วัดใจสีน้ำเงิน กล้ามั้ย ‘ยุบสภา’

 วัดใจสีน้ำเงิน  กล้ามั้ย ‘ยุบสภา’

คำพูดของ “เสี่ยหนู” ที่เคยประกาศว่า การดำรงอยู่ของรัฐบาลนี้ จะขาดพรรคภูมิใจไทย ไม่ได้ และต่อจากนี้ไป ไม่ว่าใครจะจัดตั้งรัฐบาล ก็จะต้องอยากได้พรรคภูมิใจไทย วันนี้อาจไม่ได้เป็นเช่นนั้นอีกต่อไป

โควิดระลอกใหม่ กลายเป็นสมรภูมิการเมืองเรื่องโควิด เมื่อพรรคร่วมฝ่ายค้าน ผนึกกำลังส่งเสียงไล่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ให้ลาออกจากนายกรัฐมนตรี เนื่องจากล้มเหลวในการบริหารจัดการแก้ปัญหาโควิดระบาด จนมีผู้คนล้มตายไปนับร้อยชีวิต

ประกอบกับภายในพรรคร่วมรัฐบาล ก็มีปัญหากินแหนงแคลงใจกัน ระหว่างพรรคพลังประชารัฐกับพรรคประชาธิปัตย์ รวมถึงพรรคภูมิใจไทย ที่เริ่มไม่พอใจการรวมศูนย์อำนาจของนายกรัฐมนตรี

วันก่อน พล.อ.ประยุทธ์ ระเบิดอารมณ์ในที่ประชุม ครม. เรื่องรัฐมนตรีจอมนินทา ก็ทำเอาหนาวๆร้อนๆ ไปตามกัน

นาทีนี้ กองเชียร์ค่ายภูมิใจไทย พยายามตีข่าวว่า “เสี่ยหนู” อนุทิน ชาญวีรกูล จะกลายเป็นแพะรับบาป อันเนื่องมาจากการหยุดการระบาดของโควิดไม่ได้ และการจัดหาวัคซีนป้องกันโควิดที่ล่าช้า

มีข้อน่าสังเกต หลัง “ศุภชัย ใจสมุทร” ส.ส.บัญชีรายชื่อพรรคภูมิใจไทย ออกมาโพสต์ว่า พล.อ.ประยุทธ์ ถนัดการใช้อำนาจพิเศษ ตามมาด้วยเสียงขู่จาก “บิ๊กตู่” แกนนำค่ายสีน้ำเงินก็ปิดปากเงียบ

เมื่อวันที่ 29 เม.ย.2564 “ชาดา ไทยเศรษฐ์” ส.ส.อุทัยธานี พรรคภูมิใจไทย ได้แสดงความเห็นผ่านเฟซบุ๊ค Chada Thaised ตอบโต้ฝ่ายค้านว่า “...วันนี้ดูข่าวฝ่ายค้านเสนอให้นายกประยุทธ์ลาออกแล้วเศร้า การเมืองไทยไร้การพัฒนา วิธีคิดของนักการเมืองยังไม่ไปไหนวังวนเดิมๆ คุณคิดแค่ว่าฝ่ายค้านต้องไล่รัฐบาลด่านายกให้นายกลาออก ถามกันตรงๆ วันนี้ถ้านายกลาออกบ้านเมืองจะวุ่นวาย กว่าจะได้นายกคนใหม่ใช้เวลาเท่าไหร่ในสถานการณ์ ขณะนี้บ้านเมืองจะวุ่นขนาดไหน คุณคิดได้แค่นี้..”

ท่าทีของ “ชาดา” น่าสนใจ เพราะได้โพสต์หลัง “บิ๊กตู่” แสดงภาวะผู้นำในสถานการณ์วิกฤต โควิด ดูช่างแตกต่างจาก “ศุภชัย ใจสมุทร” และ ส.ส.บางคนของค่ายนี้

หากประเมินจากคณิตศาสตร์การเมือง วันนี้ พรรคภูมิใจไทย มีเสียง ส.ส. จำนวน 61 คน ถือเป็นพรรคอันดับ 2 แทนที่พรรคประชาธิปัตย์ ในรัฐบาลประยุทธ์ และเป็นพรรคอันดับ 3 ในรัฐสภา รองจากพรรคเพื่อไทย และพรรคพลังประชารัฐ

