วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

ลุ้น“14วันอันตราย”รัฐบาล “ประยุทธ์”ปรับขบวนต้านแรงถล่ม

14 วันอันตรายหลังนโยบายหยุดยาวสงกรานต์ เป็นห้วงเวลาที่ พล.อ.ประยุทธ์ ต้องลุ้น และกู้วิกฤติโควิดรอบนี้ให้ได้ เพราะหากตัวเลขผู้ติดเชื้อรายใหม่-ผู้เสียชีวิต ยังเพิ่มขึ้นแบบฉุดไม่อยู่ ก็อาจต้านทาน "ขาลง" ไม่อยู่

สถานการณ์แพร่ระบาดโควิดระลอก 3 ผู้ติดเชื้อรายใหม่เพิ่มสูงขึ้นกว่าการระบาดรอบก่อนๆ จน พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี รมว.กลาโหม แทบตั้งรับไม่ทัน

ตัวเลขที่เพิ่มสูงขึ้นเรื่อยๆ หลังจากตัดสินใจพยุงเศรษฐกิจ โดยไม่มีการล็อคดาวน์ เคอร์ฟิว เหมือนระลอกแรก และล่าสุดช่วงหยุดยาวสงกรานต์ ที่รัฐบาลตัดสินใจให้ประชาชนเดินทางอิสระ กระทั่งล่าสุดวันที่ 24 เมษายน 2564 ตัวเลขผู้ป่วยรายใหม่ขยับขึ้นต่อเนื่องเกือบ 3,000 คน ส่งผลให้ประชาชนวิตกอย่างหนักว่า รัฐบาล พล.อ. ประยุทธ์ จะรับมือ และควบคุมการแพร่ระบาดได้หรือไม่

ขณะที่ขั้วตรงข้าม ฝ่ายค้าน พรรคการเมืองต่างๆ ตั้งใหม่ กลุ่มหนุนม็อบ 3 นิ้ว กลุ่ม นปช.คนเสื้อแดง รวมกันรุกไล่ถล่มรัฐบาลโดยมิได้นัดหมาย ดิสเครดิตรายวันจนคะแนนนิยมในตัว พล.อ.ประยุทธ์ ในฐานะผู้นำลดลงอย่างฮวบฮาบ

“ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ” ประธานคณะก้าวหน้า ได้จังหวะจุดกระแสในโซเชียลมีเดีย ออกโรงบีบ พล.อ.ประยุทธ์ ให้ลาออกจากตำแหน่ง ได้ใจแฟนคลับ จนเกิดการขยายผลปลุกกระแสไม่เอาประยุทธ์ล้นหลามในโซเชียลมีเดีย

อีกรายที่ปฎิเสธความรับผิดชอบไม่ได้ อนุทิน ชาญวีรกุล รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.สาธารณสุข ที่ตามมาติดๆ โดยถูกโจมตีอย่างหนัก ข้อหาเดียวกับนายกฯ ทั้งเรื่องการจัดหาวัคซีน ที่ล่าช้าจนทำให้เกิดความเสียหาย จนต้องยอมถอยเปิดเสรีวัคซีนและเปิดช่องให้เอกชนนำเข้าวัคซีนได้

โดยกลุ่ม“หมอไม่ทน” ผุดแคมเปญในเว็บไซต์ www.change.org  หัวข้อ “เรียกร้องให้อนุทิน รัฐมนตรี สธ.ลาออก” จากความล้มเหลวในการแก้ปัญหาการระบาดโควิด-19 โดยมีเป้าหมายระดมรายชื่อผู้ที่ต้องการเรียกร้องให้ นายอนุทิน ชาญวีรกูล ลาออกจากตำแหน่ง แค่ข้ามวันมีผู้ร่วมลงชื่อทะลุแสนคน

สถานการณ์โควิดขณะนี้ ทำให้รัฐบาลถูกตำหนิ ถึงความสามารถในการควบคุมดูแลการแพร่ระบาด ทั้งการวางนโยบาย การจัดการทรัพยากร การจัดหาวัคซีน และการสร้างความเชื่อมั่นให้บุคลากรทางการแพทย์ และทำให้กระแสไม่พอใจ พล.อ.ประยุทธ์-นายอนุทิน ติดลมบน

