฝ่ายแค้น จะไม่ยอมให้จบง่ายๆ