ชำแหละปม “ภูมิใจไทย” อยู่ต่อหรือพอแค่นี้ ฟันธงโครงการรถไฟฟ้าสายสีเขียว-สีส้ม เงื่อนไขอยู่ร่วมรัฐบาล เชื่อ “ประยุทธ์” ไม่ปรับ “ภูมิใจไทย” พ้นรัฐบาล ผ่ากลยุทธ์ 3 ป. เปิดเกมรุกตั้งเกมรับ
รายการ “เนชั่นสุดสัปดาห์กับ 3 บก.” ซึ่งดำเนินรายการโดย นายสมชาย มีเสน นายวีระศักดิ์ พงษ์อักษร และนายบากบั่น บุญเลิศ ออกอากาศทางเนชั่นทีวีช่อง 22 ในเวลา 19.00 น. เมื่อวันที่ 5 มิ.ย. วิเคราะห์สถานการณ์พรรคร่วมรัฐบาล โดยเฉพาะพรรคภูมิใจไทย (ภท.) ว่าจะอยู่หรือไป ว่า การอภิปรายร่างพ.ร.บ.งบประมาณ โดยปกติหากพรรคร่วมรัฐบาลอภิปรายอัดเละหัวหน้ารัฐบาล แม้จะลงมติให้ แต่สุดท้ายมันอยู่กันไม่ได้ เพราะคุณด่าหัวหน้ารัฐบาล เหมือนลูกน้องด่าลูกพี่ของหัวหน้า
“กรณีของพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี รมว.กลาโหม ที่โดนส.ส.พรรคร่วมรัฐบาลด่า หากจะบอกว่าช่างมันเถอะ ให้จบๆกันไป แล้วอยู่ร่วมทำงานกันต่อ จะทำให้เครดิตของ พล.อ.ประยุทธ์ ลดลงทันที ต่อไปพรรคร่วมรัฐบาลอื่นก็ไม่กลัว”
ขณะเดียวกันหาก พล.อ.ประยุทธ์ ออกมาบอกว่าตัวเองเป็นคนใจกว้าง สามารถวิพากษ์วิจารณ์ ซึ่งก็สามารถพูดได้ แต่ก็จะเกิดการวิพากษ์วิจารณ์จาก ส.ส.พรรคร่วมรัฐบาลอีก โดยครั้งนี้ 6 ส.ส.พรรคภูมิใจไทย อภิปรายอัดเต็มที่ ส่วน 3 ส.ส.พรรคประชาธิปัตย์ ที่มีปัญหาก่อนหน้านี้ แม้จะครั้งนี้จะไม่อภิปราย และลงคะแนนให้ แต่ครั้งอาจจะขออภิปรายบ้าง เพราะอภิปรายต่อว่า พล.อ.ประยุทธ์ ก็ไม่มีอะไร
“ทำให้ 2 ป. มีการคุยกัน โดยบอกกันว่าปล่อยให้เป็นแบบนี้ไม่ได้ พี่ต้องจัดการเรื่องนี้ ไม่เช่นนั้นอยู่กันไม่ได้ จึงเป็นที่มาของเสียงโหวตไม่แตกแถว และนำเสียงโหวตโควตานอกมาเพิ่มเติม แต่เสียงโหวตไม่ได้บอกว่าเคลียร์จบ เพราะการอภิปรายสรุปของนายศุภชัย ใจสมุทร ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคภูมิใจ ยังโจมตีพล.อ.ประยุทธ์ ซึ่งเชื่อว่าการอภิปรายสรุปมีคนกำกับบทแน่นอน”
สำหรับความขัดแย้งของ พล.อ.ประยุทธ์ และพรรคภูมิใจไทย ประกอบด้วย 1.โครงการรถไฟฟ้าสายสีเขียว ซึ่งมีพล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รมว.มหาดไทย ในฐานะกำกับดูแลกทม. เป็นเจ้าภาพ จากเดิมพรรคภูมิใจไทย โดยนายศักดิ์สยาม ชิดชอบ รมว.คมนาคม ก็สนับสนุน แต่มาเปลี่ยนใจทีหลัง สืบเนื่องจากโครงการรถไฟฟ้าสายสีส้ม
