วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

บัตร 2ใบ ดัน'ประยุทธ์'อยู่ต่อ วัดกึ๋น'โทนี่'พลิกเกมแลนด์สไลด์

การขยับนั่งร้านเสริมแกร่ง ด้วยการใช้บัตรเลือกตั้ง 2 ใบ ของ "พลังประชารัฐ" มีได้ย่อมมีเสีย เพราะ "เพื่อไทย" ที่กำลังปลุกกระแส “โทนี่ ฟีเวอร์” จะเป็นพรรคที่ได้ ส.ส.มากขึ้นเช่นเดียวกัน

ในจังหวะที่ “พลังประชารัฐ” กำลังเตรียมปรับทัพโครงสร้างกรรมการบริหารพรรคชุดใหม่พร้อมๆ กับเกมในสภาเรื่องการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ปัจจัยที่จะทำให้เกิดความได้เปรียบในการเลือกตั้งครั้งต่อไป

เมื่อเกมการเมืองในวันนี้เปลี่ยนไปจากก่อนการเลือกตั้ง 24 มี.ค.2562 การกำหนดเงื่อนไขย่อมต้องเปลี่ยนตามสถานการณ์ กติกาเดิมคือบัตรเลือกตั้งใบเดียว ทำให้เห็นปัญหาและข้อจำกัดมากมายในสายตาของพลังประชารัฐ และ “3 ป.”

โดยเฉพาะการมีบทบาทของ “ก้าวไกล” และการบริหารจัดการบรรดาพรรคเล็ก ที่ต้องหล่อเลี้ยงดูแลเอาใจใส่แบบขาดตกไม่ได้ ไม่เช่นนั้นก็จะออกฤทธิ์ออกเดช สร้างความขยาดให้ 3 ป. อย่างมาก

ข้อเสนอแก้รัฐธรรมนูญของพลังประชารัฐเรื่องระบบเลือกตั้งเป็นแบบ 2 ใบ มี ส.ส.เขต 400 คนและบัญชีรายชื่อ 100 คน ดูจะตอบโจทย์การเลือกตั้งครั้งต่อไป ภายใต้เงื่อนไขสำคัญคือการให้“พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา” ได้อยู่ต่อ

ประเด็น “บัตร 2 ใบ” ทั้ง เพื่อไทย และประชาธิปัตย์ต่างเห็นดีเห็นงาม เพราะต่างฝ่ายต่างมองว่าได้เปรียบจากระบบนี้ จะมีก็แต่ก้าวไกล และภูมิใจไทยที่ดูจะไม่ปลื้ม หากจะเลิกระบบเลือกตั้งแบบจัดสรรปันส่วนผสม หรือบัตรใบเดียว

เกมเขี้ยวของพลังประชารัฐที่ต้องการใช้บัตร 2 ใบ เรียกว่ายิงปืนนัดเดียวได้นกหลายตัวแน่นอนว่าจำนวนรวม ส.ส.ของพรรคจะเพิ่มมากขึ้นกว่าเดิม

ขณะเดียวกัน คู่ต่อกรสำคัญอย่าง “ก้าวไกล” ขนาดจะฝ่อลงเมื่อเจอบัตร 2 ใบเข้าไป และภูมิใจไทยที่ต้องปรับกระบวนท่ากันใหม่เพราะระบบเลือกตั้งใหม่ ทำให้การช่วงชิง ส.ส.เขตกับ “พลังประชารัฐ” และ “เพื่อไทย” ยากยิ่งขึ้น และจะมีคะแนนบางส่วนตกน้ำ ไม่ถูกนำไปคำนวณส.ส.บัญชีรายชื่อแบบเดิม ทำให้จำนวน ส.ส.ของภูมิใจไทยอาจหดหายลงไปกว่าเดิม

นี่เป็นผลลัพธ์ที่พลังประชารัฐมองเห็นว่าจะใช้สยบพรรคสีน้ำเงิน ที่ถือดุลอำนาจต่อรองคุมกระทรวงเกรดเอ และมักขบเหลี่ยมเฉือนคมกับคนในรัฐบาลกันเอง

ส่วนพรรคเล็กทั้งหลายที่มีเต็มสภาจะไม่เหลือเมื่อต้องสู้กันด้วยบัตร 2 ใบ โดยพลังประชารัฐเตรียมดึงบางคนจากพรรคเล็กที่คุยรู้เรื่อง ไม่แตกแถวมาอยู่ด้วยกันเรียบร้อยแล้ว

แต่การขยับนั่งร้านเสริมแกร่งของพลังประชารัฐ มีได้ย่อมมีเสีย เพราะ เพื่อไทยที่กำลังปลุกกระแส “โทนี่ ฟีเวอร์” จะเป็นพรรคที่ได้ ส.ส.มากขึ้นเช่นเดียวกัน แต่ถึงอย่างนั้นการจะชิงจัดตั้งรัฐบาลก็ไม่ใช่เรื่องง่าย เมื่อ 250 ส.ว.ยังอยู่ครบ และมีอำนาจโหวตเลือกนายกฯ เหมือนเดิมเกมนี้ความได้เปรียบยังอยู่ฝั่งผู้มีอำนาจเห็นๆ

แม้ขณะนี้บรรดาพรรคร่วมฝ่ายค้านจะผนึกกำลังเดินหน้า “ปิดสวิตซ์ ส.ว.” ก็ไม่ใช่เรื่องง่าย มีหลายด่านที่เป็นป้อมปราการขวางเอาไว้

จึงเริ่มพอเห็นภาพในการเลือกตั้งครั้งต่อไป ภายใต้เงื่อนไขระเลือกตั้งแบบบัตร 2 ใบ จะทำให้การเมืองแบ่งขั้วเป็น 2 พรรคใหญ่ คือ “พลังประชารัฐ” และ “เพื่อไทย” ชัดเจน

โดยที่บรรดาพรรคตั้งใหม่ เดิมต่างคิดว่าจะได้ประโยชน์จากระบบเดิมก็ต้องเริ่มปรับกลยุทธ์กันครั้งใหญ่ เมื่อผู้มีอำนาจ มองความได้เปรียบของตัวเองเป็นสำคัญ

หากทุกอย่างเป็นไปตามแผน นายกฯ คนต่อไปก็ยังเป็น พล.อ.ประยุทธ์ โดยมีพลังประชารัฐเป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาล และมี 250 ส.ว. เป็นนั่งร้านค้ำอำนาจ

หรือไม่เช่นนั้น บรรดาพรรคเพื่อไทย และพรรคแนวร่วมก็ต้องชนะเลือกตั้งรวมกันให้ได้แบบแลนด์สไลด์ สร้างปรากฎการณ์ให้ถล่มทลายได้เสียงเกินครึ่ง จะสร้างความชอบธรรมได้เป็นอย่างดี และเป็นเหตุผลในการขัดขวางไม่ให้ ส.ว.ฝืนฉันทามติประชาชนส่วนใหญ่

ตรงนี้ถือเป็นด่านหินที่ “โทนี่” และบรรดาเครือข่ายกำลังคิดยุทธวิธี “พลิกเกม” เพื่อเป็นผู้ชนะท่ามกลางกระแสดูดที่พยายามดึงตัวคนของเพื่อไทยไปอยู่กับ“พลังประชารัฐ” ด้วยเงื่อนไขและตัวเลขที่ล่อตาล่อใจ เพื่อเสริมฐานความแข็งแกร่งให้ พล.อ.ประยุทธ์ และ “3 ป.”ครองอำนาจต่อ