ปริญญา ชี้ร่างแก้รัฐธรรมนูญ มาตรา 256 คือแก้ไขเพิ่มเติม รัฐสภาต้องโหวตผ่าน เพื่อให้ประชาชาทำประชามติตัดสิน
นายปริญญา เทวานฤมิตรกุล อาจารย์คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ฐานะอดีตเลขาธิการสหพันธ์นิสิตนักศึกษาแห่งประเทศไทย ปี 2535 กล่าวในเวทีเสวนา เรื่อง ทางออกประเทศไทย หยุดวิกฤตซ้อนวิกฤต ซึ่งจัดโดยคณะกรรมการญาติวีรชนพฤษภา 35 ร่วมกับ เวทีสภาที่3 ว่า ไปในทางสงว. และพรรครัฐบาล บอกว่าทำต่อไม่ได้ เนื่องจากต้องทำประชามติก่อน ตนขอตั้งคำถามกับรัฐสภาว่า ศาลรัฐธรรมนูญระบุว่ารัฐสภามีหน้าที่และอำนาจจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ และต้องให้ประชาชนทำประชามติ การร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่เมื่อประชาชนเห็นชอบ ตอนนี้ยังไม่มีการร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ เพียงแค่เป็นการแก้ไขมาตรา 256 คือการออกแบบกระบวนการการจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ และการร่างฉบับใหม่ยังไม่เกิด และจะเกิดขึ้นได้เมื่อวาระสามผ่านและหลังจากประชามติของประชาชน ซึ่งเป็นขั้นตอนตามที่ศาลรัฐธรรมนูญกำหนดไว้
“หากรัฐสภาเคารพคำวินิจฉัย ของศาลรัฐธรรมนูญ ต้องผ่านวาระสาม เพื่อให้ประชาชนลงประชามติ ตามที่ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัย ดังนั้นรัฐสภาอย่าดีดทิ้ง หรือตัดสินใจแทนประชาชน เพราะรัฐสภาเห็นร่วมกันทั้งในวาระแรก และวาระสอง ที่ให้มี สภาร่างรัฐธรรมนูญ อย่าอ้างเหตุผลเพราะมีธงคว่ำรัฐธรรมนูญ” นายปริญญา กล่าว
นายปริญญา กล่าวด้วยว่าการลงมติร่างรัฐธรรมนูญในวาระสาม ตนมองว่าเป็นโอกาสของพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรมว.กลาโหม ที่จะแก้ปัญหาความขัดแย้ง แตกแยกรุนแรงในประเทศไทย ที่ลุกลามถึงสถาบันพระมหากษัตริย์อย่างไม่เคยเป็นมาก่อน
นายปริญญา กล่าวเรียกร้องให้พรรคประชาธิปัตย์ และพรรคภูมิใจไทยมีท่าทีที่ชัดเจน และกดดันไปยังรัฐบาล หากการแก้ไขรัฐธรรมนูญถูกเบี้ยว หรือลงมติคว่ำร่างรัฐธรรมนูญวาระสาม เพื่อให้รัฐบาลอยู่ไม่รอด ทั้งนี้ตามแนวคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญคือการทำประชามติ ซึ่งตามขั้นตอนของรัฐธรรมนูญมาตรา 256 กำหนดว่า เมื่อรัฐสภาลงมติวาระสามแล้ว ต้องนำร่างรัฐธรรมนูญไปออกเสียงประชามติก่อนทูลเกล้าฯ หรือหากจะทำประชามติก่อนลงมติ ต้องชะลอการลงมติวาระสาม จากนั้นใช้กลไกมาตรา 166 ของรัฐธรรมนูญเพื่อออกเสียงประชามติ.