การเลือกตั้งทั่วไป 2562 พรรคภูมิใจไทย ส่ง ส.ส.เขต ครบ 350 เขต ได้คะแนนเลือกตั้ง มากกว่า 3 ล้าน 7 แสนคะแนน ทำให้ได้ ส.ส.รวม 51 คน (ไม่นับรวม ส.ส.อนาคตใหม่ที่ย้ายเข้ามาตอนหลัง) แยกเป็น ส.ส.บัญชีรายชื่อ 13 คน และ ส.ส.เขต 38 คน

ตัวเลข ส.ส.เขต เพียง 38 คนนั้น ถือได้ว่า ไม่ได้กระเตื้องขึ้นจากปี 2554 มากนัก หากใช้ระบบการเลือกตั้งตามรัฐธรรมนูญ 2540 คือ บัตร 2 ใบ ค่ายสีน้ำเงินก็จะได้ ส.ส.บัญชีรายชื่อไม่ถึง 5 คน

แม้เวลานี้ ภูมิใจไทยจะได้ ส.ส.พรรคอนาคตใหม่หรือพรรคก้าวไกล จำนวน 10 คน มาร่วมงาน และจะได้มาเพิ่มอีก 4 คนนั้น พูดกันตามตรง ส.ส.เหล่านี้ ไม่ใช่ “ส.ส.ดาวฤกษ์” เหมือน ส.ส.เขตส่วนใหญ่ของค่ายนี้

แวดวงการเมืองรู้ดีว่า ส.ส.อนาคตใหม่ ไม่ต่างจากสามล้อถูกหวย ได้กระแส “ธนาธร” ช่วยหนุน จึงได้เป็น ส.ส.แบบไม่คาดฝัน

การเลือกตั้งครั้งที่แล้ว “เนวิน ชิดชอบ” หาจุดขายให้ภูมิใจไทย ด้วยนโยบายกัญชาเพื่อการแพทย์ และมอบให้ “เสี่ยหนู” เล่นบทแทงกั๊ก เอาใจฝ่ายประชาธิปไตย และคนเสื้อแดง จึงมีคนรุ่นใหม่จำนวนไม่น้อยที่เลือกพรรคภูมิใจไทย

วันที่ค่ายสีน้ำเงินตัดสินใจร่วมรัฐบาลประยุทธ์ ทำให้ฝ่ายประชาธิปไตยจำนวนไม่น้อยผิดหวัง และปลายปีที่แล้ว ทีมคนหนุ่มค่ายภูมิใจไทย เล่นบทหัวหอกแก้รัฐธรรมนูญ หวังซื้อใจม็อบเยาวชนปลดแอก แต่แกนนำเด็กๆ พาเกมโอเวอร์ ชูธงทะลุเพดาน “นายใหญ่อีสานใต้” ก็สั่งถอย

มาถึงวันนี้ “คลัสเตอร์ทองหล่อ” ฉุดเรตติ้งพรรคให้ต่ำลงไปอีก มินับประเด็นเรื่องวัคซีนป้องกันโควิดที่พรรคก้าวไกล ไล่ล่า “เสี่ยหนู” ชนิดกัดไม่ปล่อย

หากมีการยุบสภาจริงๆ ในเร็ววันนี้ ค่ายสีน้ำเงินเองก็ไม่พร้อมรบ และคำพูดของ “เสี่ยหนู” ในที่ประชุมใหญ่พรรคปีที่แล้ว ก็อาจเป็นแค่ราคาคุย “เป็นความจริงที่ทุกคนต้องยอมรับว่า การดำรงอยู่ของรัฐบาลนี้ จะขาดพรรคภูมิใจไทย ไม่ได้ และต่อจากนี้ไป ไม่ว่าใครจะจัดตั้งรัฐบาล ก็จะต้องอยากได้พรรคภูมิใจไทย เข้าร่วมเป็นส่วนหนึ่งของรัฐบาล”

สถานการณ์เปลี่ยนเร็ว คลัสเตอร์ทองหล่อสร้างความปั่นป่วนวุ่นวายไปทั่วประเทศ โควิดมิใช่แค่โรคระบาดทำลายชีวิตผู้คน แม้แต่พรรคการเมืองบางพรรค ก็มีสิทธิ์ “ตกสวรรค์” จากพิษการเมืองโควิด

แท็กที่เกี่ยวข้องอนุทินเนวินยุบสภา