วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

กทม.ปรับแผนจ่ายยา 'ฟาวิพิราเวียร์' 1 แสนเม็ด ให้ผู้ป่วย 'โควิด' กลุ่ม 'เขียว' สกัดเชื้อลุกลาม

กทม.ปรับแผนจ่ายยา "ฟาวิพิราเวียร์" 1 แสนเม็ดให้ผู้ป่วย "โควิด" กลุ่ม "เขียว" สกัดเชื้อลุกลาม พร้อมเปิด ICU รพ.สนามทุ่งครุแห่งแรก

วันที่ 3 พ.ค. พล.ต.อ.อัศวิน ขวัญเมือง ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร(กทม.) เดินทางมาที่ศูนย์กีฬาเฉลิมพระเกียรติ (บางมด) เขตทุ่งครุเพื่อตรวจความพร้อม “โรงพยาบาลเอราวัณ 3” ซึ่งเป็นโรงพยาบาลสนามกทม. แห่งที่ 5  เพื่อรองรับผู้ป่วยโควิด โดย พล.ต.อ.อัศวินกล่าวว่า ขณะนี้ กทม.จัดตั้ง "โรงพยาบาลเอราวัณ 3"  ซึ่งเป็นโรงพยาบาลสนาม โดยใช้พื้นที่ของศูนย์กีฬาเฉลิมพระเกียรติบางมดเปิดให้บริการผู้ป่วยโควิดที่ไม่มีอาการหรือมีอาการไม่รุนแรง(โควิดเขียว) และสำหรับดูแลผู้ป่วยติดเชื้อที่มีอาการเล็กน้อย(โควิดเหลือง) เข้าดูแลรักษาแบบผู้ป่วยในตลอดเวลา 24 ชั่วโมง ใช้พื้นที่อาคารโรงยิมฯ จำนวน 4 อาคาร จัดแยกเป็นพื้นที่ของผู้ป่วยชาย-หญิง ได้อย่างชัดเจน

ทั้งนี้ ยิม1 และยิม2 จะเป็นของผู้ป่วยชาย 2 อาคาร ส่วนยิม3 และยิม4 จะเป็นของผู้ป่วยหญิง สามารถรองรับผู้ป่วยได้ 342 เตียง ใช้สำหรับดูแลผู้ป่วยติดเชื้อที่ไม่มีอาการหรือมีอาการเล็กน้อย (โควิดเขียว) ประกอบด้วยยิม 1 ชาย รองรับได้ 103 เตียง และยิม3 หญิง75 เตียง รวม 178 เตียง

สำหรับดูแลผู้ป่วยติดเชื้อที่มีอาการเล็กน้อย(โควิดเหลือง) ประกอบด้วยยิม2 ชาย 75 เตียง ยิม4 หญิง 89 เตียง รวม164 เตียง มีเครื่องเอ็กซเรย์ เครื่องทำออกซิเจน และอุปกรณ์อื่นๆ สำหรับดูแลผู้ป่วย โดยมีบุคลากรทางการแพทย์จากโรงพยาบาลเจริญกรุงประชารักษ์เป็นผู้ดูแล โดยจะเปิดรับผู้ป่วยตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป คาดว่าโรงพยาบาลสนามของกทม.ทุกแห่ง ซึ่งขณะนี้มีอยู่ประมาณ 2,000 เตียง มีจำนวนเตียงเพียงพอสำหรับรองรับผู้ป่วยที่ กทม. ได้ลงพื้นที่ตรวจคัดกรองเชิงรุกในชุมชนต่างๆ

162004495838

พล.ต.อ.อัศวิน กล่าวอีกว่า เพื่อเป็นการป้องกันไม่ให้ผู้ป่วยโควิดเขียวติดเชื้อลุกลามหรือมีอาการรุนแรงขึ้น จนกลายเป็นโควิดเหลืองหรือแดง กทม. จะให้ยาฟาวิพิราเวียร์แก่ผู้ป่วยติดเชื้อโควิดเขียวรายใหม่ที่เข้ารับการรักษาที่โรงพยาบาลสนามทันทีตั้งแต่วันแรก ซึ่งกทม.ได้จัดซื้อมา 50,000 เม็ด และได้รับพระราชทานจากสมเด็จพระเจ้าน้องนางเธอ เจ้าฟ้าฯ กรมพระศรีสวางควัฒน วรขัตติยราชนารีอีก 50,000 เม็ด รวม 100,000 เม็ด โดยจะเริ่มแจกผู้ป่วยที่เข้ามา โรงพยาบาลสนาม คนละ 50 เม็ด ซึ่งใช้เวลารับประทานประมาณ 5 วัน และเชื่อว่าจะหายจากโรคไม่ลุกลาม บานปลาย ส่วนระยะต่อไป กทม.จะซื้อยาฟาวิพิราเวียร์ผ่านทางมูลนิธิจุฬาภรณ์ อีก 500,000 เม็ด ซึ่งโดยปกติยาฟาวิพิราเวียร์ทางการแพทย์จะเริ่มให้ผู้ป่วยเริ่มกินเมื่อการติดเชื้อแสดงอาการ(โควิดเหลือง) แต่ กทม.เห็นว่าควรให้ทานตั้งแต่เริ่มติดเชื้อเพื่อรักษาและป้องกันการลุกลามของโรค โดยกทม.จะนำร่องให้ยาก่อน

