เพราะอะไรที่ทำให้ ปารีณา และ วิรัช เปิดหน้าซัดกันนัว คำตอบก็คือ มาจากตำแหน่งประธานอนุกรรมาธิการจังหวัด/กลุ่มจังหวัด อบจ. กทม. และพัทยา ในการพิจารณาจัดทำงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2565
กลายเป็นคดีกันในที่สุด สำหรับศึกคนกันเองในพรรคพลังประชารัฐ เมื่อ “วิรัช รัตนเศรษฐ” รองหัวหน้าพรรค ในฐานะวิปรัฐบาล ดำเนินคดี “ปารีณา ไกรคุปต์” ส.ส.ราชบุรี ข้อหาหมิ่นประมาทผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์
สืบเนื่องจากปารีณาโพสต์เฟซบุ๊ครัวๆ กระทบชิ่งไปถึงใครบางคนในพลังประชารัฐ เช่นข้อความดุเดือด ที่ระบุว่า อยากให้มันตาย พร้อมกับแฮชแท็กร้อน #อหวร เรื่องในพรรค ไม่ต้องinbox มาถาม
#เสร็จศึกฆ่าขุนพล #อหวร เมื่อลูกชายได้เป็นรัฐมนตรีแล้ว ก็ควรจะพอแล้ว จะเอาทุกตำแหน่งเลยหรือไงคะ
ลูกผู้ชาย คือ คนที่พร้อมจะกระทืบซ้ำ ทุกคนที่ล้ม #อหวร
วุฒิภาวะ คือ การให้ครอบครัว ได้มานั่งทุกตำแหน่ง #อหวร
คดีทุจริตสนามฟุตซอลเกิดขึ้นที่กรรมาธิการนี้ ระหว่างแปรญัตติหากจำเลยได้ กลับมาเป็นประธานอนุฯ คือ วุฒิภาวะค่ะ
แถมปารีณาให้สัมภาษณ์ เรื่องนี้ว่า ทำงานในสภาฯ มานาน ไม่เคยมีตำแหน่งอะไรเลย ตั้งแต่ถูกดำเนินคดีก็สูญเสียธุรกิจทุกอย่าง ถูกสั่งหยุดปฎิบัติหน้าที่ ส.ส. แตกต่างกับคดีทุจริตที่นายวิรัช ถูกดำเนินคดี เพียงแค่อัยการยังไม่ได้สั่งฟ้อง
“ปารีณา” ระบุว่า อย่าอ้างคำว่าผู้ใหญ่บอกว่า ตนไม่เหมาะสม ขาดวุฒิภาวะ การอ้างว่าตนมีคดีและไม่เหมาะสม ขอให้นายวิรัชย้อนดูตัวเองด้วยว่าในคณะอนุกรรมการงบประมาณมีทั้งภรรยาและน้องสาวภรรยา ทุกคนต่างมีคดี
เรื่องทำนองนี้ ไม่ใช่ครั้งแรกที่ปารีณา เปิดศึกกับคนในพรรค ก่อนหน้านี้ หลายคนต่างเคยมีประสบการณ์ โดนกันมาแล้วถ้วนหน้า
แม้แต่ “ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า”รมช.เกษตรและสหกรณ์ ตั้งแต่ก่อนเป็นเลขาฯพรรค รวมถึง“สุชาติ ชมกลิ่น”รมว.แรงงาน และ “ชัยวุฒิ ธนาคมานุสรณ์” รมว.ดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมล้วนเคยเจอฤทธิ์เดชปารีณามาทั้งนั้น เพียงแต่ไม่มีใครถือสาหาความ
ต่างจาก “วิรัช” ที่ไม่ต้องพูดมากให้เจ็บคอ รวบรวมพยานหลักฐานดำเนินคดี ปารีณา ทันควันเพื่อปรามให้หยุด และถ้าไม่ยอมหยุด ก็จะไล่ฟ้องไปเรื่อยๆ
ความบาดหมางครั้งนี้ จึงเกิดคำถามว่า เพราะอะไรที่ทำให้ ปารีณา และ วิรัช เปิดหน้าซัดกันนัวเช่นนี้ คำตอบก็คือ มาจากตำแหน่งประธานอนุกรรมาธิการจังหวัด/กลุ่มจังหวัด อบจ. กทม. และพัทยา ในการพิจารณาจัดทำงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2565 นั่นเอง
เก้าอี้นี้ ปารีณา หมายตาจะครอบครองให้ได้ แต่สุดท้ายก็ไม่มีโอกาส ทั้งที่ตั้งใจจะลงไปโฟกัสกลุ่มจังหวัดแถบ เพชรบุรี ราชบุรี กาญจนบุรี เมื่อผิดหวัง
จึงได้เห็นอาการฟาดงวงฟาดงาเกิดขึ้น
ไม่แปลกที่ ปารีณา จะมองว่า วิรัช เป็นตัวตั้งตัวตีในการจัดสรรตำแหน่งโควตาใน กมธ.ที่เกี่ยวข้องกับการพิจารณางบประมาณ เพราะก่อนหน้านี้ วิรัช ก็ถูกตั้งข้อสังเกตอย่างมากว่าเอาแต่พวกพ้องไปนั่งในกรรมาธิการชุดต่างๆ เต็มไปหมด
แผลใหญ่ของวิรัชคือ คดีที่ ป.ป.ช. ชี้มูลความผิดกรณีทุจริตก่อสร้างสนามฟุตซอล ซึ่งมีคนในครอบครัวหลายคนตกเป็นผู้ถูกกล่าวหาด้วย เรื่องอยู่ระหว่างอัยการสูงสุดเตรียมสั่งฟ้องต่อศาล
ปารีณา จึงหยิบเรื่องนี้มาทิ่ม วิรัช เป็นการย้อนเกล็ดเอาคืน เพราะที่มาที่ไปคดีนี้ ก็มาจากการแปรญัตติในกรรมาธิการงบฯ ปี 65
ในมุมของ ปารีณา จึงมองว่า วิรัช และคนใกล้ชิดที่มีคดีติดตัว แต่กลับมีบทบาทอย่างมากในกรรมาธิการ และอนุกรรมาธิการในปัจจุบัน เหมาะสมแล้วหรือไม่
ทั้งที่ปารีณาเคยอ้างว่า ผู้ใหญ่เคยบอกไว้ประมาณ 5 ครั้งว่า ปารีณาน่าสงสารและเมตตาให้ตำแหน่งนี้ ก็เป็นเพียงตำแหน่งกระจอกไม่ใหญ่โต
โดยสรุปแล้ว เรื่องทั้งหมดเป็นเพราะมีคนอกหัก ไม่เป็นไปตามที่ผู้ใหญ่เคยบอกไว้
การออกอาการฮึดฮัดในรูปแบบนี้ของปารีณา นอกจากไม่ช่วยให้สถานการณ์ดีขึ้นแล้ว ซ้ำยังทำให้ตัวเองต้องน่วม และเจ็บตัวทั้งขึ้นทั้งล่อง พลาดเก้าอี้แล้ว ยังโดนคดีตามมาอีก
แต่ที่แน่ๆ ปฏิบัติการเอาคืนระหว่างวิรัช-ปารีณา นอกจากจะเป็นเหยื่อแร้งกาการเมือง แล้วยังเป็นข้อมูล ที่ฝ่ายตรงข้ามไม่ต้องลงทุนสืบเสาะเพราะมีคนสาวไส้ให้เสร็จ!





