"นายกฯ" เผย แบ่งกลุ่มเข้ารับการรักษาตามอาการ คัดกรองผู้ป่วยที่ "รพ.สนาม" แทน เพื่อลดความแออัด สั่ง เพิ่มจำนวนเตียงให้ได้มากที่สุด เร่ง คุมระบาด "คลองเตย" ให้เร็วที่สุด สำรองเตียงผู้ป่วยอาการหนัก ใน กทม. ลั่น ทำทุกอย่างเพื่อลดความสูญเสียให้มากที่สุด ยัน ไม่มีวันท้อ
ที่ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรมว.กลาโหม แถลงหลังการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ที่บริเวณโถงกลางตึกไทยคู่ฟ้า ถึงการแก้ปัญหาการแพร่ระบาดของโควิด-19 ว่า การแพร่กระจายของโควิดในวงกว้างซึ่งมีกลุ่มก้อนต่างๆในหลายจังหวัด ตนในฐานะนายกรัฐมนตรี ก็ได้มีการติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิดและสั่งการเพิ่มเติมเพื่อดำเนินการแก้ไขสถานการณ์ ได้แก่ การบริหารจัดการเตียงผู้ป่วย มีการสั่งการให้จัดระบบบูรณาการ เรื่องเตียงและโรงพยาบาลสนามทั้งหมด โดยให้มีการจัดแบ่งกลุ่มผู้เข้ารับการรักษาตามระดับอาการเป็นสามกลุ่ม คือ ระดับสีเขียว ที่ไม่มีอาการหรืออาการน้อย จะจัดให้เข้าโรงพยาบาลสนาม ระดับสีเหลือง คือผู้ป่วยอาการปานกลาง จัดให้เข้าโรงพยาบาลทั่วไป และระดับสีแดง คือผู้ป่วยอาการรุนแรง จัดให้เข้าโรงพยาบาลเฉพาะทาง
"ให้ปรับการคัดกรองผู้ป่วยให้ไปคัดกรองที่โรงพยาบาลสนามแทนโรงพยาบาลทั่วไปเพื่อลดการแออัดที่โรงพยาบาลและรักษาเตียงว่างไว้ให้ผู้ป่วยที่จำเป็น โดยให้เพิ่มเติมผู้รับโทรศัพท์สายด่วน 1168 , 1169 , 1330 ให้เพียงพอ กับจำนวนผู้ป่วยด้วย" นายกฯ กล่าว
นายกฯ กล่าวอีกว่า นอกจากนั้นตนได้สั่งการให้จัดตั้งศูนย์แรกรับ และส่งต่อผู้ป่วยโควิดเพื่อช่วยแยกตัวผู้ป่วยออกจากชุมชนเพื่อรอส่งตัวเข้ารับการรักษาต่อไป และได้สั่งการกระทรวงสาธารณสุข กรุงเทพมหานคร กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัย และนวัตกรรมกระทรวงกลาโหม เร่งดำเนินการเพิ่มจำนวนเตียงทั้งในโรงพยาบาลและโรงพยาบาลสนามให้ได้มากที่สุด โดยผลการดำเนินการ เราสามารถดำเนินการให้ผู้ป่วยที่รอเตียงและตกค้างทั้งหมด เข้าสู่การรักษาตามที่มีการแบ่งไว้สามกลุ่ม ปัจจุบันไม่มีผู้ป่วยที่ต้องรอเตียงเกิน 48 ชั่วโมง โดยมีการจัดตั้งศูนย์แรกรับและส่งต่อที่อาคารนิมิบุตร สนามกีฬาแห่งชาติ ทำให้สามารถแยกตัวผู้ป่วยออกจากชุมชนได้ทันที และนับจากวันที่จัดตั้ง สามารถส่งต่อผู้ป่วยที่รับเข้ามาไปแล้วถึง 96%
