นครบาล เผยการชุมนุม 3 กลุ่ม เข้าข่ายกระทำความผิด 5 ข้อหา ระบุ ผบ.ตร.ห่วง โควิด ระบาดย้ำบังคับใช้กฎหมาย ไม่ใช่ซ้ำเติม วอนทุกคนตั้งสติ ระมัดระวังถูกยุยงปลุกปั่น
12 ก.ค. 2564 ที่กองบัญชาการตำรวจนครบาล (บช.น.) พล.ต.ต.ปิยะ ต๊ะวิชัย รองผู้บัญชาการตำรวจนครบาล (รองผบช.น.) ในฐานะ โฆษก ประจำกองบัญชาการตำรวจนครบาล (โฆษก บช.น.) กล่าวถึง กลุ่มชุมนุมเมื่อวันที่ 9-11 ก.ค.ที่ผ่านมาว่า ตั้งแต่วันที่ 9 ก.ค. มีกลุ่มอาชีวะปกป้องประชาชนเพื่อประชาธิปไตยชุมนุมหน้าทำเนียบ วันที่ 10 ก.ค. ชุมนุม 3 กลุ่ม ได้แก่ กลุ่มประชาชนคนไทย กลุ่มคนไทยไม่ทน ร่วมกับกลุ่มคาร์ม็อบ ส่วนวันที่ 11 ก.ค. กลุ่มคนไทยไม่ทนชุมนุมหน้าทำเนียบรัฐบาล
อย่างไรก็ตาม การกระทำผิดตาม 1.ข้อกำหนดออกตามความในมาตรา 9 พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ ฉบับที่ 25 2.การจัดกิจกรรมที่มีความเสี่ยงต่อการแพร่โรค มีความผิดตาม พ.ร.บ.โรคติดต่อฯ 3.ตั้งวาง หรือกองวัตถุใดๆ บนพื้นถนน เป็นการกระทำความผิดตาม พ.ร.บ.รักษาความ สะอาดฯ 4.กีดขวางการจราจร ตาม พ.ร.บ.จราจรทางบกฯ 5.ใช้เครื่องขยายเสียงโดยไม่ได้รับอนุญาต ตาม พ.ร.บ.ควบคุมการโฆษณาโดยใช้เครื่อง ขยายเสียงฯ ส่วนการนัดหมายชุมนุมเชิญชวนผ่านโซเซี่ยลมีเดียให้ข้อมูลเป็นเท็จ บช.สอท. ดำเนินคดีแล้ว ส่วนบช.น. เรียกพนักงานสอบสวนมาประชุมดำเนินคดีอย่างรวดเร็ว ขณะนี้มีผู้เข้าข่ายถูกดำเนินคดี 70 ราย
ด้านพ.ต.อ.กฤษณะ พัฒนะเจริญ รอง โฆษกตร. กล่าวว่า การชุมนุมนับตั้งแต่กลางปีที่แล้ว มีการเก็บรวบรวมพยานหลักฐาน รวมถึงแกนนำมาแล้วหลายคดีในบช.น. สิ่งที่ พล.ต.อ.สุวัฒน์ ผบ.ตร.มีความเป็นห่วง ช่วงแพร่ระบาดโควิด 19 การบังคับใช้กฎหมายจึงมีความสำคัญ แต่จะไม่ซ้ำเติมประชาชน แต่หากมีการฝ่าฝืนเกี่ยวกับการชุมนุมจะมีการบังคับใช้กฎหมายอย่างจริงจัง โดยการรวบรวมพยานหลักฐานดำเนินคดีภายหลัง อย่างไรก็ตาม ผู้ยุยงแลุกปั่นไม่ว่าจะอยู่ในต่างประเทศทั้งถูกดำเนินคดีและไม่ถูกดำเนินคดี อยากให้ตั้งสติในการกระทำดังกล่าว การชุมนุมไม่สามารถชุมนุมได้ อยากให้ผู้ที่คิดกระทำการดังกล่าวปฏิบัติตามกฎหมาย

อสังหาฯลักชัวรีแกร่ง คอนโด บ้านหรูขายพุ่ง ภูเก็ต-พัทยาแรงไม่แผ่ว
17 ต.ค. 2569 | 7:37
'ห้างเซ็นทรัล–เซ็นทรัล เอ็มบาสซี' ต้อนรับคณะคู่สมรส IMF–World Bank 2026 สัมผัสประสบการณ์ Thai Heritage, Global Standards
16 ต.ค. 2569 | 18:50
แอสเซทไวส์ส่ง25คอนโด5พันยูนิตร่วมบ้านคนละหลัง PLUSดอกเบี้ยเริ่ม 2.6%
16 ต.ค. 2569 | 17:43
“การดำเนินการผู้ที่ปล่อยข่าวปลอมช่วง 1-30 มิ.ย.ที่ผ่านมา สถิติการตรวจสอบจำนวนหลายร้อยยูอาร์แอล สามารถกลั่นกรองแยกดำเนินคดีได้ประมาณ 50 กว่าคดี ที่เกี่ยวข้องกับวัคซีนและโควิดกว่า 30 คดี อาทิ ปลอมแปลงข้อมูลนายแพทย์ การกล่าวหาหน่วยงานรัฐว่าต้องจ่ายวัคซีนแพงขึ้น อยู่ระหว่างการดำเนินคดีและติดตามจับกุม อยากฝากเตือนผู้อาศัยโอกาสสร้างข่าวปลอมแชร์ข่าวเท็จ ถือว่าเป็นความผิด จำคุก 5 ปี ปรับไม่เกิน 1 แสนบาท ขอให้เลิกทำพฤติกรรมดังกล่าว” รองโฆษกตร. กล่าว


