วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

นายกฯเรียกอนุทิน-ทีมแพทย์ถกด่วน-หลังผู้ติดเชื้อในเรือนจำพุ่ง

นายกฯเรียกอนุทิน-ทีมแพทย์ถกด่วน-หลังผู้ติดเชื้อในเรือนจำพุ่ง ดึงอ.นิด้าสู้เฟคนิวส์ เผยวันลงทะเบียนฉีดวัคซีน กลุ่มอายุ 18-59 ปี เริ่ม 31 พ.ค.นี้ วางระบบรองรับลงทะเบียนฉีดวัคซีน ชาวต่างประเทศที่ทำงานในไทย

ผู้สื่อข่าวรายงานความเคลื่อนไหวที่ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหมเข้าปฏิบัติภารกิจที่ตึกไทยคู่ฟ้า ทำเนียบรัฐบาล ตั้งแต่ช่วง 08.30 น. โดยในเวลา 11.30 น. นายกฯได้เรียกนายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและรมว.สาธารณสุข นพ.เกียรติภูมิ วงศ์รจิต ปลัดกระทรวงสาธารณสุข พล.อ.ณัฐพล นาคพาณิชย์ เลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) นพ.โอภาส การย์กวินพงศ์ อธิบดีกรมควบคุมโรค พร้อมทีมที่ปรึกษานายกฯหารือด่วน ที่ห้องสีเขียว บนตึกไทยคู่ฟ้า ภายหลังจำนวนยอดผู้ติดเชื้อโควิด-19 ในเรือนจำยังคงพุ่งสูง รวมถึงการประสานความร่วมมือกับกระทรวงสาธารณสุขในการควบคุมและรักษาผู้ติดโควิด-19 ให้เป็นไปตามมาตรฐานเดียวกันกับประชาชนทั่วไป

แหล่งข่าวจากทำเนียบฯ เปิดเผยว่า นายกฯมีความกังวลในเรื่องการสื่อสารประชาสัมพันธ์ในสถานการณ์โควิด-19 ช่วงนี้อยากให้เป็นไปอย่างรวดเร็วและสร้างความเข้าใจประชาชนมากที่สุด เช่น การชี้แจงข่าวปลอม (เฟคนิวส์) ข่าวบิดเบือน อยากให้ดำเนินการอย่างรวดเร็ว ขณะเดียวกันการสื่อสารกับประชาชนต้องมียุทธศาสตร์ เพราะที่ผ่านมาไม่มียุทธศาสตร์การสื่อสาร ทำให้เกิดความสับสนใจการสร้างความเข้าใจกับประชาชน ดังนั้นจึงได้มีการปรับทีมยุทธศาสตร์สื่อสารของรัฐบาลใหม่ โดยมีการดึงนายวรัชญ์ ครุจิต รองคณบดีฝ่ายวางแผนและพัฒนา คณะนิเทศศาสตร์และนวัตกรรมการจัดการ สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ (นิด้า) และที่ปรึกษาด้านการสื่อสาร ศูนย์บริหารสถานการณ์แพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (ศบค.) นางณัฐฏ์จารี อนันตศิลป์ ผู้ทรงคุณวุฒิพิเศษประจำสำนักนายกรัฐมนตรี และทีมโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เข้าร่วมเพื่อเข้ามาช่วยงานให้การสื่อสารเป็นไปอย่างครอบคลุมและมีประสิทธิภาพ

แหล่งข่าวจากทำเนียบฯ เปิดเผยอีกว่า ที่ประชุมได้มีการหารือถึงการบริหารจัดการวัคซีน โดยเน้นย้ำให้ฉีดกับประชาชนที่ลงทะเบียนผ่านแอพพลิเคชั่น หมอพร้อม ก่อน หากวัคซีนเหลือจึงจะฉีดให้กับประชาชนที่ไม่ได้ลงทะเบียนและ walk in เข้ามา โดยจะมีการประชาสัมพันธ์ให้ประชาชนได้รับทราบก่อน ส่วนการแพร่ระบาดโควิด-19 ภายในเรือนจำที่มีตัวเลขผู้ติดเชื้อที่สูงมาก นายกฯสั่งให้ตั้งโรงพยาบาลสนามในเรือนจำ แต่หากมีผู้ป่วยหนักให้นำออกมารักษาในโรงพยาบาล

