“อาคม” เรียกสอบข้อมูล “จิรายุ” อ้างถูกอธิบดี กรมบาดาลขู่ ขณะที่กำลังพิจารณางบ กรมทรัพยากร ขณะที่กรรมาธิการระบุ จิรายุ เล่นใหญ่อธิบดี แค่นั่งเฉยๆ ไม่ได้มีพฤติกรรมข่มขู่แต่อย่างใด
ผู้สื่อข่าวรายงานถึงความเคลื่อนไหวการประชุมคณะกรรมาธิการวิสามัญ พิจารณางบประมาณรายจ่ายประจำปี 2565ว่า นายอาคม เติมพิทยาไพสิฐ รมว.คลัง สั่งการให้ฝ่ายเลขานำบันทึกการสนทนาชวเลขและขอเทปบันทึกภาพการประชุมมารายงาน เพื่อตรวจสอบหลังนายจิรายุ ห่วงทรัพย์ส.ส.กทม. พรรคเพื่อไทย (พท.) ในฐานะรองประธานคณะอนุกรรมาธิการ (กมธ.) ระบุว่าถูกอธิบดีกรมทรัพยากรน้ำบาดาลข่มขู่ขณะพิจารณาตัดงบประมาณ
ขณะที่ นายจิรายุ ห่วงทรัพย์ ส.ส.กทม. พรรคเพื่อไทย (พท.) ในฐานะรองประธานคณะอนุกรรมาธิการ (กมธ.) กล่าวถึง การพิจารณางบประมาณ ของกรมทรัพยากรน้ำบาดาลว่า วันนี้จะมีการเรียกดูเอกสาร ทั้งหมดใหม่อีกครั้ง เนื่องจากการพิจารณาครั้งที่แล้ว อธิบดีกรมทรัพยากรน้ำบาดาลเข้าใจผิด หรืออาจะฟังผิด ว่าจะตัดงบประมาณ 10 ล้าน ก็เลยโวยวาย และมีพฤติกรรมข่มขู่ กมธ. ระบุว่าหากใครตัดงบแล้วจะจำจนวันตาย
ซึ่งตนก็ได้ชี้แจงแล้ว แล้วว่า บางกระทรวง บางกรม ก็ถูกปรับลดตั้งแต่ 1 ล้านบาทไปจนถึง 30 ล้านบาท เพราะ ส่วนใหญ่เป็นงบสัมมา อบรม ทำไม่ได้อยู่แล้วในสถานการณ์โรคระบาด
นายจิรายุ ย้ำอีกว่า ทางอนุ กมธ.ฯ ได้ซักถามตามปกติ และมีการเสนอให้ตัดแค่ 1 ล้านบาท แต่อธิบดีกรมทรัพยากรน้ำบาดาลกลับพูดจาข่มขู่และแสดงกิริยาเสียงดังไม่พอใจว่า “หากใครตัด รับรองผมจะจำไปจนวันตาย” ซึ่งก็ได้ชี้แจงไปว่า เป็นเรื่องปกติ และท่านเป็นข้าราชการระดับสูงต้องมีเมตตา มีสมาธิ มีสติ จะมาพูดแบบนี้ไม่ได้ ซึ่งลักษณะแบบนี้ไม่เคยเจอในข้าราชการท่านอื่นๆเลย
อย่างไรก็ตาม นาย จิรายุ เตรียมดำเนินการในส่วนกฎหมาย และประมวลจริยธรรมของข้าราชการต่อคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องต่อไป
ขณะที่แหล่งข่าจากที่ประชุมกรรมาธิการในวันดังกล่าว ระบุถึงบรรยากาศการประชุมวันนั้นว่า น่าจะมีการเล่นใหญ่ เนื่องจาก อธิบดีกรมทรัพยากรน้ำบาดาลชี้แจง ถึงการงบถูกตัดงบประมาณว่าอาจจะกระทบต่อการทำงานของเจ้าหน้าที่ เพราะเป็นเงินค่าน้ำค่าไฟ ค่าเบี้ยเลี้ยง คนทำงานสำรวจน้ำบาดาล
นอกจากนี้ได้ย้อนอธิบายไปใน ปีที่แล้วว่า ยอมตัดงบประมาณไป 10% ของงบประมาณ คือ 4 ล้านบาท เนื่องจากมีเหตุการณ์เรื่องกรรมาธิการตบทรัพย์ 5 ล้านบาท จึงยอมให้ตัดไป แต่ก็จำเรื่องนั้นจนวันตาย เพราะเจ้าหน้าที่ต่อว่า ตัดงบประมาณนี้เป็นค่าน้ำค่าไฟ ค่ายาม ค่าถ่ายเอกสาร ค่าเบี้ยเลี้ยงเจ้าหน้าที่ และค่าจ้างยาม ถือว่าโหดร้าย กับคนทำงาน ซึ่งไม่น่าจะเป็นเรื่องข่มขู่ตามที่กล่าวอ้างมา