162004499794

ทั้งนี้ กทม.ได้จัดเตรียมโรงพยาบาลสนามเพื่อรองรับผู้ติดเชื้อโควิด 19 เนื่องจากต้องใช้เตียงในโรงพยาบาลสำหรับรักษาโรคอื่นๆด้วย อย่างไรก็ตามโรงพยาบาลสนามทุกแห่งมีแนวทางการจัดการความปลอดภัย การป้องกันการแพร่เชื้อมาตรฐานเดียวกับโรงพยาบาลหลัก โดยจะรับดูแลผู้ติดเชื้อที่ไม่มีอาการหรือมีอาการเล็กน้อย หากมีอาการเปลี่ยนแปลงรุนแรงขึ้นจะส่งไปรักษาในโรงพยาบาลหลัก ทั้งนี้ ได้กำหนดแนวทางการปฏิบัติของผู้ป่วยโควิด-19 อย่างเคร่งครัด ได้แก่ ต้องอยู่ภายในหอพักผู้ป่วยห้ามออกจากห้องโดยเด็ดขาด สวมหน้ากากอนามัยตลอดเวลาที่อยู่ในโรงพยาบาลสนาม ห้ามบ้วนเสมหะหรือน้ำลายในถังขยะ

เสื้อผ้าใส่ลงถังผ้าเปื้อน และปิดฝาให้เรียบร้อย ล้างมือด้วยเจลแอลกอฮอล์บ่อยๆ ไม่เดินพลุกพล่าน ไม่จับกลุ่มสนทนา และไม่เข้าไปในเขตปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่ รวมทั้งไม่อนุญาตให้ญาติเข้าเยี่ยมทุกกรณี แต่สามารถนำของเยี่ยมฝากไว้ได้ตามเวลาและสถานที่ทางโรงพยาบาลกำหนด ห้ามถ่ายภาพหรือโพสต์ข้อความที่เกี่ยวข้องลงบนสื่อสังคมออนไลน์ในลักษณะที่ก่อให้เกิดความเสียหายขณะรักษาตัว ห้ามสูบบุหรี่ ห้ามเสพติดของมึนเมา และห้ามการพนัน

162004502461

สำหรับผู้ป่วยที่จะเข้ารักษา ณ โรงพยาบาลสนาม ขอให้เตรียมพร้อมสิ่งของเครื่องใช้ที่จำเป็นสำหรับการมาอยู่ที่โรงพยาบาลสนามได้แก่ เสื้อผ้า จำนวน 4-5 ชุด หรือพอดีกับจำนวนที่เข้าพัก 14 วัน ของใช้ในกิจวัตรประจำวัน เช่น สบู่ แชมพู โฟมล้างหน้า แปรงสีฟันยาสีฟัน และของใช้อื่นๆ ที่จำเป็น โดยเฉพาะผ้าอนามัยสำหรับผู้หญิง ยารักษาโรคประจำตัว รวมทั้งข้อมูล ประวัติการรักษาจากโรงพยาบาลเดิม(ถ้ามี) โทรศัพท์มือถือ สายชาร์จ ใช้สำหรับดาวน์โหลดแอปลิเคชั่นไลน์ ในการติดต่อหอผู้ป่วยในการสื่อสารขณะรักษาตัวอยู่ภายในโรงพยาบาลสนาม และหากจำเป็นต้องใช้น้ำร้อนสามารถนำกระติกน้ำร้อนมาเองได้ เนื่องจากโรงพยาบาลไม่มีบริการในส่วนนี้

