'ภูมิธรรม'เผยเพื่อไทยจัดคาราวานคุยปชช.-แจงปมแก้รัฐธรรมนูญ ย้ำพร้อมเดินหน้าลุยโหวตวาระ3 ยกอำนาจสถาปนาเป็นของประชาชน ร้องทุกพรรคร่วมโหวตแก้รัฐธรรมนูญ
นายภูมิธรรม เวชชยชัย ที่ปรึกษาหัวหน้าพรรค และคณะกรรมการการเมืองพรรคเพื่อไทย (พท.) แถลงข่าวว่า ประเทศเกิดวิกฤติการณ์หนักหน่วงทั้งเรื่อง โรคระบาดไวรัสโควิด เรื่องเศรษฐกิจ เรื่องความเชื่อมมั่นที่รัฐบาลไม่สามารถสร้างให้เกิดขึ้นได้ แต่ทั้งหลายทั้งปวงที่เป็นประเด็นคือ รัฐธรรมนูญ2560 ถูกออกแบบจากคณะรัฐประหาร และพิสูจน์แล้วว่า การใช้อำนาจเบ็ดเสร็จเด็ดขาด ไม่อาจแก้ไข คลี่คลายวิกฤติต่างๆได้ เมื่อไปดูอันดับความน่าเชื่อถือ อันดับคอรัปชั่นในประเทศ เราอยู่ในอันดับน่าเป็นห่วง
"ต้นตอปัญหาอยู่ที่พล.อ.ประยุทธ์ ซึ่งเป็นกลไกลสำคัญ รัฐธรรมนูญถูกำหนด ขัดขวาง คนเห็นต่าง ทางออกเวลานี้ อยู่ที่การเดินหน้ากติกาที่เป็นอุปสรรคของประเทศ พรรคเพื่อไทยจะเดินหน้าโหวตวาระ3 ถือว่าชอบธรรม เป็นไปตามรัฐธรรมนูญ เราควรจะต้องโหวต"
นอกจากนี้สิ่งที่คาดหวัง อยากเห็น การทำหน้าที่อย่างซื่อสัตย์สุจริต ก่อนจะเข้าสู่กระบวนการเลือกตั้ง พรรคการเมืองเกือบทุกพรรค ไม่ว่าจะเป็น พรรคประชาธิปัตย์ ภูมิใจไทย ล้วนให้สัญญากับประชาชนต่อการแก้ไขรัฐธรรมนูญ
ดังนั้นจึงไม่มีเหตุผลใด ที่จะบ่ายเบี่ยงและไม่มีเหตุผลที่พรรคการเมืองจะมาขัดขวาง หรือไม่โหวต อยากเห็นทุกพรรคการเมืองที่เคยรับปากประชาชน ได้ทำหน้าที่แก้ไขรัฐธรรมนูญ อย่างที่ได้รับปากกับประชาชน โดยอำนาจสถาปนารัฐธรรมนูญเป็นของประชาชน นอกจากนี้หลังปิดสมัยประชุมสภาฯ เราจะมีคาราวานไปพบประชาชนในพื้นที่ต่างๆด้วย
นายอนุสรณ์ เอี่ยมสะอาด รองหัวหน้าพรรคเพื่อไทยกล่าวว่า พรรคเพื่อไทยยืนยันจะเดินหน้าโหวตการแก้ไขรัฐธรรมนูญวาระ3 ขอแถลงย้ำจุดยืนต่อจากนี้ ต่อการแก้ไขรัฐธรรมนูญ3ประการ 1.พรรคเพื่อไทย จะเดินหน้าโหวตวาระ3 ในวันที่17มี.ค. การแก้ไขรัฐธรรมนูญไม่ใช่ทั้งฉบับ จึงไม่ต้องทำประชามติก่อนแก้ไข หากผ่านวาระ3 ค่อยทำประชามติ
2.คำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญระบุชัด ให้ประชาชนสถาปนารัฐธรรมนูญ หากยอมสว.84คน คว่ำร่างรัฐธรรมนูญได้ เท่ากับ อำนาจ84 คน มากกว่า อำนาจคนไทยทั้งประเทศ แล้วแบบนี้ถือเป็นประชาธิปไตยหรือไม่
3. บัดนี้ได้เวลาประชาชนออกมาบอกและยืนยันว่า อำนาจสถาปนารัฐธรรมนูญเป็นอำนาจประชาชนชาวไทย ถึงเวลาจะเปลี่ยนรัฐธรรมนูญ พาประเทศพ้นวิกฤติ เราจะรณรงค์ เปิดเวทีสื่อสารกับประชาชน ในหลากรูปแบบ เท่าที่กฎหมายให้ทำได้
"เพื่อชี้ให้เห็นว่า อำนาจสถาปนาโดยประชาชนที่แท้จริงเป็นอย่างไร ทั้งนี้ที่ผ่านมาฝ่ายสืบทอดอำนาจมักตีความคำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญ เพื่อให้ตัวเองได้ประโยชน์สูงสุด ทั้งที่อำนาจในการสถาปนารัฐธรรมนูญเป็นของประชาชน"