2.โครงการรถไฟฟ้าสายสีส้ม ซึ่งมีคดีความหลายคดี เนื่องจากมีการเปลี่ยนทีโออาร์ ก่อนการยื่นซองประมูล 3.รถไฟทางคู่ ที่เพิ่งประมูลทางอิเล็คทรอนิคส์ไปไม่นานกว่านี้ ซึ่งหากไม่มีใครคัดค้าน ภายในสัปดาห์หน้าจะประกาศผู้ชนะการประมูล โดยก่อนหน้านี้มีกระแสข่าวจะปรับนายศักดิ์สยาม ออกจากตำแหน่งรมว.คมนาคม แต่มีการขอให้ผ่านโครงการรถไฟทางคู่ไปก่อน แต่ข้อมูลล่าสุดตำแหน่งรมว.คมนาคมของนายศักดิ์สยาม เก้าอี้มั่นคงมาก
ส่วนหตุผลที่จะทำให้พรรคภูมิใจไทย อยู่ร่วมรัฐบาลต่อมีดังนี้ 1.พล.อ.ประยุทธ์ไม่กล้า กลัวรัฐบาลอ่อนแอ เพราะคำนึงแต่เรื่องคณิตศาสตร์ทางการเมือง 2.มีข้อตกลง บางเรื่องกับบางคน โดย 1 ป. ยอมให้พรรคภูมิใจไทย ได้โควตารัฐมนตรีเหมือนเดิม 3.พรรคภูมิใจไทย เลิกขวางบางสัมปทาน ซึ่งเชื่อว่าจะเป็นโครงการรถไฟฟ้าสายสีเขียว 3.
4.เมื่อโควิดกลับสู่ภาวะปกติ สธ.ได้อำนาจคืน ซึ่งอาจจะต้องรอในปี 2565 กว่าที่นายอนุทิน ชาญวีรกุล รองนายกรัฐมนตรี รมว.สาธารณสุข จะได้อำนาจการบริหารภายในกระทรวงคืนจาก พล.อ.ประยุทธ์ ทั้งหมด 5.มองเป้าใหญ่ ต้องประคองสถานะรัฐบาลให้อยู่ต่อได้
สำหรับเหตุผลที่พรรคภูมิใจไทยไม่อยู่ต่อ มีดังนี้ 1.พล.อ.ประยุทธ์ ปรับครม.ไม่พอใจ ทำให้พรรคภูมิใจไทยถอนตัว โดยพรรคภูมิใจไทย เชื่อมั่นว่าตัวเองมีความพร้อมมากที่สุดหาก พล.อ.ประยุทธ์ ยุบสภา แต่มองว่า 3 ป. ไม่มีความพร้อม โดยเฉพาะพรรคการเมืองที่จะตั้งมาเพิ่มเติม ยังไม่มีความคืบหน้าเท่าที่ควร
2.ขัดแย้งโครงการสำคัญ ทำให้พรรคภูมิใจไทยถอนตัว 3.พล.อ.ประยุทธ์ไม่พอใจ และกล้าขับออกพรรคร่วม ซึ่งพล.อ.ประยุทธ์คงไม่กล้าที่จะขับพรรคภูมิใจไทยออก เนื่องจากจะทำให้ความแข็งแกร่งของรัฐบาลลดลงมาก เนื่องจากพรรคภูมิใจไทยมีถึง 61 เสียง 4.พล.อ.ประยุทธ์มั่นใจ รัฐบาลเสียงข้างน้อย ดึงมือดี เข้าเสียบแทนไปได้ ซึ่งมีความเป็นไปได้ยาก เนื่องจากคนที่จะไปดีลมาจาก “ขั้วฝ่ายค้าน” ยังไม่ตอบตกลง
ขณะเดียวกัน 3 ป. ต้องปรับกลยุทธ์ โดยเปิดเกมรุกตั้งเกมรับ เพื่อต่อสู้ทางการเมือง โดยมีกลยุทธ์ดังนี้ 1.เปิดโต๊ะเคลียร์ปัญหาพรรคร่วม ซึ่งมีเพียงพล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี ที่จะสามารถเคลียร์ได้ 2.ดูด ส.ส. ฝ่ายค้าน ยกมือโหวตร่างกฎหมายสำคัญ ซึ่งกำลังดำเนินการอยู่ 3.เชือด รัฐมนตรี ส.ส. ติดคดี สร้างเงื่อนไขต่อรอง