ผู้ว่าฯ กทม. กล่าวด้วยว่า สำหรับจำนวนผู้ป่วยครองเตียงในโรงพยาบาลสังกัด กทม. โรงพยาบาลสนาม กทม. และ Hospitel มีจำนวนทั้งสิ้น 1,458 ราย ดังนี้ โรงพยาบาลสังกัด กทม. ทั้ง 8 แห่ง มีผู้ป่วยครองเตียงแล้ว 215 เตียง  โรงพยาบาลสนาม กทม. 5 แห่ง ปัจจุบันมีเตียงสำหรับรองรับผู้ป่วย จำนวน 2,100 เตียง มีผู้ป่วยครองเตียงแล้ว 1,053 เตียง ยังว่างอยู่ 1,047 เตียง ซึ่งมีรายละเอียดดังนี้ รพ.ผู้สูงอายุบางขุนเทียน เขตบางขุนเทียน รองรับได้ 1,000 เตียง ครองเตียง 512 เตียง เตียงว่าง 488 เตียง รพ.ราชพิพัฒน์ 200 เตียง ครองเตียง 149 เตียง เตียงว่าง 51 เตียง รพ.เอราวัณ 1 (ศูนย์กีฬาเฉลิมพระเกียรติ บางบอน) 100 เตียง ครองเตียง 76 เตียง เตียงว่าง 24 เตียง  รพ.เอราวัณ 2 (บางกอกอารีนา) 400 เตียง ครองเตียง 316  เตียงว่าง 84 เตียง และรพ.เอราวัณ 3 (สนามกีฬาเฉลิมพระเกียรติบางมด) 400 เตียง เตียงว่าง 400 เตียง (อยู่ระหว่างตรวจสอบประวัติและสอบสวนโรคก่อนนำส่ง)

ในส่วนของ Hospitel จำนวน 5 แห่ง สามารถรองรับผู้ป่วยได้ 584 เตียง มีผู้ป่วยครองเตียงแล้ว 190 เตียง ยังว่างอยู่ 394 เตียง ซึ่งมีรายละเอียดดังนี้ รพ.กลาง(อาคารหอพัก)  44 เตียง ครองเตียง 24 เหลือ 20 เตียง โรงแรมเออริเเกนแอพอร์ต 120 เตียง ครองเตียง 62 เหลือ 58 เตียง โรงแรมบ้านไทยบูทีค 300 เตียง ครองเตียง 23 เหลือ 277 เตียง โรงแรมข้าวสาร พาเลส 80 เตียง ครองเตียง 68 เหลือ12 เตียง และอาคารพัชรกิติยาภา ม.นวมินทราชูทิศ 40 เตียง ครองเตียง 13 เหลือ 27 เตียง

162004504221

162004505782

162004507913

พล.ต.อ.อัศวิน ยังโพสต์เฟซบุ๊ค ถึง การแพร่ระบาดของโควิด-19 ในครั้งนี้ มีผู้ป่วยติดเชื้อที่มีอาการปานกลาง (สีเหลือง) และอาการรุนแรง (สีแดง) จำนวนเพิ่มขึ้นมาก คิดเป็น 14% ของผู้ป่วยโควิดทั้งหมด ทำให้ในทุก ๆ วันที่มีผู้ป่วยเพิ่มขึ้นใน 100 คน จะมีผู้ป่วยอาการหนัก 14 คน ด้วยเหตุนี้ การเพิ่มจำนวนเตียงสำหรับการดูแลผู้ป่วยที่มีอาการปานกลางและอาการหนัก จึงเป็นเรื่องที่ต้องเร่งดำเนินการอย่างเร่งด่วน

ก่อนหน้านี้ กทม.ได้เร่งขยายจำนวนเตียงสำหรับผู้ป่วยอาการหนักใน โรงพยาบาลกทม. ไปแล้ว 200 เตียง โดยได้นำผู้ป่วยที่มีอาการเล็กน้อยที่รักษาอยู่ในโรงพยาบาลออกไปรักษาต่อที่ Hospitel แต่จากสถานการณ์การแพร่ระบาดในขณะนี้ ที่มีผู้ป่วยอาการหนักมากขึ้นอย่างรวดเร็ว กทม.ได้จึงเร่งเพิ่มเตียงรองรับผู้ป่วยอาการหนักให้ได้มากกว่า 200 % โดยปรับพื้นที่อาคารของสนามกีฬาเฉลิมพระเกียรติ เขตทุ่งครุ ให้เป็น ICU สนามแห่งแรกของไทย (โรงพยาบาลเอราวัณ 3) โดยจะเปิดในวันพรุ่งนี้ (4 พ.ค. 64) ที่สามารถรองรับผู้ป่วยได้มากถึง 432 เตียง พร้อมจัดให้มีทีมบุคลากรทางการแพทย์จาก รพ.เจริญกรุงประชารักษ์ คอยดูแลผู้ป่วยตลอด 24 ชั่วโมง