"จุรินทร์" เตรียมส่งวิป ปชป. ถก"พลังประชารัฐ" ดันญัตติแก้ รัฐธรรมนูญรายมาตราเข้าสภาฯ
วันที่ 23 มี.ค. ที่ตึกสันติไมตรี ทำเนียบรัฐบาล นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ในฐานะหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์(ปชป.) ให้สัมภาษณ์ถึงประเด็นการแก้ไขรัฐธรรมนูญว่า ในฐานะที่เป็นพรรคร่วมรัฐบาลคงต้องหารือร่วมกัน แต่บังเอิญว่าเริ่มต้นที่ได้คุยกัน 3 พรรค โดยยังไม่ได้คุยกับพรรคพลังประชารัฐ แต่จากนี้เป็นหน้าที่ของวิปรัฐบาลแต่ละพรรคต้องไปหารือกันเพราะการแก้ไขรัฐธรรมนูญถือว่าเป็นกฎหมายสูงสุดหากจะเข้าสู่สภาก็ต้องไปหารือกัน
ผู้สื่อข่าวถามว่า จะต้องขอเปิดสมัยประชุมสมัยวิสามัญเพื่อเสนอแก้รัฐธรรมนูญหรือไม่ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์กล่าวว่า ในสมัยประชุมหน้าก็สามารถเปิดได้ การเปิดประชุมสมัยวิสามัญต้องขึ้นอยู่กับรัฐบาลด้วย ส่วนจะสามารถแก้ไขรัฐธรรมนูญได้อย่างไร อย่างน้อยที่สุดพรรคประชาธิปัตย์ก็จะใช้ความพยายาม เพราะถือว่าการแก้ไขรัฐธรรมนูญจะเป็นประโยชน์กับประเทศในการแก้ปัญหาเศรษฐกิจ และเป็นทางออกให้กับประเทศในสถานการณ์ที่ได้เรียนมาโดยลำดับ จะได้ไม่เป็นเหยื่อในทางการเมืองโดยไม่จำเป็น เพราะว่าการที่จะพาประเทศไปสู่ความเป็นประชาธิปไตยยิ่งขึ้น ก็เป็นทิศทางที่ควรจะเป็นอยู่แล้ว
ผู้สื่อข่าวถามว่า พรรคประชาธิปัตย์จะพยายามผลักดันให้เกิดการแก้รัฐธรรมนูญภายใน 2 ปีที่เหลือใช่หรือไม่ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า อย่างน้อยที่สุดประชาธิปัตย์จะพยายามผลักดัน ที่ผ่านมาก็ได้พิสูจน์แล้วว่าได้ทำหน้าที่จนกระทั่งวาระสุดท้าย ในการลงคะแนนเห็นชอบการแก้ไขรัฐธรรมนูญในวาระที่ 3 ส่วนการแก้รัฐธรรมนูญเป็นรายมาตราจะเป็นทางออกที่ดีที่สุดหรือไม่นั้น สถานการณ์การแก้ทั้งฉบับมีเครื่องหมายคำถาม ดูเหมือนข้อถกเถียงยังไม่มีข้อยุติว่าสุดท้ายต้องไปทำประชามติก่อนวาระ 1 หรือไปทำประชามติหลังผ่านวาระ 3 ก่อนนำขึ้นทูลเกล้าฯ ซึ่งเรื่องเหล่านี้ก็เป็นข้อถกเถียง
ผู้สื่อข่าวถามถึง กรณีที่มีการไปยื่นเรื่องให้คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ(ป.ป.ช.) ให้พิจารณาเอาผิดกับ ส.ส. ส.ว.ที่ลงมติในวาระ 3 จะส่งผลต่อการแก้ไขรัฐธรรมนูญต่อไปหรือไม่ นายจุรินทร์ กล่าวว่า ความจริงการลงมติให้ความเห็นชอบแก้ไขรัฐธรรมนูญวาระที่ 3 เป็นไปตามมติของรัฐสภาในวันนั้น เพราะก่อนที่ทุกคน 208 คน จะลงมติให้ความเห็นชอบก็เป็นมติของที่ประชุมรัฐสภาว่าให้รับเข้าสู่การพิจารณาวาระที่ 3 ได้ และตนถือว่าการลงมติให้ความเห็นชอบวาระที่ 3 เป็นการปฎิบัติหน้าที่ตามรัฐธรรมนูญและเป็นการปฎิบัติหน้าที่โดยชอบทุกประการไม่ได้มีปัญหาอะไร
"ถ้ามีปัญหาก็จะมีปัญหาทุกคน เพราะคนที่ไปร้องนี้ก็มีข้อสังเกตเหมือนกันว่าทำไมเลือกร้องเฉพาะคนที่โหวตรับรัฐธรรมนูญ คนที่โหวตไม่รับทำไมถึงไม่ร้อง หรือว่าคนที่มีมติให้รัฐสภาลงมติวาระที่ 3 ได้ ทำไมถึงเว้นไว้ ไม่ได้หมายความว่าให้ไปร้องให้ครบทุกคน แต่หมายความว่ามีข้อสังเกต เพราะฉะนั้นจะกลายเป็นว่าทำให้คนที่ลงมติรับรัฐธรรมนูญวาระที่ 3 จะกลายเป็นเป้าหมายในการดำเนินการอย่างใดอย่างหนึ่งหรือไม่"นายจุรินทร์ กล่าว
ผู้สื่อข่าวถามต่อว่า กรณีที่จะมีการแก้อำนาจ ส.ว.ในการโหวตเลือกนายกรัฐมนตรี ซึ่งญัตตินี้เคยถูกตีตกไปแล้วครั้งหนึ่งมั่นใจหรือไม่ว่า ในการยื่นครั้งต่อไปจะได้รับความเห็นชอบจาก ส.ว. นายจุรินทร์ กล่าวว่า ต้องทำหน้าที่ของเรา ส่วนผลจะเป็นอย่างไรไม่ได้อยู่ที่พรรคประชาธิปัตย์เพียงพรรคเดียว หรือพรรคการเมืองใดพรรคการเมืองหนึ่ง ต้องขึ้นอยู่กับมติที่ประชุมร่วมและขึ้นอยู่กับ ส.ว.ไม่น้อยกว่าหนึ่งในสาม และขึ้นอยู่กับฝ่ายค้านไม่น้อยกว่า 20% ด้วย ซึ่งเป็นเงื่อนไขบังคับที่รัฐธรรมนูญฉบับนี้เขียนไว้ ทำให้การแก้ไขรัฐธรรมนูญแก้ไขยาก แต่ก็ต้องฝ่าด่านนี้ไป มิฉะนั้นการแก้รัฐธรรมนูญก็ไม่สามารถทำได้เลย
ผู้สื่อข่าวถามว่าเป็นไปได้หรือไม่ที่ 3 ฝ่ายจะจับมือกันในการแก้ไขรัฐธรรมนูญ นายจุรินทร์ กล่าวเพียงว่า "อยากให้เป็นเช่นนั้นอยากเห็นสิ่งนี้เกิดขึ้น และผมก็เคยเรียนมาก่อนหน้านี้แล้วว่าอยากให้ 2 ฝ่ายได้คุยกันและหาทางออกร่วมกันเพื่อนำมาสู่ข้อสรุปที่จะทำให้การแก้รัฐธรรมนูญราบรื่นโดยไม่ตัดฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง"