น.ส.รัชดา ธนาดิเรก รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรีเผย ประชาชนทั่วไปที่มีอายุตั้งแต่ 18 -59 ปี เริ่มลงทะเบียนเพื่อรับบริการฉีดวัคซีนผ่านระบบ “หมอพร้อม” ทั้ง Line Official Account และแอปพลิเคชัน ตั้งแต่วันที่ 31 พฤษภาคม นี้เป็นต้นไป และยังสามารถจองฉีดวัคซีนโควิด19 ผ่านโรงพยาบาลที่มีสิทธิรักษา อสม.รพ. สต. และ ช่องทางอื่นๆ รวมทั้ง Walk-in ตามประกาศของจังหวัดด้วย ขณะเดียวกันทางกระทรวงสาธารณสุขอยู่ระวางการวางระบบการลงทะเบียนเพื่อเให้ชาวต่างชาติที่ทำงานในไทยสามารถเข้าถึงการรับบริการฉีดวัคซีนโควิด-19 ได้เช่นเดียวกัน

รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวให้ความมั่นใจว่า ผลศึกษาวัคซีนโควิด-19 ที่ฉีดในไทยพบว่า สามารถกระตุ้นภูมิคุ้มกันได้อย่างมีประสิทธิภาพ แต่หากได้รับผลข้างเคียงที่ไม่พึงประสงค์จากการฉีดวัคซีนและมีใบยืนยันอาการแพ้วัคซีนจากสถานที่ฉีดวัคซีนแล้ว สปสช. พร้อมเยียวยา ตามประกาศคณะกรรมาการหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (ฉบับที่ 5) โดยจัดสรรวงเงิน 100 ล้านบาท

สำหรับเงินช่วยเหลือเบื้องต้นสำหรับคนไทยทุกคนที่ได้รับความเสียหายจากการวัคซีนโควิด มีผลย้อนหลังตั้งแต่วันที่ 5 เมษายน ที่ผ่านมา ซึ่งขณะนี้มี 2 เขตที่เสนอข้อมูลการขอรับเงินช่วยเหลือ คือ สปสช.เขต 1 เชียงใหม่ และ สปสช.เขต 10 อุบลราชธานี เขตพื้นที่อื่นอยู่ระหว่างการรวบรวมข้อมูล ในส่วนของ สปสช.เขต 1 ซึ่งมีผู้ยื่นขอเยียวยา 218 ราย จากจำนวนที่ฉีดไปแล้วทั้งหมด 91,551 เข็ม คิดเป็น 0.24% โดยส่วนใหญ่มีอาการเล็กน้อย เช่น เป็นไข้นิดๆหน่อยๆปวดเมื่อยตามตัว ส่วนกลุ่มที่มีอาการไข้สูงจนต้องนอนพักโรงพยาบาล คิดเป็น 0.05%

 

“ปัจจุบันที่มีมีการรายงานยอดผู้ป่วยติดเชื้อจำนวนมาก เป็นประสิทธิภาพจากการตรวจเชิงรุกในหลายพื้นที่ เพื่อเร่งคัดกรอง แยกออกจากชุมชนนำผู้ป่วย เพื่อนำตัวเข้าสู่กระบวนการรักษา ซึ่งช่วยควบคุมและจำกัดการแพร่ระบาดได้เร็วยิ่งขึ้น โดยมีการฉีดวัคซีนโควิด19ในพื้นที่เสี่ยงในกรุงเทพมหานครแล้ว 125,228 โดส ทำให้มีการฉีดวัคซีนสะสมในพื้นที่กทม 450,285 โดส“ นางสาวรัชดา กล่าว