"ไทยสร้างไทย"ตบเท้า ยื่นหนังสือ "มหาดไทย" เร่ง ปรับปรุง พ.ร.บ.กทม. คงการเลือกตั้ง "ส.ข." เหตุ สร้างความเสมอภาค สอดคล้องยุทธศาสตร์ชาติ มุ่ง กระจายอำนาจท้องถิ่น เผย ช่วงโควิด ปชช. ถามหา หลังไร้ผู้แทนระดับฐานราก มาช่วยดูแล
พรรคไทยสร้างไทย นำโดย นายชุมพร พลรักษ์ , นายประเสริฐ ทองนุ่น , นายประพนธ์ เนตรรังษี, นายณรงค์ รุ่งธนวงศ์ และ น.ส.เกณิกา ตาปสนันทน์ รองโฆษกพรรคไทยสร้างไทย ซึ่งได้รับมอบหมายจากคุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ ประธานพรรคไทยสร้างไทย เข้ายื่นหนังสือถึงนายฉัตรชัย พรหมเลิศ ปลัดกระทรวงมหาดไทย เพื่อให้เร่งรัดการปรับปรุง พ.ร.บ.กทม. ที่มีสาระสำคัญ คือ การให้คงไว้ซึ่งสภาเขต และตำแหน่งสมาชิกสภาเขต (ส.ข.) เนื่องจากการลงพื้นที่สอบถามประชาชนส่วนใหญ่มีความต้องการให้การเลือกตั้ง ส.ข. กลับคืนมา จะมีผู้แทนที่มีความใกล้ชิด เชื่อมโยงกับพื้นที่ เข้าถึงประชาชน และมาจากการเลือกตั้ง สอดคล้องกับหลักการกระจายอำนาจ และหลักการประชาธิปไตยที่ประชาชนมีสิทธิเลือกตัวแทนของตนเข้าไปทำหน้าที่ และที่สำคัญอำนาจหน้าที่ของสมาชิกสภาเขตไม่ขัดกับรัฐธรรมนูญ
นายชุมพร กล่าวว่า ประชาชนใน กทม.ทราบกันดีว่าสมาชิกสภาเขตสำคัญเพียงใด เพราะมีที่มาที่ยึดโยงประชาชน มาจากการเลือกตั้ง แตกต่างจาก ส.ว. ที่มาจากการแต่งตั้งทั้งหมดประชาชนไม่เคยเห็นหน้า ไม่เคยมาลงพื้นที่ดูแล ที่ผ่านมา เกิดวิกฤติการระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19) ประชาชนยิ่งคิดถึง ส.ข. เพราะหลายปีมาแล้วที่ไม่มีผู้แทนท้องถิ่นคอยดูแลประชาชนอย่างใกล้ชิด การผลักดันให้ ส.ข. กลับคืนมารับใช้พี่น้องประชาชนนั้นไม่ยาก โดยในวันนี้พรรคไทยสร้างไทยได้ยกร่างการแก้ไข พ.ร.บ.กทม. มาเสนอแล้ว หากผู้เกี่ยวข้องเห็นความสำคัญสามารถเร่งเสนอต่อสภาฯ เพื่อแก้ไขให้ทันก่อนที่จะมีการเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม. และ ส.ก. ซึ่งจะสามารถจัดการเลือกตั้งในคราวเดียวกันได้เพื่อเป็นการประหยัดงบประมาณ
นายชุมพร กล่าวว่า ระหว่างการลงพื้นที่ในกทม. ประชาชนจำนวนมากสอบถามว่า ส.ข.เขาหายไปไหน จะมีการเลือกตั้งเมื่อไหร่ เราก็มาพิจารณากฎหมายแล้วพบว่า พ.ร.บ.กทม.ฉบับปัจจุบันไม่ได้ยกเลิก ส.ข. แต่ แช่แข็ง ไว้ โดยให้งดเว้นการเลือกตั้ง ประชาชนชาวกทม. จึงขาดผู้แทนระดับฐานรากที่ดูแลใกล้ชิดมากว่า 7 ปี นอกจากนี้ พ.ร.บ.ฉบับดังกล่าวยังกำหนดว่า ให้ดำเนินการปรับปรุงกฎหมายว่าด้วยระเบียบบริหารราชการกรุงเทพมหานครให้สอดคล้องกับยุทธศาสตร์ชาติและแผนการปฏิรูปประเทศให้แล้วเสร็จโดยเร็ว
นายชุมพร กล่าวอีกว่า การคงไว้ซึ่ง ส.ข. ไม่ได้ขัดหรือแย้งกับกฎหมายฉบับใด ไม่ว่าจะเป็นรัฐธรรมนูญ หรือกฎหมายอื่นๆ และยังสอดคล้องกับยุทธศาสตร์ชาติ ด้านการสร้างโอกาสและความเสมอภาคทางสังคม ที่มุ่งส่งเสริมให้มีการกระจายอำนาจและถ่ายโอนภารกิจไปให้กับชุมชนและองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น เพื่อให้ภาครัฐและระบบบริหารราชการส่วนกลางมีขนาดเล็กลง ที่ผ่านมากระบวนการปรับปรุงกฎหมายล่าช้า และกระบวนการรับฟังความคิดเห็นจากประชาชนก็ไม่ได้ประชาสัมพันธ์ให้เป็นที่กว้างขวาง มีผู้แสดงความคิดเห็นเพื่อปรับปรุงกฎหมายฉบับดังกล่าวน้อยมาก หากเปรียบเทียบกับจํานวนประชากรทั้งกรุงเทพมหานคร จึงขอเรียกร้องให้กระทรวงมหาดไทยเห็นความสำคัญและเร่งรัดแก้ไขด้วย





