วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

'มันคือแป้ง' เขย่าเก้าอี้ 'ธรรมนัส' ลุ้นศาล ชี้ชะตา 'อนาคตการเมือง'

คำวินิจฉัยศาลที่กำลังจะเกิดขึ้น ซึ่งสอดคล้องกับจังหวะชีวิตทางการเมืองของ “ธรรมนัส” ที่อยู่ในช่วงขาขึ้น ถูกวางตัวเป็น “เลขาธิการพรรคพลังประชารัฐ” คนใหม่ และถูกคาดหมายว่าจะเป็น “รัฐมนตรีว่าการ” ในไม่ช้า

จากวาทกรรม “มันคือแป้ง” อันลือลั่นกลางสภาของ “ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า” รมช.เกษตรและสหกรณ์ พรรคพลังประชารัฐ กรณีถูกอภิปรายไม่ไว้วางใจจากฝ่ายค้าน ประเด็นขาดคุณสมบัติความเป็นรัฐมนตรี

ด้วยการถูกขุดเรื่องราวในอดีตมาหลอกหลอน “ธรรมนัส” ในวันที่สวมหัวโขนเป็นเสนาบดี ว่าด้วยคดีที่เคยต้องคำพิพากษาของศาลออสเตรเลียให้จำคุกคดียาเสพติด


ถึงแม้
“ธรรมนัส” จะตอบโต้ชี้แจงฝ่ายค้าน พร้อมกับยืนยันเสียงแข็งกลางสภา เมื่อช่วงต้นปี 63 ว่า “สิ่งที่เจ้าหน้าที่ตำรวจปราบปรามยาเสพติดของรัฐนิวเซาท์เวลส์อ้างว่าเป็นเฮโรอีน 3.2 กิโลกรัม มันคือแป้ง”

ทำให้ปฏิกิริยาทางสังคมวิพากษ์วิจารณ์เขาอย่างกว้างขวาง จนนำมาซึ่งการลงชื่อของ 51 ส.ส.พรรคก้าวไกล ส่งเรื่องผ่าน “ประธานสภา” ไปถึง “ศาลรัฐธรรมนูญ” ให้วินิจฉัยสถานะความเป็นส.ส. และ รัฐมนตรี ของ “ธรรมนัส” จากกรณีต้องคำพิพากษาศาลออสเตรเลีย ซึ่งเป็นช็อตต่อเนื่องหลังอภิปรายไม่ไว้วางใจ

“ผมไม่เคยมีประวัติอาชญากรรมว่าถูกต้องโทษโดยศาลไทย กฎหมายต่างๆ ที่บังคับใช้กับรัฐใด ก็ต้องมีผลเฉพาะรัฐนั้นๆ ผมถูกล็อกอัพหรือจำคุก 8 เดือน หลังจากนั้นถูกส่งไปเมืองโอเบอรอน รัฐนิวเซาท์เวลส์ ที่กระทำความผิดลหุโทษ ไปทำงานในฟาร์ม ไม่ได้ถูกขังในเรือนจำ” คำยืนยันหนักแน่นของ “ธรรมนัส” ที่เคยชี้แจงในสภา

น่าสนใจว่าคำพิพากษาของศาลออสเตรเลียนั้น จะเข้าเกณฑ์ที่รัฐธรรมนูญไทยบัญญัติเรื่องคุณสมบัติความเป็น ส.ส. และรัฐมนตรี หรือไม่

โดยในวันที่ 5 พ.ค.นี้ “ศาลรัฐธรรมนูญ” เตรียมอ่านคำวินิจฉัย กรณี “ธรรมนัส” ว่าต้องพ้นสถานะความเป็นส.ส.และรัฐมนตรี ตามบทบัญญัติแห่งรัฐธรรมนูญ มาตรา 98 (10) และ มาตรา170 หรือไม่

คำวินิจฉัยศาลที่กำลังจะเกิดขึ้น ซึ่งสอดคล้องกับจังหวะชีวิตทางการเมืองของ “ธรรมนัส” ที่อยู่ในช่วงขาขึ้น ถูกวางตัวเป็น “เลขาธิการพรรคพลังประชารัฐ” คนใหม่ และถูกคาดหมายว่าจะเป็น “รัฐมนตรีว่าการ” ในไม่ช้า

ทุกอย่างจะเป็นไปตามหมากที่ “ธรรมนัส” คิดวางไว้ ยกเว้นแต่หากเกิดกรณีศาลวินิจฉัยให้ต้องพ้นจากตำแหน่ง “ส.ส.” และ “รัฐมนตรี” ก็เท่ากับปิดฉากบทบาทในเวทีการเมืองในบัดดล