ทั้ง พล.อ.ประยุทธ์-อนุทิน จึงตกอยู่ในสภาพถูกรุกไล่ทางการเมืองอย่างหนัก กระทั่งมีความพยายามจัดขบวนกันใหม่ โดยจัดทัพรับมือ ปรับกระบวนการ ระบบการทำงาน ระดมสรรพกำลังทุกภาคส่วนเข้ามาร่วมด้วยช่วยกันทั้งหน่วยงานภาครัฐ และเอกชน 

โดยเฉพาะทุกเหล่าทัพ ที่ พล.อ.ประยุทธ์ กำกับดูแลในฐานะ รมว.กลาโหม ได้ระดมทั้งกำลังพล แพทย์ พยาบาล ยานพาหนะรับส่งผู้ป่วยออกมาช่วยเหลือภารกิจ ศบค.

ที่สำคัญรัฐบาล ได้มีการปรับระบบการสื่อสารถึงประชาชนทุกช่องทาง โดยกลับมาใช้การแถลงข่าวผ่านโทรทัศน์รวมการเฉพาะกิจแห่งประเทศไทย โดยนายกฯ ออกมาแถลงการณ์สื่อสารสถานการณ์ด้วยตัวเอง ถี่ขึ้น เพื่อสร้างความเชื่อมั่น 

แม้แต่ เพจประยุทธ์ จันทร์โอชา Prayit Chan-o-cha ซึ่งปกตินานครั้งที่จะโพสต์ข้อความถึงประชาชน แต่เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมาเพจของพล.อ.ประยุทธ์ ระดมโพสต์ความคืบหน้าของการแก้ปัญหาโควิดกับประชาชนโดยตรง

ส่วนรองนายกฯ อนุทิน ก็ได้ปรับวิธีการสื่อสารใหม่ โดยสั่งการให้หน่วยงานในสังกัดสาธารณสุขออกมาชี้แจงผ่านเพจเฟสบุ๊คของแต่ละหน่วยงานมากยิ่งขึ้น

ขณะที่สองพรรคการเมืองรัฐบาล ทั้งพลังประชารัฐ และภูมิใจไทย ต้นสังกัดของทั้งสอง ก็หันมาสื่อสารข้อมูลช่วยทั้งนายกฯ และรองนายกฯ ถี่ยิบ เพื่อต้านกระแสที่ ส.ส.ฝ่ายค้าน และนักการเมืองนอกสภาฯ ระดมให้ข่าวรายวันถล่มรัฐบาลอย่างหนัก รวมทั้งยังมีกลุ่มมวลชนที่สนับสนุนรัฐบาลร่วมด้วยช่วยให้กำลังใจและตอบโต้ฝ่ายตรงข้ามอีกแรง

เช่นเดียวกับทีมสนับสนุน พล.อ.ประยุทธ์-อนุทิน ทั้ง ส.ส.-คนข้างกาย พยายามออกมาแก้ต่างให้ เพื่อเบี่ยงกระแสโจมตีการทำงานของรัฐบาล จนเริ่มตั้งหลักตอบโต้ได้บ้าง แม้กระแสด้านลบยังแรงกว่า

14 วันอันตรายหลังนโยบายหยุดยาวสงกรานต์ เป็นห้วงเวลาที่ พล.อ.ประยุทธ์ ต้องลุ้น และกู้วิกฤติโควิดรอบนี้ให้ได้ เพราะหากตัวเลขผู้ติดเชื้อรายใหม่-ผู้เสียชีวิต ยังเพิ่มขึ้นแบบฉุดไม่อยู่ และยังแก้ปัญหาหลายจุดไม่ได้ กระแสประชานิยมที่สั่งสมมาก่อนหน้านี้ ก็อาจต้านทาน "ขาลง" ไม่อยู่