ผู้สื่อข่าวรายงานถึงการประชุมร่วมรัฐสภา หลังจากที่นายสมชาย แสวงการ ส.ว. เสนอญัตติให้รัฐสภาลงมติไม่เห็นด้วยกับการลงมติร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญ วาระสาม เพื่อให้ร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญ มาตรา 256 และเพิ่มหมวดใหม่ ว่าด้วยการจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ โดยสภาร่างรัฐธรรมนูญ (ส.ส.ร.) ตกไปตามคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ
มีสมาชิกรัฐสภาเสนอความเห็นโต้แย้งและไม่เห็นด้วย ทั้งนี้นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ เสนอญัตติต่อที่ประชุมเพื่อเสนอเรื่องไปยังศาลรัฐธรรมนูญ ให้วินิจฉัยการปฏิบัติให้ชัดเจน อาทิ 1.ร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญที่รัฐสภาพิจารณา เป็นร่างแก้ไขเพิ่มเติม หรือ ร่างแก้ไขทั้งฉบับ 2. ตามคำวินิจฉัยว่าด้วยการทำประชามติก่อน นั้นจะทำในช่วงใด คือ ก่อนการแก้ไขเนื้อหา หรือ ก่อนการลงมติวาระสาม 3. การทำประชามติ ตามรัฐธรรมนูญ พ.ศ.2560 ระบุ ให้ ครม. ทำประชามติสอบถามความเห็นประชาชน ตามมาตรา 166 ซึ่งเป็นอำนาจของฝ่ายบริหาร และ ตามมาตรา 256 ว่าด้วยการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ให้ทำประชามติก่อนการนำขึ้นทูลเกล้าฯ 4.ร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญ ฉบับปัจจุบันมี 2 หลักการ คือ หลักการแก้ไขมาตรา 256 และ หลักการตั้งส.ส.ร. ทำรัฐธรรมนูญใหม่ ตามหมวด 15/1 ซึ่งศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยว่าการทำรัฐธรรมนูญใหม่ต้องทำประชามติ
“ไม่ทราบข้อเท็จจริงว่า คำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ นั้นทำให้ร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญของรัฐสภา นั้นยังมีชีวิตอยู่หรือเสียยชีวิตไปแล้ว ทำให้มีปัญหา ผมจึงเห็นควรให้รัฐสภามีมติส่งศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยในประเด็นต่างๆ โดยไม่ต้องการประวิงเวลาหรือเตะถ่วงการแก้ไขรัฐธรรมนูญ เพราะจุดยืนของประชาธิปัตย์ต้องการให้การแก้ไขรัฐธรรมนูญเป็นประชาธิปไตยเกิดขึ้นเป็นรูปธรรมได้จริง แต่เหตุที่ต้องขอความเห็นชอบเพื่อให้กระบวนการเป็นไปโดยรอบคอบและชอบด้วยรัฐธรรมนูญ รวมถึงสอดคล้องคำวินิจฉัย ปราศจากข้อสงสัยและไม่มีปัญหาตามมาภายหลัง รวมถึงให้ญัตติเป็นทางออกให้ประเทศ” นายจุรินทร์ อภิปราย
นายจุรินทร์ กล่าวว่า หากรัฐสภามีมติให้ความเห็นชอบ ในทางปฏิบัติขอให้ วิป 3 ฝ่าย ร่วมมือยกร่างญัตติ เพื่อให้มีความชัดเจนต่อการปฏิบัติต่อไป
ผู้สื่อข่าวรายงานว่ากรณีเสนอญัตติดังกล่าวถูกทักท้วงว่าไม่ถูกต้อง โดย นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว ส.ส.น่าน พรรคเพื่อไทย ทักท้วงว่า การเสนอญัตติซ้อนญัตติไม่สามารถทำได้ ตามข้อบังคับการประชุมรัฐสภา อย่างไรก็ดีตนมองว่าควรพิจารณาทีละญัตติ อย่างไรก็ดีนายชวน ชี้แจงว่าได้ปรึกษาหารือกับเจ้าหน้าที่ แล้วเห็นว่า เป็นญัตติที่เกี่ยวเนื่องทำนองเดียวกัน เมื่อถามญัตติต้องสอบถามทีละญัตติ หากญัตติของนายสมชาย ได้รับความเห็นชอบ ทำให้ญัตติของนายจุรินทร์ไม่มีผล แต่หากญัตติของนายจุรินทร์ได้รับการรับรอง ญัตติของนายสมชาย ต้องค้างไว้ ทั้งนี้การเสนอญัตติดังกล่าวไม่ถือว่าตกไปและทำได้ อย่างไรก็ดีไม่แน่ใจว่าจะมีสมาชิกเสนอญัตติอื่นอีกหรือไม่ จึงให้โอกาสแสดงความเห็นและข้อเสนอ และสุดท้ายคือการลงมติเรียงลำดับญัตติที่เสนอก่อน
ทั้งนี้การพิจารณาดังกล่าวถูกโต้แย้งจากนายสมชาย ว่าการเสนอญัตติซ้อนไม่ถูกต้องจึงขอให้ลงมติในญัตติที่เสนอก่อน ทำให้นายชวน เตรียมลงมติในญัตติที่เสนอ แต่มีส.ส.พรรคพลังประชารัฐ อาทิ นายวีรกร คำประกอบ ส.ส.นครสวรรค์ พรรคพลังประชารัฐ ทักท้วงว่าวาระที่พิจารณาคือการปรึกษาหารือ ยังไม่เข้าระเบียบวาระ ดังนั้นจึงควรฟังความคิดเห็นจากสมาชิกรัฐสภาที่ต้องการเสนอทางออก เพื่อไม่ให้เรื่องดังกล่าวไม่ต้องตกไป
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายไพบูลย์ นิติตะวัน ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคพลังประชารัฐ คัดค้านการการบรรจุญัตติของนายจุรินทร์ เนื่องจากไม่เป็นไปตามข้อบังคับ ที่ต้องทำเป็นหนังสือและมีผู้รับรอง อย่างไรก็ดีนายชวน ชี้แจงด้วยว่า การเริ่มพิจารณานายสมชายได้เสนอญัตติโดยที่รัฐสภายังไม่ทันได้พิจารณา จึงต้องดำเนินการ อย่างไรก็ดีขณะนี้มีข้อเสนอของสมาชิกรัฐสภา ที่ต้องการเสนอทางออก ดังนั้นตนขอให้สมาชิกรัฐสภาอภิปรายต่อไป และในตอนท้ายตนจะสรุปว่าจะดำเนินการเรื่องดังกล่าวอย่างไร
ทั้งนี้นพ.ชลน่าน โต้แย้งขอให้นายจุรินทร์ถอนญัตติดังกล่าวเพื่อไม่ให้เป็นปัญหา อย่างไรก็ดีนายชวน วินิจฉัยว่า การเสนอญัตติดังกล่าวเป็นอำนาจทำได้.