นายกฯ กล่าวว่า จากความพยายามในการเพิ่มเตียงให้พร้อมรองรับผู้ป่วยที่มีมากขึ้น ทั้งHospitel และโรงพยาบาลสนามทำให้เรามีเตียงเพิ่มขึ้นในช่วงสงกรานต์ 1 หมื่นเตียง และมีเตียงว่างรวมทั่วประเทศ มากกว่า 30,000 เตียง ทั้งนี้ รัฐบาลกำลังเตรียมจัดตั้งโรงพยาบาลสนามเพิ่มเติมในกรุงเทพฯ ที่อิมแพ็คอารีน่าเมืองทองธานี เพื่อรองรับผู้ป่วยในพื้นที่กรุงเทพฯ ดังนั้น วันนี้เราอาจจะพูดได้ว่าเราสามารถแก้ไขปัญหาในเรื่องของสายด่วน เพื่อรับตัวผู้ป่วยและส่งต่อ ให้เข้ารับการรักษาได้อย่างทันการณ์ และการเตรียมเตียงสำหรับผู้ป่วย ตนขอขอบคุณทุกท่านทุกหน่วยงาน ทุกองค์กรจิตอาสา ที่ร่วมมือช่วยเหลือกันจนสามารถแก้ไขปัญหาไปได้ในระดับหนึ่ง ซึ่งเป็นระดับที่ดี
"ในกรณีคลัสเตอร์คลองเตย ผมได้ติดตามเป็นกรณีพิเศษตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา ขณะนี้ได้สั่งการให้ทุกหน่วยงานระดมสรรพกำลังในการควบคุมการแพร่ระบาดให้ได้โดยเร็วที่สุด โดยใช้ประสบการณ์การจัดการในจังหวัดสมุทรสาคร ที่เคยทำสำเร็จมาแล้ว มาปรับใช้โดยใช้โมเดลตรวจเชื้อ ติดต่อ คัดกรอง แยกตัว ส่งต่อ และรักษา โดยเน้นที่การตรวจเชิงรุก ที่ระดมตรวจกลุ่มเสี่ยงในชุมชนที่มีการติดเชื้อให้ได้อย่างน้อย 1,000 คนต่อวัน โดยจะตรวจเชิงรุกให้ได้ทั้งหมดอย่างน้อย 20,000 คน จากนั้นจะดำเนินการตามขั้นตอนต่อไปทันที คือแยกผู้ป่วยตามระดับอาการ ส่งตัวเข้าสถานพยาบาลแรกรับ เพื่อส่งรักษาตัวต่อ จะเป็นการจำกัดวงการแพร่ระบาดให้เป็นวงเล็กที่สุด ขณะเดียวกันก็ระดมฉีดวัคซีนเพื่อสร้างภูมิคุ้มกันให้กับประชาชนในพื้นที่เสี่ยงซึ่งแนวทางนี้พิสูจน์แล้วว่าประสบความสำเร็จมาแล้วจากกรณีคือสมุทรสาคร" นายกฯกล่าว
นายกฯ กล่าวว่า ล่าสุดได้รับรายงานมาว่ากระทรวงสาธารณสุขได้ร่วมกับกระทรวงคมนาคมและการท่าเรือแห่งประเทศไทย ได้จัดพื้นที่ตรวจเชิงรุกให้กับชาวชุมชนคลองเตยอีก 700 คนต่อวัน อีกเรื่องที่ตนสังกัดให้รีบแก้ปัญหา คือการสำรองเตียงสำหรับผู้ป่วยอาการหนัก โดยเฉพาะในเขตกรุงเทพฯ และปริมณฑล ซึ่งในขณะนี้ยังมีเพียงพอ แต่เราก็ไม่สามารถนิ่งนอนใจได้ ต้องมีการขยายเพิ่มเพื่อรองรับผู้ป่วยอาการหนักในกรณีฉุกเฉิน เมื่อวานนี้ก็ได้มีการเปิดโรงพยาบาลสนามที่สนามกีฬาเฉลิมพระเกียรติ เขตทุ่งครุ เพื่อเพิ่มจำนวนเตียงสำหรับผู้ป่วยอาการหนักให้มีเพิ่มขึ้น 432 เตียง และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องยังมีแผนบริหารจัดการผู้ป่วยอาการหนักที่มีจำนวนเพิ่มมากขึ้น
"หลักการที่ผมเน้นย้ำเป็นหัวใจของการจัดการสถานการณ์ทุกอย่างก็คือ ต้องทำทุกอย่างให้ลดการสูญเสียให้มากที่สุด" นายกฯ กล่าว
นอกจากนี้ พล.อ.ประยุทธ์ ยังได้กล่าวอีกว่า "ผมในฐานะนายกรัฐมนตรี และผู้อำนวยการศบค. คณะทำงานต่างๆ ทุกภาคส่วน จะไม่มีวันท้อถอยหรือท้อแท้ ไม่ว่าต้องเผชิญกับปัญหาใดๆ และจะไม่หยุดในการคิดและทำเพื่อช่วยเหลือพี่น้องประชาชนทุกคนให้ปลอดภัยและให้ประเทศไทยที่รักของเราทุกคน ก้าวไปข้างหน้าอย่างมั่นคง แข็งแรงอย่างยั่งยืน"





